"ถ้าคุณคินยังดึงดันจะเอาแปลงชาโซน B ไปจำนองกับธนาคารเพื่อโครงการบ้าๆ นั่น... ผมเกรงว่าความพยายามหลายปีของเรือนไผ่จะพังครืนลงมาในพริบตาเดียวนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดดังแทรกผ่านม่านใบบัวตองแห้งๆ ข้างเรือนเพาะชำ ไม่ได้ทำให้คณินสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกยังคงก้มหน้าก้มตาใช้กรรไกรแต่งกิ่งแต่งกิ่งชาโบราณอย่างใจเย็น ปล่อยให้ผู้จัดการฝ่ายบัญชีของสหกรณ์การเกษตรอำเภอพ่นคำเตือนด้วยความหวังดี (หรือหวังผลประโยชน์) จนจบประโยค
คณินวางกรรไกรลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงกระทบเบาๆ แต่หนักแน่นพอจะทำให้คู่สนทนาชะงัก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาเงยขึ้นมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่นั่นแหละคือความกดดันที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนตรงข้าม
"เงินก้อนนั้นไม่ได้เอาไปละลายเล่นครับผู้จัดการปพน... และผมเชื่อว่าคุณก็น่าจะรู้ดีกว่าใคร ว่าผลผลิตล็อตใหม่ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวในอีกสามเดือนข้างหน้า มีมูลค่ามากพอจะปิดหนี้ทั้งหมดได้ในคราวเดียว" น้ำเสียงของคณินราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนปพนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"แต่ความเสี่ยงมันสูงเกินไป! แล้วไหนจะเรื่องที่ดินแปลงริมน้ำที่..."
"พอแค่นี้เถอะครับ" คณินยกมือขึ้นห้ามปราม น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ถ้าคุณมาเพื่อคุยเรื่องสัญญา ผมยินดีรับฟัง แต่ถ้ามาเพื่อก้าวก่ายการตัดสินใจบริหารงานในสวนของผม... ผมคิดว่าเราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก"
ปพนหน้าเสีย ขยับปากจะพูดต่อแต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นก็ต้องยอมถอยกรูด เขาคว้ากระเป๋าเอกสารขึ้นสะพายไหล่ สะบัดหน้าเดินฮึดฮัดจากไปตามทางเดินดินแดง ทิ้งให้คณินยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบของราวไผ่ที่เสียดสีกันเบาๆ ตามแรงลม
ลมหายใจผ่อนออกมายาวเหยียด คณินนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ ความเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ไม่ใช่เรื่องตัวเลขในบัญชีอย่างที่ปพนเข้าใจ แต่เป็นความกังวลว่า... เขาจะปกป้อง "ความฝัน" ของใครบางคนไว้ได้ดีพอหรือเปล่า
"คุยอะไรกันเหรอครับ สีหน้าดูเคร่งเครียดจัง"
เสียงหวานนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่วางลงบนลาดไหล่กว้าง คณินหลับตาลงรับไออุ่นนั้นทันที ความตึงเครียดเมื่อครู่อลายหายไปราวกับถูกปัดเป่าด้วยเวทมนตร์ เมื่อเขารีบหมุนตัวกลับไปโอบร่างโปร่งของรตวันที่ถือถาดชาอุ่นๆ ไว้ในมือ
รตวันในชุดผ้าฝ้ายสีครีมดูอบอุ่นและสบายตา ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววห่วงใยยามมองสำรวจใบหน้าของคนรัก นิ้วเรียวยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกรงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ "มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ... หรือว่าเรื่องเอกสารส่งออกมีปัญหาอีกแล้ว"
"ไม่มีอะไรที่ผมจัดการไม่ได้หรอครับ" คณินยิ้มบางๆ มือหนาเอื้อมไปรับถาดชามาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะรวบเอวบางเข้ามาสวมกอดไว้หลวมๆ ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของอีกฝ่ายเพื่อสูดเอาความสดชื่นเข้าปอด "แค่มีตะวันอยู่ตรงนี้... ปัญหาอะไรก็กลายเป็นเรื่องเล็กหมด"
"ปากหวานอีกแล้วนะคะ" รตวันหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ สองมือเรียวโอบรอบลำคอหนา หลับตาลงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับอ้อมกอดที่ปลอดภัยที่สุดในโลกใบนี้ ความเหนื่อยล้าจากการออกแบบโครงสร้างเรือนพักรับรองนักท่องเที่ยวที่เพิ่งแก้แบบเสร็จไปเมื่อเช้าตรู่พลันมลายหายสิ้น "ถ้าเหนื่อยนัก ก็พักบ้างเถอะค่ะ... อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเลยนะ"
"ผมไม่ได้แบกคนเดียวสักหน่อย" คณินผงศีรษะขึ้นมาสบตา ประกายตาคมกริบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนแทบหยดหยย "ผมกำลังสร้างอนาคต... อนาคตที่มีเราสองคนอยู่ในนั้นนะตะวัน"
ใบเนียนของรตวันขึ้นสีเรื่อด้วยความเขินอาย แม้จะอยู่ด้วยกันมานานและผ่านเรื่องราวร้ายดีมาด้วยกันมากมาย แต่คำพูดและการกระทำที่แฝงความจริงจังของคณินก็ยังทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำอยู่เสมอ ร่างโปร่งซบหน้าลงกับอกแกร่งเพื่อซ่อนรอยยิ้มกว้างของตัวเอง พลางฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงของคนตรงหน้า
ช่วงเวลานี้ช่างสงบงดงาม ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน ทว่า... ความเงียบสงบในสวนชา มักซ่อนความเคลื่อนไหวที่ไม่มีใครคาดคิดเอาไว้เสมอ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เร่งรีบดังลัดเลาะผ่านพุ่มชาเข้ามา ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจรัวของลุงปกรณ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าเรือนเพาะชำ สีหน้าของชายชราซีดเผือดจนรตวันต้องผละออกจากอ้อมกอดของคณินด้วยความตกใจ
"คุณคิน! คุณตะวัน!แย่แล้วครับ!" ลุงปกรณ์ละล่ำละลักพูด มือเหี่ยวย่นชี้ไปทางปากทางเข้าสวนชา "มี... มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับตำรวจทางหลวงมาเต็มหน้าสวนเลยครับ! พวกเขากำลังบอกว่า... เอกสารสิทธิ์ที่ดินโซนเรือนพักรับรองเป็นพื้นที่ทับซ้อน... และต้องอายัดพื้นที่ทั้งหมดทันที!"
รตวันเบิกตากว้าง ร่างกายชาวาบไปถึงไขสันหลัง ความรู้สึกคุ้นเคยอันน่าสะพรึงกลัวจากอดีตที่เคยพยายามหนีห่าง วิ่งย้อนกลับมาบีบรัดหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
คณินขมวดคิ้วแน่น แววตานิ่งสงบแปรเปลี่ยนเป็นความคมกลาวที่ดุดันขึ้นมาทันที ร่างสูงก้าวออกไปบังรตวันไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้าออกไปพิสูจน์ความจริง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกางเกงก็แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
คณินหยิบขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง หน้าจอปรากฏเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย ทว่าเมื่อกดรับและแนบหู เสียงปลายสายที่ลอดผ่านเข้ามากลับทำให้เลือดในกายของเขาร้อนฉ่าราวกับถูกสาดด้วยน้ำกรด
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพี่คินและน้องตะวันมา ณ ที่นี้นะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 37
บทที่ 37
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!