เสียงกระดาษแผ่นสุดท้ายพลิกคว่ำลงพร้อมกับหัวใจของตะวันที่ร่วงดิ่งลงไปถึงตาตุ่ม สมุดบันทึกเล่มเก่าที่บรรจุความทรงจำและรอยแผลเป็นในอดีตหลุดจากปลายนิ้ว ร่วงกระทบพื้นดินแห้งแล้งหลังเรือนพักอย่างไม่ทันตั้งตัว ดึงเอาความเงียบงันเข้ามาปกคลุมพื้นที่รอบกายทันทีที่ชื่อของบุคคลผู้มาเยือนลอยเข้ากระทบโสตประสาท
"คุณปกรณ์บอกว่าคุณอยู่ที่นี่... ตะวัน"
น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงที่ตะวันพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ซากปรักหักพังของความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา คณินซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากกองไม้ไผ่ที่เตรียมไว้สำหรับทำโครงสร้างร้านกาแฟ ชะתากรฝ่ามือที่ถือกระดาษแปลนก่อสร้างไว้ทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองแผ่นหลังบางที่สั่นเทานิดๆ ของคนรักอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณความเป็นผู้ปกป้องพุ่งพล่านขึ้นมาในอกทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่แผ่ซ่านออกมาจากบรรยากาศรอบตัว
คณินก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างบาง พร้อมกับตวัดสายตาคมกริบมองผู้มาเยือนหน้าใหม่ ชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดสูทลำลองที่ดูขัดกับบรรยากาศของสวนชา ใบหน้านั้นคมคายแต่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า และที่สำคัญ... ดวงตาคู่นั้นกำลังจดจ้องมองตะวันด้วยความรู้สึกที่มากเกินกว่าคำว่า 'คนรู้จัก'
"คุณเป็นใคร?" คณินเอ่ยถาม น้ำเสียงต่ำทุบและราบเรียบ ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้มาเยือนชะงักฝีมือ
ตะวันสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามรวบรวมเศษซากความกล้าที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่ มือเรียวที่ยังคงเย็นเฉียบค่อยๆ เอื้อมไปคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของคณินไว้โดยไม่รู้ตัว แรงดึงเบาๆ นั้นส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่างถึงชายหนุ่มร่างสูงโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด
"พี่ภัทร..." ตะวันเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะแตกสลาย "พี่มา... มาที่นี่ได้ยังไงครับ"
ภัทรระบายยิ้มจางๆ บนริมฝีปากที่แห้งผาก สายตายังคงทอดมองร่างโปร่งที่หลบอยู่เบื้องหลังแผ่นอกกว้างของคณิน "พี่ตามหาตะวันมาตลอดสามเดือน... มีนบอกพี่ว่าตะวันมาอยู่ที่นี่ พี่ไม่คิดว่ามันจะไกลขนาดนี้"
ความอึดอัดโรยตัวลงมาคั่นกลางระหว่างคนทั้งสาม คณินเหลือบมองมือเรียวที่กำชายเสื้อของเขาแน่นขึ้น สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของตะวันส่งผ่านมาถึงผิวเนื้อ ทำให้คณินรู้ว่าคนรักกำลังหวาดกลัวแค่ไหน ชายหนุ่มขยับตัวก้าวมาบังร่างโปร่งให้พ้นจากรัศมีสายตาของภัทรอย่างแนบเนียน พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่นุ่มนวลต่อคนข้างหลัง
"ถ้าธุระของคุณคือการมาตามหาคน... ตอนนี้คุณก็เจอแล้ว" คณินกล่าว สายตาคมปลาบจับจ้องภัทรนิ่ง "แต่ดูท่าทางแล้ว คนของผมคงไม่สะดวกใจที่จะต้อนรับคุณในตอนนี้"
ภัทรขมวดคิ้วเล็กน้อย ความไม่พอใจฉายชัดขึ้นในแววตา "ผมมีเรื่องส่วนตัวที่ต้องคุยกับตะวันตามลำพัง... คุณเป็นใคร ถึงมามีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องของเรา"
"ผมเป็นเจ้าของที่นี่ และเป็นคนที่ดูแลตะวันในย ตอนนี้" คณินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นไร้ความเกรงกลัว "ถ้าคุณจะคุยอะไรกับตะวัน... คุณต้องผ่านผมก่อน"
ตะวันเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคณิน หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกค่อยๆ สงบลงภายใต้ร่มเงาความปลอดภัยที่คณินมอบให้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความเย็นเยียบในอก มือที่กำเสื้อของคณินคลายออกเล็กน้อย ก่อนที่ตะวันจะตัดสินใจก้าวออกมายืนเคียงข้างชายหนุ่ม
"ไม่เป็นไรครับพี่คิน..." ตะวันกระซิบเสียงเบา พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่ฝืนทำให้อุ่นใจที่สุดให้คนตัวโต "ตะวันจัดการเองได้ครับ"
คณินขมวดคิ้วด้วยความไม่เห็นด้วย แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทีละน้อย เขาก็พยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำยอม แต่ฝ่ามือหนายังคงเอื้อมไปกุมมือเรียวของตะวันไว้หลวมๆ เป็นการย้ำเตือนว่าเขาจะอยู่ตรงนี้... ไม่ไปไหนทั้งสิ้น
ภัทรทอดมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่ไหววูบ ความเจ็บปวดบางเบาพาดผ่านใบหน้าของอดีตรุ่นพี่คนสนิท "ตะวันเปลี่ยนไปมากนะ... อยู่ที่นี่แล้วมีความสุขดีสินะ ถึงได้ลืมทุกอย่างข้างหลังหมดเลย"
"ตะวันไม่ได้ลืมครับพี่ภัทร" ตะวันสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "ตะวันแค่... กำลังเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อความคาดหวังของใครอีกแล้ว"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเพียงแค่นั้น ความเงียบงันทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านพ้น ภัทรยืนนิ่งงันอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยอมจำนนต่อกำแพงที่ตะวันสร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือของชายหนุ่มแปลกหน้าข้างกาย
"พี่เข้าใจแล้ว..." ภัทรเอ่ยเสียงแผ่ว "พี่แค่อยากมาแน่ใจว่าตะวันสบายดี... งั้นพี่ไม่กวนแล้วล่ะ"
ร่างสูงของภัทรหันหลังกลับเดินจากไปช้าๆ ทิ้งร่องรอยความกดดันให้จางหายไปกับสายลมยามบ่ายที่พัดผ่านยอดไผ่ เสียงใบไม้เสียดสีกันดังซ่า คล้ายเสียงถอนหายใจโล่งอกของธรรมชาติ
ทันทีที่แผ่นลับตาของภัทรหายไปจากแนวรั้ว ตะวันก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นดินอย่างไร้เรี่ยวแรง มือเรียวปิดหน้าตัวเองเงียบๆ ไหล่บางไหวสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน คณินไม่รอช้า ชายหนุ่มทิ้งตัวคุกเข่าลงข้างๆ ดึงร่างโปร่งเข้ามาสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นและมั่นคงทันที
"ไม่เป็นไรแล้วนะ... ตะวัน" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ลูบหลังบางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "ผมอยู่ตรงนี้แล้ว"
ตะวันซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินออกมาเงียบๆ ความกดดันทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมาในอ้อมกอดนี้ อ้อมกอดที่เปรียบเสมือนบ้านและพื้นที่ปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับเขา
หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาอันหนักหน่วงไปได้ บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มกลับคืนสู่ความสงบ คณินตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องเพื่อดึงรอยยิ้มกลับคืนสู่ใบหน้าหวานของคนรัก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า
"ไหนๆ แขกไม่ได้รับเชิญก็กลับไปแล้ว เรายังมีงานชิ้นใหญ่รออยู่ข้างหน้านะครับ คุณสถาปนิก" คณินเอ่ยยิ้มๆ สายตาพราวระยับด้วยความเอ็นดู
ตะวันเงยหน้าขึ้นมองมือนั้น รอยยิ้มบางๆ ค่อยๆ แย้มขึ้นบนริมฝีปากที่ยังคงร่องรอยความเศร้าจางๆ มือเรียวยื่นไปกอบกุมฝ่ามือใหญ่นั้นไว้แน่น แล้วพยุงตัวลุกขึ้นยืนเคียงบ่าเคียงไหล่
"นั่นสินะครับ... มัวแต่ดราม่า เดี๋ยวร้านกาแฟในฝันของเราจะไม่ได้สร้างพอดี" ตะวันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายความสุขที่กลับคืนมา
งานสร้างร้านกาแฟเล็กๆ หลังสวนชาเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในบ่ายวันนั้น แม้ทั้งคู่จะไม่ได้มีทักษะงานช่างไม้ขั้นสูง แต่ด้วยความเป็นอดีตสถาปนิกของตะวันที่มีไอเดียและการออกแบบที่เฉียบคม ผสมผสานเข้ากับแรงกายและทักษะช่างพื้นฐานของคณิน ทำให้งานหนักที่ควรจะเหน็ดเหนื่อยกลายเป็นการร่วมมือร่วมใจที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
คณินรับหน้าที่เป็นแรงงานหลักในการแบกหามท่อนไม้ไผ่และแผ่นไม้สน ส่วนตะวันคอยกำกับดูแลเรื่องโครงสร้าง มุมรับแสง และการจัดวางพื้นที่ให้โปร่งโล่งรับลมธรรมชาติ ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาที่ลอยมาตามลม และเสียงเพลงคลอเบาๆ จากวิทยุเก่าๆ
"ตรงนี้... ขยับไปทางซ้ายอีกนิดครับพี่คิน" ตะวันชี้นิ้วสั่งการด้วยสีหน้าจริงจัง ดวงตาเป็นประกายด้วยความกระตือรือร้นแบบที่คณินไม่ได้เห็นมานาน
"แบบนี้เหรอครับ หรือต้องเอียงอีกนิด?" คณินแกล้งทำเป็นขยับท่อนไม้ไผ่ไปผิดทาง ทำเอาตะวันต้องรีบวิ่งเข้ามาจับแขนเขาไว้
"ไม่ใช่ครับ! เดี๋ยวโครงสร้างก็เอียงพังพอดี" ตะวันบ่นอุบพร้อมกับดันแผ่นไม้ในมือคณินให้เข้าที่ แต่วินาทีที่หันกลับมา ปรากฏว่าใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มใสจนสัมผัสได้
คณินชะงัก ดวงตาคมมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ไหวระริก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะเดียวกัน ตะวันเม้มริมฝีปากแน่น ความเขินอายแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าจนแดงก่ำลามไปถึงใบหู
"พ... พี่คินมองอะไรครับ" ตะวันเอ่ยเสียงสั่น พยายามจะถอยหลังหนี แต่ทว่าวงแขนแกร่งของคณินกลับรวบเอวบางไว้หลวมๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"มองคนที่กำลังตั้งใจทำงานจนน่ารักเกินไป..." คณินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มละมุนละไมจนคนฟังแทบละลายคาอก
ตะวันซ่อนใบหน้าร้อนผ่าวไว้ที่ลาดไหล่ของคณินแก้เขิน เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของชายหนุ่มดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่โอบกอดหัวใจของคนทั้งคู่ไว้จนแน่นหนา
งานสร้างร้านกาแฟดำเนินไปจนกระทั่งแสงตะวันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมทอง ทอดเงายาวไปทั่วทั้งสวนชา ตะวันยืนมองผลงานตรงหน้าที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทีละน้อยด้วยความภาคภูมิใจ โดยมีอ้อมแขนอุ่นๆ ของคณินโอบกอดมาจากด้านหลัง คางคมเกยอยู่บนลาดไหล่ของเขาอย่างสบายใจ
"เหนื่อยไหมครับ?" เสียงกระซิบถามข้างหู
"ไม่เลยครับ... สนุกกว่าที่คิดไว้เสียอีก" ตะวันตอบเสียงใส รอยยิ้มกว้างแต่งแต้มบนใบหน้าอย่างจริงใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
คณินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ดวงตาคมทอดมองออกไปเบื้องหน้าอย่างมีความสุข พลางคิดในใจว่าไม่ว่าอดีตของตะวันจะเจ็บปวดแค่ไหน นับจากนี้ไป... เขาจะเป็นคนสร้างรอยยิ้มนี้ให้คงอยู่ตลอดไป
ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของคนทั้งคู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงทางเดินเข้าสู่สวนชา เสียงนั้นหยุดลงกะทันหันตรงหน้าซุ้มประตูไผ่ พร้อมกับเสียงเรียกที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคณินและตะวันแข็งค้างไปในทันที
"คุณคินคะ... ตะวัน!" เสียงของมีนดังแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของเพื่อนสนิทซีดเผือดจนไร้สีเลือด "แย่แล้ว... เกิดเรื่องใหญ่ที่เรือนพักใหญ่แล้ว!"
ตะวันผละออกจากอ้อมกอดของคณินทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจที่แปลกประหลาด ขณะที่คณินก้าวออกไปบังด้านหน้าตามสัญชาตญาณ ดวงตาคมกวาดมองเพื่อนสนิทของคนรักด้วยความตึงเครียด
"เกิดอะไรขึ้น มีน?" คณินถามเสียงเข้ม
มีนหอบหายใจถี่รัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของตะวันหยุดหมุนลงในเสี้ยววินาที
"มีคนบุกรุกเข้าไปในห้องทำงานของคุณปกรณ์... แล้วเอกสารสำคัญสิทธิ์การถือครองที่ดินทั้งหมดของสวนชา... หายไปแล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความอบอุ่นนี้ด้วยกันนะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 21
ร่วมแรงร่วมใจ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!