ถ้วยชาเซรามิกเนื้อเนียนในมือของรตวันไม่ได้ให้ความรู้สึกอุ่นอย่างที่ควรจะเป็นอีกต่อไปแล้วค่ะ เมื่อไอความร้อนจางหายไป ความเย็นเยียบจากผืนป่าไผ่รอบด้านก็เริ่มซึมผ่านปลายนิ้วเข้ามาแทนที่
สายตาของร่างโปร่งจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างของคณินที่กำลังยืนหันหลังให้ อยู่ริมระเบียงเรือนพัก ท่ามกลางเงาสลัวของพลบค่ำที่โรยตัวลงมาอย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตลินินสีเข้มไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเลยตั้งแต่บทสนทนาก่อนหน้าจบลง ความเงียบงันนี้ช่างน่าอึดอัดเสียจนตะวันต้องเป็นฝ่ายสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า
"พี่คินคะ..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ราวกับเกรงว่ามันจะไปรบกวนความนิ่งงันของบรรยากาศรอบตัว
คณินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา ชายหนุ่มไม่ได้ส่งยิ้มบางๆ เช่นทุกครั้ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแสงไฟสีส้มสลัวจากในห้องกลับฉายแววซับซ้อนบางอย่างที่ตะวันอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธ... แต่มันคือความกังวลระคนหวงแหนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม
"ตะวันรู้ตัวไหมคะ ว่ากำลังทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง
"ตะวัน..." ร่างบางเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวเผลอบีบถ้วยชาในมือแน่นขึ้น "ตะวันแค่อยากเคลียร์ทุกอย่างให้มันจบค่ะ เรื่องโปรเจกต์ที่กรุงเทพฯ เรื่องบริษัทเก่า... ตะวันไม่อยากให้มันกลายเป็นเงาตามมาหลอกหลอนเราอีก"
"แล้วเงาที่ว่านั่น มันคุ้มไหมกับการที่ตะวันต้องฝืนยิ้มแล้วแอบไปร้องไห้คนเดียวเงียบๆ หลังเรือนกระจกเมื่อตอนบ่ายล่ะหึ"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ามาปะทะหน้าอกของตะวันราวกับถูกค้อนทุบ ร่างโปร่งเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ความลับที่คิดว่าซ่อนไว้มิดชิด กลับถูกสายตาที่คอยเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลาของคณินมองทะลุปรุโปร่งจนหมดสิ้น น้ำตาพาลจะรื้นขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่ตะวันก็พยายามกะพริบตาไล่ความอ่อนแอนั้นกลับเข้าไป
"พี่คินแอบดูตะวันเหรอคะ..."
"พี่ไม่ได้แอบดู..." คณินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างโปร่งจนมิด "แต่สายตามันบังคับให้มองต่างหาก ตะวันเป็นแบบนี้ทีไร ใจพี่มันไม่เคยอยู่กับเนื้อกับตัวเลยรู้ไหม"
มือหนายื่นออกมาช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยไล้เส้นผมที่ตกลงมาปรกแก้มใสของนายเอกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนี้เองที่ทำให้น้ำตาหยดแรกของตะวันร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม ความเหนื่อยล้าสะสมจากอดีต ความกดดัน และความกลัวที่จะสูญเสียพื้นที่ปลอดภัยแห่งนี้มารวมตัวกันในอกจนแน่นขนัด
ตะวันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ร่างบางโถมตัวเข้าซบลงกับอกแกร่งของคณินทันที ซ่อนใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาไว้กับเสื้อเชิ้ตเนื้อนุ่ม สองแขนเรียวโอบกอดเอวสอบไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วอีกฝ่ายจะเลือนหายไปในสายหมอก
คณินสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา วงแขนแข็งแกร่งก็ตวัดโอบกอดร่างของคนรักเอาไว้แนบอก ฝังใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่อีกฝ่ายใช้ มือหนาลูบแผ่นหลังบางขึ้นลงช้าๆ เพื่อปลอบประโลม
"ร้องออกมาเถอะค่ะ... อยู่ตรงนี้ ร้องออกมาให้พอ" เสียงทุ้มกระซิบชิดขมับ ถ้อยคำอ่อนโยนไร้การปรุงแต่งใดๆ กลับมีพลังมหาศาลในการทลายกำแพงความเข้มแข็งปลอมๆ ของตะวัน
เสียงสะكومอื้นเบาๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากอกของคณิน ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยในอ้อมกอดที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดในโลก คณินไม่เอ่ยคำปลอบโยนพร่ำเพรื่อ ปล่อยให้ความเงียบและความอบอุ่นจากร่างกายของเขาลบเลือนความหนาวเหน็บในใจของนายเอกไปที2ละน้อย
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนเสียงสะอื้นค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ตะวันผงกหัวขึ้นจากอกแกร่ง ดวงตากลมโตบวมช้ำเล็กน้อยแต่กลับดูสดใสขึ้นราวกับฟ้าหลังฝน รอยยิ้มบางเบาที่จริงใจที่สุดในรอบหลายเดือนปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม
"ขอบคุณนะคะพี่คิน..." ตะวันกระซิบเสียงแหบพร่า "ถ้าไม่มีพี่คิน ตะวันคงหลงทางอยู่ในเขาวงกตนั้นไปนานแล้ว"
คณินระบายยิ้มจางๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน ดวงตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "ต่อให้ตะวันหลงทางไปไกลแค่ไหน... พี่ก็จะตามไปดึงตัวกลับมาเรือนไผ่แห่งนี้ทุกครั้งค่ะ จำไว้"
บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรักและความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ความหวาดระแวงจากโลกภายนอกดูเหมือนจะถูกกั้นไว้ด้วยแนวไผ่หนาแน่นภายนอก ตะวันรู้สึกได้ว่าหัวใจที่เคยแตกสลายของตนเองกำลังถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอีกครั้งโดยฝีมือของชายหนุ่มตรงหน้า
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานละมุนกำลังแผ่ซ่านไปทั่วห้องนั้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบสงบยามค่ำคืนลงอย่างไร้ความปรานี ทั้งคณินและตะวันผละออกจากกันด้วยความตกใจ คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่มีคนมารบกวนในเวลาเช่นนี้
ก่อนที่เจ้าของเรือนพักจะทันได้ก้าวไปเปิดประตู บานประตูกลับถูกผลักเปิดออกด้วยมือของใครบางคนเสียก่อน ร่างสูงโปร่งของแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้เลือดในกายของตะวันเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ขอโทษที่มารบกวนเวลาสวีทนะครับ... แต่พอดีผมมีเรื่อง 'สำคัญมาก' เกี่ยวกับอนาคตของคุณสถาปนิกคนเก่ง มาแจ้งให้ทราบพอดี"
ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพี่คินและน้องตะวันมา ณ ที่นี้นะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 38
บทที่ 38
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!