รอยเปื้อนสีอะคริลิกสีครามบนปลายคางของรตวัน ทำให้คณินอดไม่ได้ที่จะยื่นนิ้วมือหนาออกไปเกลี่ยมันเบาๆ โดยไม่เอ่ยคำขออนุญาตสักคำ
"ถ้าคุณยังเหม่อมองแปลงชาแปลงนั้นด้วยสายตาเศร้าๆ แบบนี้อีกรอบ ผมคงต้องย้ายโต๊ะทำงานของคุณมาไว้กลางห้องนอนของผมแทนแล้วล่ะครับ... อ้ะ หมายถึง ไว้ในห้องทำงานส่วนตัวของผมต่างหาก" คณินแก้เก้อด้วยประโยคที่เกือบจะหลุดปากเผยความในใจ ทว่าแววตาที่ทอดมองมากลับอบอุ่นและจริงจังจนรตวันต้องรีบเบือนหน้าหนีซ่อนรอยระเรื่อบนพวงแก้ม
"คุณคินก็... พูดจาแปลกๆ อีกแล้วนะคะ ตะวันแค่วาดภาพใบชาเซ็ตสุดท้ายเสร็จต่างหาก ไม่ได้เหม่อเสียหน่อย" รตวันพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด สองมือบางรีบเก็บพู่กันลงในกระป๋องน้ำอย่างลวกๆ ความจริงคือเขากำลังครุ่นคิดถึงจดหมายฉบับนั้น จดหมายจากบริษัทออกแบบในเมืองหลวงที่ส่งตรงมาถึงเรือนไผ่เมื่อช่วงสาย มันคือตั๋วขาเดียวที่เปิดโอกาสให้เขากลับไปสู่วิชาชีพเดิม—สถาปนิกผู้เคยรุ่งโรจน์แต่หัวใจพังทลาย
คณินไม่ยอมปล่อยให้ร่างโปร่งได้หลบเลี่ยง เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของรตวันชนเข้ากับชั้นวางกระถางสมุนไพร กลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่และความอบอุ่นจากตัวของชายหนุ่มโอบล้อมพื้นที่ย่อมๆ นี้ไว้จนแทบไม่เหลือช่องว่าง
"ใบหน้าของคุณตอนนี้ไม่ได้บอกแบบนั้นเลยสักนิด... รตวัน คุณกำลังลังเลเรื่องอะไรอยู่ บอกผมได้ไหมครับ" น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่มักจะใช้ปกป้องเขาเสมอในยามเผชิญหน้ากับความกดดันดังขึ้นชิดริมใบหู คณินไม่ได้รุกล้ำ แต่ความใกล้ชิดนี้กลับทรงพลังเสียจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล
รตวันเม้มริมฝีปากแน่น ปลายนิ้วเรียวเผลอจิกชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่น "ตะวัน... แค่คิดว่า ตัวเองอาจจะพร้อมแล้ว... ที่จะลองกลับไปยืนจุดนั้นดูสักครั้งค่ะ คุณคินก็รู้ว่ามันคือความฝันของตะวันมาตลอด"
ประโยคนั้นทำให้คณินชะงัก ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกหน่วงๆ แปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "ถ้า... นั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขจริงๆ ผมในฐานะ... เจ้าของบ้านหลังนี้ ก็ไม่มีสิทธิ์จะรั้งคุณไว้หรอกครับ"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงใบไผ่เสียดสีกันเบาๆ ภายนอก รตวันเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นรอยยิ้มฝืนๆ ที่มุมปากของคณิน รอยยิ้มที่เขาไม่เคยชอบมันเลยสักนิด
"คุณคิน... โกรธตะวันเหรอคะ?" รตวันถามเสียงแผ่ว เอื้อมมือเรียวไปแตะแขนเสื้อของอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ
"เปล่าครับ ผมไม่ได้โกรธ... ผมแค่กลัว" คณินยอมรับตรงๆ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "กลัวว่าเมืองใหญ่ใจร้ายนั่นจะพราก รตวัน คนเดิมของผมไป... กลัวว่าไออุ่นที่เราเพิ่งสร้างร่วมกันมาตลอดหลายเดือนนี้ มันจะละลายหายไปกับความเร่งรีบของโลกที่คุณกำลังจะก้าวกลับเข้าไป"
คำว่า 'รตวันคนเดิมของผม' กระแทกเข้ากลางใจจนร่างบางสะท้านวาบ ความรู้สึกตื้นตันพรั่งพรูขึ้นมาจนจมูกรื้นร้อน รตวันอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำปลอบโยน ทว่าเสียงเคาะประตูกระจกเรือนเพาะชำก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน มีน เพื่อนสนิทสายซัพพอร์ตยืนยิ้มแฉ่งอยู่หลังบานกระจก มือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะไว้แน่น สีหน้าของเพื่อนรักดูตื่นเต้นระคนกังวลแปลกๆ จนรตวันต้องขมวดคิ้วมุ่น
คณินผถอยหลังออกไปสองก้าวด้วยความสุภาพ ปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยดังเดิม เปิดทางให้รตวันเดินไปเลื่อนเปิดประตูต้อนรับเพื่อนสนิท
"มีน? มาทำอะไรที่นี่ล่ะ ลุงปกรณ์บอกว่าเธอติดธุระในอำเภอไม่ใช่เหรอ" รตวันเอ่ยถามขณะรับซองเอกสารมาถือไว้
มีนหอบหายใจเล็กน้อย กวาดสายตามองหน้าคณินและรตวันสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบสะดุด
"กูก็ไม่ได้อยากมาขัดจังหวะเวลาสวีทหรอกนะ... แต่พอดีกูไปเจอ ‘คนจากอดีต’ ของมึงที่หน้าหมู่บ้านวะ ตะวัน... และไอ้บ้านั่นกำลังตรงมาที่เรือนไผ่ พร้อมกับข่าวที่ว่า เขามีสิทธิ์ขาดในโปรเจกต์ใหญ่ที่มึงฝันอยากทำพอดีเป๊ะ!"
รตวันตัวแข็งทื่อ ซองเอกสารในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังสะท้อนในโสตประสาท เมื่อเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวผ่านม่านไผ่เข้ามาใกล้เรือนกระจกแห่งนี้ทีละก้าว... ทีละก้าว...
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปด้วยกันในทุกๆ ตอนนะคะ จากใจ... หมอกไม้ไผ่
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 33
บทที่ 33
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!