กลิ่นชื้นของดินหลังฝนพรำผสมกับกลิ่นหอมเย็นของไผ่ป่าลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ร่างสูงของคณินแผ่ไอความร้อนระอุออกมาอย่างชัดเจน ยามที่เขาขยับกายก้าวมาขวางหน้าพรางร่างของรตวันไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างนั้นเปรียบเสมือนกำแพงศิลาที่พร้อมรับทุกคมหอกคมดาบแทนคนด้านหลัง สัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มตื่นตัวเต็มที่ ดวงตาคมกริบกวาดมองเงาร่างสามร่างที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวพ้นแนวหมอกบางเบาของสวนชาอย่างระแวดระวัง
"ถอยไป... คิน" เสียงหวานใสที่เอ่ยลอดผ่านไหล่กว้างมานั้นสั่นเครือน้อยๆ แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย รตวันเอื้อมมือเรียวสั่นเทาไปแตะชายเสื้อแจ็คเก็ตผ้าฝ้ายของคณินเบาๆ ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของอีกฝ่ายทำให้คณินรู้ว่าคนตัวเล็กกำลังหวาดกลัวเพียงใด ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าจะถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวนั้นไว้แน่น ประสานนิ้วเข้าหากันเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นคงให้ผ่านพ้นฝ่ามือไป
"บอกแล้วไงคะ ว่าผมจะอยู่ตรงนี้... จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคุณเด็ดขาด" คณินกระซิบเสียงต่ำ ลอดไรฟัน ทว่าหนักแน่นจนคนฟังอุ่นซ่านไปถึงขั้วหัวใจ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะกดดันและคุกคามเพียงใด แต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมกระชับอยู่กลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้รตวันได้อย่างประหลาด
เงาร่างทั้งสามหยุดยืนห่างออกไปราวสเกลสิบก้าว แสงไฟฉายสลัวจากมือของบุคคลปริศนาสาดส่องเข้ามาตัดกับความมืดของราวป่าไผ่ เผยให้เห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่รตวันคุ้นตาดี—นายชัชวาล นักธุรกิจท้องถิ่นผู้กว้านซื้อที่ดินแถบนี้ และข้างกายเขามีชายฉกรรจ์ร่างกำยำในชุดดำอีกสองคนยืนประกบสีหน้าถมึงทึง
"แหม... ช่างเป็นภาพที่พี่น้องรักกันกลมเกลียวเสียจริงนะคะ คุณคณิน" เสียงหัวเราะแห้งแล้งดังขึ้นจากลำคอของนายชัชวาล รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหนา ดวงตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาเหยียดหยัน "ไม่คิดเลยว่าเจ้าของสวนชาผู้รักสันโดษ จะยอมลดตัวมาปกป้องสถาปนิกตกอับที่หนีปัญหาชีวิตมาซุกหัวนอนในป่าเขาแบบนี้"
รตวันสะท้านเฮือกเมื่อได้ยินคำดูถูกนั้น ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกกดดันในบริษัทเก่าและคำปรามาสจากคนรอบข้างพรูเข้ามาในหัวสมองราวกับแผลเก่าที่ถูกกรีดซ้ำ ร่างโปร่งสั่นเทาเล็กน้อย ความมั่นใจที่อุตส่าห์ก่อร่างสร้างขึ้นมาใหม่ท่ามกลางธรรมชาติอันสงบสุขของเรือนไผ่คล้ายจะสั่นคลอนลงในพริบตา
ทว่า... ก่อนที่ความมืดมนจะกัดกินจิตใจจนหมดสิ้น นิ้วมือที่ประสานกันอยู่ก็บีบแน่นขึ้นอีกนิด คณินไม่หันกลับมามอง แต่แรงกดที่ฝ่ามือส่งผ่านมาแทนคำพูดทั้งหมด—*มีฉันอยู่ตรงนี้... คุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น*
คณินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บังร่างของรตวันให้พ้นจากการคุกคามทางสายตาโดยสมบูรณ์ รังสีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกจากร่างสูงโปร่งจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนน่ากลัวเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
"ถ้าคุณชัชวาลมาเพื่อพูดจาดูหมิ่นคนของผม เกรงว่าคุณจะเสียเวลาเปล่าค่ะ... อ้อ ไม่สิ ต้องบอกว่าเสียเที่ยว เพราะต่อให้คุณเอาเงินมาวางกองตรงหน้าเท่าไหร่ ที่ดินแปลงนี้และตัวคุณรตวัน ก็ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมาแตะต้องได้" คณินเน้นย้ำทีละคำ ชัดเจนและเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักนุ่ม
นายชัชวาลหรี่ตาลง รอยยิ้มเยาะเลือนหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า "ปากดีนักนะคุณคณิน! คิดว่าถือโฉนดอยู่ในมือแล้วจะวิเศษวิเศษมาจากไหน ที่ดินตรงนี้มันอยู่ในกำมือฉันมานานแล้ว อีกไม่นานหรอก... ทั้งสวนชา ทั้งเรือนไผ่ของคุณ หรือแม้แต่ไอ้เด็กนี่ จะต้องระเห็จออกไปอย่างไร้ที่ซบหัวนอน!"
"เชิญคุณพูดตามสบายค่ะ" คณินตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ "แต่ถ้ายังไม่รีบไสมือออกไปจากเขตพื้นที่ส่วนบุคคลของผมภายในสามวินาทีนี้ ผมคงต้องใช้วิธีต้อนรับแขกไม่เชิญตามแบบฉบับของคนสวนชา... ซึ่งรับรองว่าคงไม่รื่นรมย์นัก"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ลูกน้องร่างใหญ่ทั้งสองคนของนายชัชวาลขยับตัวก้าวเข้ามาพร้อมหาเรื่อง นายชัชวาลยกมือขึ้นห้ามไว้ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง เขากวาดสายตามองเลยไหล่ของคณินไปสบตากับรตวันชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างน่าขนลุก
"ดี... งั้นก็คอยดูก็แล้วกัน ว่าความรักและความปกป้องบ้าๆ ของพวกคุณ จะทนทานได้สักแค่ไหน เมื่อความลับเน่าเฟะของคนข้างหลังคุณถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด!"
สิ้นคำพูดนั้น นายชัชวาลก็สะบัดตัวหันหลังเดินกลับเข้าสู่ความมืดของราวป่าไผ่ พร้อมกับลูกน้องทั้งสองที่ถอยร่นตามไปด้วยความเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของรตวันและกลิ่นไอดินที่ยังคงคุกรุ่น
เมื่อเงาร่างเหล่านั้นลับตาไปจนแน่ใจแล้ว คณินจึงรีบหันขวับกลับมาหารตวันทันที ร่างสูงทรุดตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาคู่สวยไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกและหวาดผวา
"รตวันคะ... มองหน้าผม" คณินเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ มือหนาทั้งสองข้างประคองใบหน้าเนียนนุ่มเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม นิ้วโป้งเกลี่ยไล้เบาๆ ที่พวงแก้มเย็นเฉียบเพื่อเรียกสติ "อย่าไปฟังสิ่งที่คนพวกนั้นพูด มันไม่มีค่าพอให้คุณต้องเก็บบาดแผลมาใส่ใจเลยนะคะ"
รตวันเงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจคู่นั้น ความหวาดกลัวในอกค่อยๆ สงบลงทีละน้อยภายใต้ไออุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่ม ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นพร่า
"เขา... เขาหมายถึงอะไรคะคิน ความลับอะไร... ที่เขาบอกว่ามันเน่าเฟะ"
คณินชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบวับโรจน์ขึ้นด้วยประกายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน—ประกายความกังวลที่ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับมาตลอด และเขากลัวเหลือเกินว่ามันกำลังจะพังทลายทุกอย่างลง
ทว่า ในวินาทีที่คณินกำลังจะเอ่ยปากปลอบโยน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของรตวันก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบขึ้นในความมืด เผยให้เห็นชื่อผู้โทรเข้าที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ...
*เบอร์แปลกจากกรุงเทพฯ... และข้อความแจ้งเตือนไลน์ที่เด้งขึ้นมาพร้อมกัน เป็นภาพถ่ายใบประกาศจับข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ที่มีใบหน้าของ 'รตวัน' หราอยู่บนนั้นอย่างเด่นชัด!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและโอบกอดความอบอุ่นในเรือนไผ่ไปด้วยกันเสมอนะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 35
บทที่ 35
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!