ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 34

บทที่ 34

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงกระดาษหนาหนักกระทบพื้นดินแห้งแล้งดังตุบ... ทว่าในห้วงเวลานั้น สำหรับรตวันแล้ว เสียงหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามดังก้องจนกลบทุกสรรพเสียงรอบกาย ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ภายในบรรจุสัญญาเก่าที่เขาพยายามหนีหายมาครึ่งค่อนชีวิต บัดนี้กลับนอนแอ้งแม้งอยู่เบื้องหน้า ห่างจากปลายรองเท้าผ้าใบของใครคนหนึ่งเพียงไม่กี่คืบ เงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับลงมาจากม่านไผ่ไหวระริกตามแรงลม ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคณิน ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มเจ้าของเรือนไผ่ไม่ได้กวาดมองเอกสารที่หล่นอยู่บนพื้นแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นทอดมองเพียงรตวัน—ร่างบางที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นสลัก ไหล่บางห่อเข้าหากันโดยสัญชาตญาณราวกับเด็กน้อยที่กำลังรอรับทัณฑ์บนจากความผิดที่ไม่ได้ก่อ "ตะวัน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะเจือความอบอุ่นเสมอในยามปกติ ยามนี้กลับเรียบนิ่งจนน่าใจหาย มันเป็นความนิ่งที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ถูกเอ่ยออกมา คณินก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนรตวันสัมผัสได้ถึงไออุ่นคุ้นเคยที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของอีกฝ่าย ตัดกับความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วขึ้นมาจากฝ่าเท้า รตวันสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามบังคับมือที่สั่นเทาให้หยุดลง แต่ไร้ผล เขาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่มักจะมองเขาด้วยความห่วงใยเสมอ แต่ในวินาทีนี้ กลับสะท้อนเงาร่างของความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจของเขาเอง "คุณ... คุณคิน มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" เสียงของรตวันแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ "นานพอที่จะรู้ว่า... มีบางอย่างที่ตะวันกำลังพยายามแบกรับไว้คนเดียวอีกแล้วใช่ไหมครับ" คณินไม่ได้ใช้คำพูดคาดคั้น น้ำเสียงนั้นกลับอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด ทว่ามันยิ่งทำให้ขอบตาของรตวันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ชายหนุ่มร่างสูงย่อตัวลงช้าๆ ปลายนิ้วแข็งแรงเอื้อมไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่ากระดาษแผ่นบางๆ ข้างในจะบอบช้ำ ทว่าการกระทำนั้นกลับทำให้หัวใจของรตวันกระตุกวาบ เขาพยายามจะก้าวเท้าเข้าไปแย่งมันคืนมา "อย่าค่ะ... คุณคิน อย่าเปิดมันนะ" รตวันโพล่งขึ้นด้วยความลốngลาน สองมือเอื้อมออกไปหมายจะคว้าซองเอกสารในมือของอีกฝ่าย แต่คณินกลับเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วอุ่นจัดกุมข้อมือที่สั่นเทาของรตวันเอาไว้หลวมๆ แรงบิดจากฝ่ามือใหญ่นั้นไม่ได้เป็นการกักขัง แต่มันคือความมั่น คงที่ส่งผ่านความอบอุ่นมาให้ เพื่อบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ลำพังอีกต่อไปแล้ว "ทำไมล่ะครับ ตะวันกลัวอะไร" คณินเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาคู่นั้นจริงจังแต่ทว่านุ่มนวลเหลือเกิน "กลัวว่าอดีตพวกนั้นจะพรากตะวันไปจากที่นี่... หรือกลัวว่าผมจะมองตะวันเปลี่ยนไป" คำถามนั้นทิ่มแทงเข้าไปในความรู้สึกของรตวันอย่างจัง หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาบังทัศนียภาพจนภาพตรงหน้าพร่ามัว เขาเบือนหน้าหนี หลบสายตาคู่นั้นด้วยความรู้สึกผิดบาปในใจ "ผม... ผมไม่อยากให้คุณคินต้องมาแปดเปื้อนกับเรื่องพวกนี้" รตวันกระซิบเสียงสั่น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบหลังมือของคณินที่ยังคงกุมข้อมือเขาไว้ "ที่นี่มันสงบเกินไป... สวนชาของคุคิน ศาลาหลังนี้ ความใจดีของคุณ... มันไม่ควรต้องมารับภาระความยุ่งเหยิงในชีวิตเก่าของผมเลย" คณินนิ่งเงไปครู่ใหญ่ เสียงลมหายใจของคนตัวโตกว่าผ่อนออกมาช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนรตวันต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาไม้ไผ่เย็นเยียบของเรือนกระจก กลายเป็นว่าในตอนนี้ รตวันถูกวงแขนแกร่งกักตัวไว้ตรงกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีการบังคับขืนใจ มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นคงและเด็ดเดี่ยว "ตะวันฟังผมนะ..." คณินโน้มใบหน้าลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นไอชาอ่อนๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มที่เปื้อนคราบน้ำตา "ตั้งแต่ผมอนุญาตให้สถาปนิกคนเก่งเข้ามาปรับปรุงเรือนไผ่แห่งนี้... ผมไม่ได้มองว่าตะวันเป็นแค่คนแปลกหน้าที่จ้างมาทำงาน และผมไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวของตะวันจะเป็นภาระ" ปลายนิ้วอุ่นของคณินยกขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนของรตวันอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ทะนุถนอมนั้นทำให้หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของรตวันสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกอบอุ่นแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งผ่าน "แต่ว่าเอกสารในนั้น..." รตวันพยายามจะเอ่ยแย้ง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความกังวล "ถ้ามันคือความเจ็บปวดที่ตะวันต้องเก็บไว้คนเดียว..." คณินเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกที่สั่นระริกเล็กน้อย "ให้ผมช่วยแบกมันด้วยคน... จะได้ไหมครับ" หัวใจของรตวันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับเดือนพรั่งพรูออกมาพร้อมกับเสียงสะื้นเบาๆ เขาซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของคณินโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของอีกฝ่าย คณินไม่พูดอะไรอีก เขายกวงแขนขึ้นโอบกอดร่างบางนั้นไว้แนบอก สองมือลูบแผ่นหลังบางเบาๆ อย่างปลอบประโลม ถ่ายทอดความอบอุ่นทั้งหมดที่มีเพื่อเยียวยารอยแผลในใจของคนในอ้อมแขน เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ท่ามกลางความเงียบสงบของสวนชาในยามสาย บรรยากาศรอบกายราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นสอดประสานกันเป็นจังหวะ รตวันสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขารีบผงศีรษะออกจากอกกว้าง ปาดน้ำตาลวกๆ ด้วยความเขินอายปนรู้สึกผิดที่แสดงด้านอ่อนแอออกมาให้เห็นมากเกินไป คณินมองท่าทางนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและมีอิทธิพลต่อหัวใจของรตวันเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มร่างสูงก้มลงมองซองเอกสารในมืออีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจดึงลิ้นแฟ้มกระดาษออกอย่างระมัดระวัง รตวันหลับตาปี๋ลงทันทีด้วยความกลัว ไม่อยากเผชิญหน้ากับข้อความหรือสัญญาจ้างงานกดขี่ที่เคยทำลายชีวิตสถาปนิกของเขาจนย่อยยับ ทว่า... เสียงกระดาษพลิกเปิดออกกลับไม่มีเสียงแสดงความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความเงียบงัน รตวันค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ มองดูคณินที่กำลังก้มอ่านกระดาษแผ่นแรกด้วยสีหน้าเรียบเฉย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะคลายออก ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรทีละบรรทัดอย่างพินิจพิเคราะห์ "นี่มัน..." คณินพึมพำกับตัวเองเบาๆ "คะ... คุณคิน เจออะไรเหรอคะ" รตวันถามด้วยความหวาดหวั่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก คณินเงยหน้าขึ้นสบตากลับมา แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธหรือรังเกียจอย่างที่รตวันหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หากแต่เต็มไปด้วยประกายความแปลกใจและความจริงจังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ "เอกสารนี่ไม่ใช่สัญญาจ้างงานจากบริษัทเดิมของตะวัน..." คณินเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รตวันต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "แต่มันคือ... เอกสารแจ้งคำสั่งศาลเกี่ยวกับคดีทุจริตโครงการใหญ่ ที่ระบุชื่อของ 'คุณอา' ของตะวันต่างหากล่ะครับ" รตวันยืนนิ่งค้างไปทันที สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ อาของเขา... คนที่เขาไว้ใจที่สุด คนที่โยนความผิดทั้งหมดมาให้จนเขาต้องหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ บัดนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ก่อนที่รตวันจะได้เอ่ยถามอะไรออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินป่าไผ่ พร้อมกับเสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนของลุงปกรณ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในเรือนกระจก "คุณคิน! คุณตะวัน! แย่แล้วครับ..." ผู้เฒ่าผู้ใหญ่บ้านร้องเรียกเสียงดังลั่น สีหน้าซีดเผือกด้วยความตกใจ "มีแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่กำลังเดินขึ้นมาที่เรือนไผ่แล้วครับ พวกเขาบอกว่าเป็น... ตำรวจ และทนายความฝ่ายโจทก์!" รตวันตัวเย็นเฉียบในพริบตา เลือดในกายเย็นเฉียบลงจนแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง สองมือที่เพิ่งจะคลายความสั่นเทากลับกลับมากำเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิม คณินหันขวับไปมองทางทางเดินป่าไผ่ทันที ดวงตาคมกริบวับโรจน์ขึ้นด้วยประกายแห่งการปกป้อง ร่างสูงก้าวเข้ามาบังร่างของรตวันไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณทันทีที่เงาร่างหลายร่างปรากฏขึ้นที่ปลายทางเดิน ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและโอบกอดความอบอุ่นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%