รอยยิ้มเคลือบยาพิษของผู้หญิงในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ยังคงสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของคณินราวกับหนามแหลมที่เพิ่งถูกปักลงบนผืนผ้าใบแห่งความสงบสุข ขณะที่ความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็งปกคลุมระเบียงเรือนไผ่ในวินาทีนั้น
รตวันก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวเผลอขยุ้มชายเสื้อไหมพรมของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าแน่น ความอบอุ่นที่เคยโอบล้อมหัวใจเมื่อครู่ราวกับถูกสายลมเย็นยะเยือกพัดพาจนจางหายไป ความกดดันจากอดีตที่เขาพยายามวิ่งหนีข้ามภูเขามาไกลถึงที่นี่ กลับตามมาเคาะประตูบ้านในยามที่หัวใจกำลังจะเปิดรับความสุขอย่างเต็มเปี่ยม
"คุณ... คุณลินดา" เสียงทุ้มต่ำของคณินเปล่งออกมา ร่องรอยความไม่พอใจฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนัด ร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นไปยืนบังรตวันไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบจ้องมองแขกผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญด้วยแววตาที่พร้อมจะปกป้องคนด้านหลังสุดกำลัง "คุณมาที่นี่ได้ยังไง และใครบอกทางมา"
ลินดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและเย่อหยิ่ง เธอกวาดสายตามองเรือนไม้ไผ่ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยความรู้สึกดูแคลนระคนสมเพช ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ร่างบางที่หลบอยู่หลังไหล่กว้างของคณิน
"ถามแปลกจังนะคะ คิน... ในเมื่อคุณหายตัวมาอยู่ที่นี่หลบหน้าผู้คนเป็นเดือนๆ จนคุณพ่อของคุณเกือบจะล้มป่วย ทางผู้ใหญ่เขาก็ต้องเป็นห่วงเป็นใยเป็นธรรมดาไหมคะ" ลินดาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ชายรองเท้าส้นสูงเหยียบบนพื้นไม้กระดานเกิดเสียงดัง *ก๊อกแก๊ก* ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบของสวนชาจนย่อยยับ "ส่วนฉันน่ะเหรอคะ... ก็แค่ทำหน้าที่ในฐานะ ‘คู่หมั้น’ ที่ผู้ใหญ่ทางผู้ใหญ่เขาตกลงกันไว้ตั้งแต่สมัยคุณปู่... คุณคงไม่ได้ลืมหรอกใช่ไหมคะ ว่าเรามีสัญญาอะไรกันอยู่"
คำว่า *คู่หมั้น* หล่นกระทบโสตประสาทของรตวันราวกับค้อนเหล็กหนักๆ ตอกลงกลางอก ความรู้สึกวูบโหวดแล่นริ้วขึ้นมาจนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง สถาปนิกหนุ่มก้มมองพื้นไม้เบื้องหน้า ความรู้สึกคุ้นเคยกับความพ่ายแพ้และการถูกแย่งชิงสิ่งสำคัญกลับมาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง เขาเป็นใครกัน... เป็นแค่คนที่บังเอิญเดินเข้ามาในชีวิตช่วงสั้นๆ ของคณินเท่านั้น ไม่ใช่คนที่มีสิทธิ์จะยืนเคียงข้างอย่างสง่างามท่ามกลางพันธะผูกพันอันยิ่งใหญ่เช่นนี้
รตวันค่อยๆ คลายมือออกจากชายเสื้อของคณินอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับก้าวถอยหลังออกห่างหนึ่งก้าว หัวใจดวงน้อยบีบตัวเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ความอ่อนโยนที่เคยมีถูกความเจียมเนื้อเจียมตัวเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว
ทว่า... ก่อนที่รตวันจะทันได้หันหลังเดินหนีกลับเข้าไปในห้องพัก มือหนาอันคุ้นเคยและอบอุ่นกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะส่งผ่านความมั่น
คงและความจริงจังทั้งหมดมายังผิวเนื้อ
คณินไม่ได้หันมามองรตวันในทันที สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่ลินดาด้วยแววตาที่เย็นเยียบและเด็ดเดี่ยว ร่างสูงขยับตัวก้าวออกไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่งเพื่อประกาศอาณาเขตอย่างชัดเจน
"สัญญาบ้าบออะไรนั่น ผมไม่เคยยอมรับ และไม่เคยให้สัญญาอะไรกับคุณทั้งสิ้น ลินดา" คณินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนผู้ฟังถึงกับชะงัก "ถ้าคุณมาเพื่อจะทวงถามเรื่องไร้สาระนี้ ผมขอร้องให้คุณเดินทางกลับกรุงเทพฯ ไปซะ ที่นี่ไม่มี ‘คู่หมั้น’ ของคุณ และไม่มีพื้นที่สำหรับคนที่เอาแต่ใจตัวเองอย่างคุณหรอก"
ลินดาสะอึกไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้างขึ้นมาทันที ดวงตาคู่คมจ้องมองคณินด้วยความไม่เชื่อสายตา ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะตวัดกลับมามองรตวันด้วยความเกรี้ยวกราดที่ปิดไม่มิด
"อ๋อ... ที่แท้ก็เพราะเด็กนี่สินะคะ!" ลินดาขึ้นเสียงสูงอย่างเหลืออด ชี้ปลายนิ้วเรียวที่ทาเล็บเจลสีแดงเพลิงมาทางรตวัน "ผู้ชายคนนี้เนี่ยนะ ที่ทำให้คุณปฏิเสธงานแต่งงานและยอมทิ้งอนาคตที่กรุงเทพฯ มาจมปลักอยู่กับไร่ชาบ้านนอกนี่? คิน... คุณเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้เอาอนาคตของตัวเองมาผูกติดกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้!"
บรรยากาศบนระเบียงเรือนไผ่ตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ลินดาหอบหายใจด้วยความโกรธจัด ขณะที่รตวันเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นแปลบขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะคำดูถูกเหยียดหยามของผู้หญิงคนนั้น แต่เป็นเพราะเขากลัวว่าตัวเขาเองจะเป็นภาระและต้นเหตุความขัดแย้งในชีวิตของคณิน
"คุณลินดา!" คณินคำรามออกมาเบื้องต่ำ เสียงนั้นต่ำทุ้มและทรงอำนาจจนทำให้ลินดาผถ่าถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ ดวงตาของคณินวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่รตวันไม่เคยเห็นมาก่อน "อย่าได้ใช้คำพูดต่ำๆ แบบนี้ดูถูกใครในบ้านของผมอีก และที่สำคัญที่สุด... รตวันไม่ใช่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่เขาคือคนที่ผมเลือก และเป็น ‘คนรู้ใจ’ เพียงคนเดียวที่ผมจะไม่มีวันยอมปล่อยมือเด็ดขาด!"
คำว่า *คนรู้ใจ* หลุดออกมาจากปากของคณินอย่างชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางความเงียบงันของขุนเขาและสายลมยามสาย
รตวันเบิกตากว้าง หันขวับไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว กลับถูกกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งโอบกอดเอาไว้จนแน่น ความหมายของคำว่า ‘คนรู้ใจ’ ที่คณินเพิ่งประกาศออกไปอย่างไม่ลังเล ทำให้หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาหน่วยที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ มันไม่ใช่คำสัญญาเลื่อนลอย แต่เป็นการยืนยันตัวตนและความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ ชายหนุ่มร่างสูงผู้เงียบขรึมคนนี้... ได้มอบสถานะที่สำคัญที่สุดให้กับเขาต่อหน้าคนอื่นอย่างกล้าหาญ
ลินดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าคณินสลับกับรตวันด้วยความเจ็บใจและพ่ายแพ้ รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่แตกสลายไม่เป็นชิ้นดี
"คุณจะเสียใจนะคะ คิน..." ลินดาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง "เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่ คุณพ่อไม่มีทางยอมให้คุณเอาอนาคตมาทิ้งไว้กับผู้ชายคนนี้คนเดียวหรอ... คอยดู!"
พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธจัด หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้ากลับลงจากระเบียงเรือนไผ่ มุ่งตรงไปยังรถยนต์หรูที่จอดอยู่ริมทางเข้าสวนชา เสียงประตูรถถูกปิดกระแทกดังสนั่น ก่อนที่ตัวรถจะทะยานออกไปจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว จนทิ้งไว้เพียงกลุ่มฝุ่นตลบอบوวลและกลิ่นอายความตึงเครียดที่ค่อยๆ เจือจางลง
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง รตวันก็ยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สองมือประสานกันแน่นด้วยความประหม่า ความหวานชื่นจากบรรยากาศก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความกังวลใจลึกๆ ที่ยังคงตกค้างอยู่ในอก
คณินถอนหายใจยาวเหยียด ร่างสูงหันกลับมาเผชิญหน้ากับรตวันเต็มตา แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนกลับมาเป็นความอ่อนโยนและลึกซึ้งดังเดิม ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนกระทั่งยืนหยุดอยู่ตรงหน้า สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายของกันและกัน
"ตะวันครับ..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเสียงดังจะทำให้คนตรงหน้าแตกสลาย
รตวันเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายจมูกแดงเรื่อเพราะความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในอก "คุณคิน... ทำไมต้องพูดแบบนั้นออกไปล่ะครับ... เรื่องของคุณกับคุณลินดา... มันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่โตในครอบครัวของคุณก็ได้นะ ตะวันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้..."
มือหนายื่นออกไปแตะที่แก้มเนียนแผ่วเบา ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการทำงานในสวนชาลูบไล้ร่องรอยความกังวลบนใบหน้าของรตวันอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการเช็ดหยาดน้ำตาที่ยังไม่ทันไหลรินให้จางหายไป
"ฟังผมนะตะวัน..." คณินสบตาเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยอย่างแน่วแน่ แววตานั้นไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ผมไม่ได้พูดออกไปเพราะประชด หรือพูดเพราะความโกรธ... ทุกคำที่ผมพูดกับลินดา คือความจริงที่อยู่ในใจผมมาตลอด และผมก็รอคอยเวลานี้มานานเกินไปแล้ว... เวลาที่เราจะก้าวข้ามเส้นคำว่าเพื่อนบ้าน หรือคนรู้จัก ไปสู่คำว่าคนรู้ใจอย่างเต็มตัว"
หัวใจของรตวันเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดเล็กๆ มาตีอยู่ข้างใน ความหวานซื่นที่เคยคิดว่าถูกทำลายไปแล้ว กลับทะลักล้นขึ้นมาใหม่จนจุกอก ความอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับได้รับการเยียวยาจากความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่ผ่านมา
สถาปนิกหนุ่มเม้มริมฝีปากน้อยๆ ก่อนจะคลายยิ้มออกมาทั้งน้ำตา รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่คณินเคยเห็นมาในชีวิต รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้เพื่อซ่อนความอ่อนล้าอีกต่อไป แต่เป็นรอยยิ้มที่มอบให้เขาด้วยหัวใจทั้งหมด
"คุณนี่มัน... เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ เลยนะคะ" รตวันกระซิบเสียงสั่น เปลือกตาปิดลงรับสัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบแก้ม
"ครับ... ผมเอาแต่ใจตัวเองมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในสวนชาแห่งนี้แล้วล่ะครับ" คณินอมยิ้มบางๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม ร่างสูงขยับอ้อมแขนกว้างโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอกอย่างหวงแหน ปล่อยให้ความอบอุ่นของรุ่งอรุณแห่งความสัมพันธ์นี้โอบล้อมทั้งคู่ไว้ท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังประสานเป็นจังหวะเดียวกันอย่างมีความสุข เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างรีบร้อนจากทางเดินด้านล่าง พร้อมกับเสียงตะโกนหอบเหนื่อยของลุงปกรณ์ที่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศอันแสนหวาน
"คุณคิน! คุณตะวัน!แย่แล้วครับ! มีแขกไม่ได้รับเชิญอีกกลุ่ม... กำลังเดินตรงมาที่เรือนพัก พร้อมกับ... ตำรวจท้องที่ครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปกับ "รุ่งอรุณแห่งความสัมพันธ์" ในตอนนี้ด้วยนะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 19
รุ่งอรุณแห่งความสัมพันธ์
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!