หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าบนโต๊ะไม้ไผ่ยังคงสว่างวาบ ภาพถ่ายใบประกาศจับข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ที่ปรากฏชื่อและใบหน้าของ 'รตวัน' หราอยู่บนนั้น ช่างบาดตาและชาหนึบไปทั่วทั้งมโนสำนึกจนแทบไม่กล้าหายใจ ความเงียบงันภายในห้องทำงานของเรือนไผ่ในยามวิกาลนี้ หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าสายหมอกหนาทึบที่เกาะกุมยอดดอยด้านนอก
รตวันรู้สึกคล้ายมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก มือเรียวสั่นเทาจนเกือบจะถือโทรศัพท์ไว้ไม่ไหว ข้อมูล เท็จจริง และความหวandดีทั้งหมดที่เขาพยายามสร้างขึ้นใหม่เพื่อกลบฝังอดีต พังทลายลงในพริบตาเดียวราวกับปราสาททรายโดนคลื่นซัด
"ตะวัน..."
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้งดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่ทาบทับลงบนไหล่ลาด คณินก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนดูอบอุ่นเสมอในยามปกติ ทว่ายามนี้แววตาคมกริบของเขากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ตะวันสะดุ้งเล็กน้อย เบือนหน้าหนีจอภาพนั้นด้วยความรู้สึกอับอายและไม่อยากให้คนตรงหน้าต้องมาแปดเปื้อนกับเรื่องสกปรกที่ตนไม่ได้ก่อ หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รินไหลลงมาเงียบๆ ไร้เสียงสะอื้น แต่มันรดรินลงบนหลังมือของคณินที่เอื้อมมาประคองข้อมือเขาไว้เสียก่อน
"มัน... ไม่ใช่ความจริงนะคะพี่คิน ตะวันไม่ได้ทำ..." เสียงของร่างบางสั่นพร่าและขาดห้วง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำเงยขึ้นสบตา พร้อมจะยอมรับหากอีกฝ่ายจะถอยห่าง หรือมองเขาด้วยสายตารังเกียจ
คณินไม่พูดพร่ำทำเพลง นิ้วมือหนาเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้คนตรงหน้าจะแตกสลายคามือ ก่อนที่ร่างสูงจะดึงตัวรตวันเข้าไปสวมกอดไว้แนบอก อ้อมอกกว้างที่คุ้นเคย แผ่ซ่านไออุ่นและกลิ่นหอมจางๆ ของใบชา ช่วยบรรเทาความหนาวยะเยือกในอกของตะวันลงได้บ้าง
"พี่รู้..." คณินกระซิบชิดขอบหู เสียงของเขาหนักแน่นมั่นคงจนน่าประหลาดใจ "พี่รู้จักคนที่ชื่อรตวันดีกว่ากระดาษแผ่นเดียวในจอนั่น... เงยหน้าขึ้นมามองพี่ค่ะ ตะวันไม่ได้อยู่คนเดียวนะ"
คำว่า 'ไม่ได้อยู่คนเดียว' ช่างทรงพลังเหลือเกินในยามที่โลกทั้งใบกำลังถล่มทลายลงมา ตะวันซบหน้าลงกับอกแกร่ง ปล่อยให้ความอ่อนแอที่สะสมมานานทะลักทลายออกมาจนหมดสิ้น มือบางกำเสื้อเชิ้ตของคณินไว้แน่นราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวในความมืดมิด
ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจทั้งสองดวง เสียงเคาะประตูกระจกเรือนรับรองด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน... ก๊อก ก๊อก ก๊อก
มันไม่ใช่เสียงเคาะที่เป็นมิตร และจังหวะนั้นเองที่ทำให้คณินขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบหันไปมองทิศทางประตูด้วยความระแวดระวัง ตะวันผละออกจากอ้อมอกกว้างโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยกลับมาเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวอีกครั้งเมื่อนึกถึงเบอร์แปลกที่โทรเข้ามาซ้ำๆ ก่อนหน้านี้
"ดึกดื่นป่านนี้ ใครกัน..." ตะวันกระซิบถาม เสียงสั่นเทา
คณินไม่ได้ตอบ ร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างโปร่งของตะวันไว้ครึ่งหนึ่งก่อนจะก้าวเท้าเดินไปเปิดประตูไม้สักหนา
ลมหนาวยามดึกพัดกรูเข้ามาวูบใหญ่ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า...
แสงไฟจากเฉลียงเรือนไพ่ส่องกระทบใบหน้าของแขกยามวิกาลอย่างชัดเจน ร่างนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'สารวัตรภัทร' นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของคณินสมัยเรียนมหาวิทยาลัย และเป็นคนที่รับผิดชอบคดีทุจริตในบริษัทสถาปัตยกรรมที่กรุงเทพฯ ของตะวันเมื่อหลายเดือนก่อน
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงทันที ไม่มีใครเอ่ยคำทักทาย สายตาคมของนายตำรวจหนุ่มกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของรตวันซึ่งยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลังคณิน
"ไอ้คิน... กูไม่ได้อยากมารบกวนมึงเวลานี้หรอกนะ" สารวัตรภัทรเปิดฉากด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มดูเหนื่อยล้าและร้อนรนไม่แพ้กัน "แต่กูมีเรื่องด่วนที่ต้องคุยกับน้องตะวัน... เกี่ยวกับผู้บริหารคนเก่าของบริษัทที่เพิ่งมอบตัว และซัดทอดหลักฐานใหม่ทั้งหมด ที่สำคัญที่สุด..."
ภัทรเว้นจังหวะหายใจนิดหนึ่ง ดวงตาคมกวาดมองรตวันด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"คนร้ายตัวจริงที่แอบอ้างชื่อน้องตะวัน... เพิ่งถูกพบเป็นศพจมน้ำเสียชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาแล้วครับ!"
นิยายตอนที่ 36 จบลงตรงนี้
ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพี่คินและน้องตะวันมา ณ ที่นี้นะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 36
บทที่ 36
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!