ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 20

โครงการใหม่ในเรือนไผ่

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ผมมาในฐานะเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองตามคำร้องเรียนครับคุณคิน... และนี่คือหมายตรวจสอบสิทธิ์การใช้พื้นที่ ไม่ได้มาเพื่อหาเรื่องใคร" น้ำเสียงของชายวัยกลางคนในชุดกากีสะอาดสะอ้านดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ตะวันยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของคณิน ดวงตาคู่สวยกวาดมองกลุ่มบุคคลสามคนที่ก้าวล้ำเข้ามาในเขตเรือนพักอย่างถือวิสาสะ หนึ่งในนั้นคือชายร่างท้วมสวมแว่นหนาเตอะ ทนายความท้องถิ่นผู้เคยพยายามกว้านซื้อที่ดินแปลงนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง กระดาษแผ่นยับยี่ถูกยื่นมาตรงหน้า คณินไม่ได้ยื่นมือไปรับทันที ร่างสูงใหญ่ขยับตัวบังตะวันให้พ้นจากรัศมีสายตาคุกคามนั้นอย่างแนบเนียน ไหล่กว้างตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย แต่สุ้มเสียงที่เอ่ยตอบกลับราบเรียบและเยือกเย็นจนน่ากลัว "ถ้าเป็นเรื่องตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ที่ดินแปลงนี้มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ผู้ใหญ่บ้านปกรณ์ก็เป็นพยานได้ แต่ถ้าเป็นการมารบกวนความสงบในพื้นที่ส่วน บุคคล... เกรงว่าพวกคุณคงต้องใช้หมายศาล ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวที่อ้างคำร้องเรียนเลื่อนลอยแบบนี้" "คุณคินใจเย็นๆ ก่อนครับ..." ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ ทว่าสายตากลับเหลือบมองไปยังทนายความร่างท้วมที่ยิ้มเยาะอยู่ที่มุมปาก "ไม่ได้เลื่อนลอยหครับคุณคิน" เสียงแหลมเล็กแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มเคลือบยาพิษ "เราได้รับแจ้งว่ามีการก่อสร้างอาคารและปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต... ซึ่งมันกระทบกับโครงการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมที่ทางเรากำลังผลักดันอยู่พอดี" ตะวันกัดริมฝีปากแน่น ความทรงจำอันเลวร้ายสมัยที่ยังทำงานเป็นสถาปนิกในเมืองกรุงผุดวาบขึ้นมาในหัว ความกดดันจากนายทุนผู้ทรงอิทธิพล การบีบบังคับให้เซ็นอนุมัติแบบแปลนที่ทำลายวิถีชุมชน ทุกอย่างเคยทำให้เขาเกือบก้าวสู่ภาวะซึมเศร้า แต่วันนี้... ณ เรือนไผ่แห่งนี้ เขาไม่ใช่ตะวันคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้อำนาจเงินอีกต่อไปแล้ว มือเรียวเล็กเอื้อมไปแตะท่อนแขนแข็งแกร่งของคณินเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านเนื้อผ้า ทำให้คนที่กำลังเดือดดาลหันกลับมามอง ดวงตาคู่คมฉายแววห่วงใยระคนกังวล แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาใสกระจ่างที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คณินก็พลอยสงบจิตใจลงได้ ตะวันก้าวออกมาจากด้านหลัง เผชิญหน้ากับกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยท่าทีสง่างาม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "ถ้าพวกท่านหมายถึง 'โครงการศูนย์เรียนรู้ชาและร้านกาแฟชุมชน' ที่พวกเรากำลังช่วยกันออกแบบ..." ตะวันกวาดสายตามองเอกสารในมือของเจ้าหน้าที่ "ผมในฐานะสถาปนิกผู้รับผิดชอบโครงการนี้ ขอยืนยันว่าแปลนทั้งหมดผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และยื่นขออนุญาตถูกต้องตามขั้นตอนของเทศบาลตำบลเรียบร้อยแล้วครับ หากทางเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบรายละเอียดเชิงเทคนิค ผมยินดีเปิดห้องทำงานให้ดูทุกซอกทุกมุม... แต่ถ้ามาเพื่อขัดขวางโครงการที่จะสร้างรายได้ให้คนในชุมชน ผมคงต้องให้ทนายความของพวกเราดำเนินคดีข้อหาบุกรุกและกลั่นแกล้งเช่นกัน" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทนายความร่างท้วมหน้าซีดเผือดลงถนัดตา ไม่คิดว่านายหน้าหวานท่าทางอ่อนโยนคนนี้จะมีวาจาเฉียบคมและเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกระแอมไอเบาๆ ก่อนจะพับเก็บเอกสารด้วยความเก้อเขิน "เอ่อ... ถ้ามีเอกสารยืนยันชัดเจน ทางเราก็คงต้องขอตัวกลับไปตรวจสอบสำนวนใหม่อีกครั้งครับ..." เมื่อกลุ่มคนผู้มาเยือนถอยร่นและลับสายตาไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ ความโล่งอกก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณเรือนพัก ลุงปกรณ์ที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงถอนหายใจยาวเหยียด "ไอ้พวกนี้นี่มันไม่เลิกราจริงๆ นะพ่อคุณ... ดีนะที่พ่อตะวันไหวตัวทัน" ผู้ใหญ่บ้านบ่นอุบอาย ก่อนจะตบไหล่คณินเบาๆ "เอ้า แยกย้ายกันไปทำงานเถอะ เดี๋ยวฉันจะให้คนแถวนี้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้อีกแรง" บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลง แต่งานของพวกเขายังต้องดำเนินต่อ บ่ายวันนี้ ตะวันนัดหมายกับกลุ่มชาวบ้านและเยาวชนรุ่นใหม่ในหมู่บ้าน เพื่อประชุมสรุปแบบร่าง 'โครงการใหม่ในเรือนไผ่' ศูนย์เรียนรู้ชาและร้านกาแฟที่เกิดจากหยาดเหงื่อและความฝันของทุกคน ใต้ร่มเงาของกอไผ่ใหญ่ โต๊ะไม้ตัวยาวถูกรายล้อมไปด้วยรอยยิ้มและแว่นตาที่สะท้อนประกายความหวัง ตะวันกางกระดาษแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะ นิ้วเรียวชี้ให้เห็นรายละเอียดการจัดวางพื้นที่ที่กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างน่าทัศนา "ตรงโซนนี้ เราจะใช้ไม้ไผ่ท้องถิ่นในการโครงสร้างหลัก เพื่อลดต้นทุนและคงเอกลักษณ์ของชุมชนค่ะ" ตะวันอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มอ่อนโยนระบายอยู่บนใบหน้า "ส่วนตัวอาคารหลัก เราจะยกพื้นสูงเพื่อเปิดรับลมธรรมชาติ ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ช่วยประหยัดพลังงาน และที่สำคัญ... เราจะแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สำหรับเปิดสอนการคั่วชาใบหม่อนและชาอัสสัมให้กับนักท่องเที่ยว เป็นการสร้างอาชีพเสริมที่ยั่งยืนให้กับคุณแม่บ้านในหมู่บ้านด้วยนะคะ" เสียงฮือฮาด้วยความชื่นชมดังขึ้นเบาๆ ชาวบ้านต่างพากันพยักหน้าเห็นพ้อง หญิงสูงอายุคนหนึ่งยื่นมือมาแตบแขนตะวันด้วยความเอ็นดู "พ่อตะวันเนี่ย เก่งจริงๆ เลยนะลูก หน้าตาดีแล้วยังใจบุญ ช่วยคิดช่วยทำให้อำเภอเรามีชีวิตชีวาขึ้นตั้งเยอะ... ตาคินนี่โชคดีจริงๆ ที่ได้คนงามทั้งรูปทั้งใจมาอยู่ด้วย" คำหยอกล้อด้วยความรักเอ็นดูทำให้ตะวันเผลอหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู เขาแอบช้อนตาขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คณินไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาคู่นคมที่ทอดมองมากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งและอ่อนโยนจนหัวใจของตะวันเต้นไม่เป็นจังหวะ มือหนาเอื้อมมาวางแก้วน้ำชาอุ่นๆ ลงตรงหน้า พร้อมกับปลายนิ้วที่ปัดปอยผมรกรุงรังออกจากกรอบหน้าให้เขาอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นอบอุ่นยิ่งกว่าไอร้อนจากถ้วยชาเสียอีก การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งตะวันขอตัวแยกมาตรวจดูพื้นที่จริงบริเวณริมธารน้ำไหล เพื่อวัดระดับความลาดชันสำหรับการวางท่อน้ำประปาภูเขา คณินเดินเคียงข้างไม่ห่าง คอยระมัดระวังไม่ให้กิ่งไม้หรือโขดหินลื่นๆ ทำร้ายคนตัวเล็ก เสียงน้ำไหลเซาะโขดหินผสานกับเสียงใบไผ่เสียดสีกันยามสายลมพัดผ่าน สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ตะวันก้มลงจดบันทึกตัวเลขลงในสมุดเล่มเล็ก รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนเรียวปากอิ่ม "เหนื่อยไหมคะ?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามขึ้นทำลายความเงียบ คณินหยุดเดินและมองคนตรงหน้าด้วยแว่นตาที่สะท้อนประกายความห่วงใย "ไม่เลยค่ะ..." ตะวันส่ายหัวช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตา "กลับรู้สึกมีแรงพลังมากกว่าตอนอยู่ในเมืองหลวงเสียอีกค่ะที่นี่... มีทั้งผู้คนใจดี มีธรรมชาติที่โอบกอด และมี..." ตะวันชะงักคำพูดไว้เพียงแค่นั้น ปลายประโยคกลืนหายไปในลำคอเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ชิดผิวแก้ม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน คณินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก และมีเพียงตะวันเท่านั้นที่ได้รับมัน "และมีอะไรหรือครับ หืม...?" เสียงกระซิบพร่าต่ำชวนให้ใจสั่นไหว มือหนายื่นเข้ามาประคองเอวบางไว้หลวมๆ ราวกับจะปกป้องจากโลกทั้งใบ ทว่า ก่อนที่ตะวันจะได้เอื้อนเอยคำตอบใดๆ ออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบจากเด็กส่งของประจำหมู่บ้านก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูเสียก่อน "พี่คิน! พี่ตะวัน! แย่แล้วครับ!" เด็กชายวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหยุดยืนหอบหายัก ใบหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด "มี... มีคนมาหาที่หน้าบ้านพักครับ... เขาบอกว่าเป็น... เป็นคุณแม่ของคุณตะวัน ที่บินตรงมาจากกรุงเทพฯ แบบไม่ได้นัดหมายครับ!" สมุดบันทึกในมือของตะวันร่วงหล่นลงพื้นดินทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนตื่นตระหนก รอยยิ้มแห่งความสุขเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความซีดเผือดบนใบหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อบุคคลผู้มาเยือน ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและโอบกอด "ไออุ่นในเรือนไผ่" มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%