ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 39

บทที่ 39

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าคุณคินยังดึงดันจะรับผิดชอบเรื่องนี้ไว้คนเดียว ตะวันก็คงต้องทบทวนดูแล้วล่ะค่ะ ว่าการก้าวเข้ามาในชีวิตของคุณคิน... มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ หรือเปล่า" น้ำเสียงของรตวันไม่ได้สั่นเครือ แต่มันราบเรียบและเย็นเยียบเสียจนน่ากลัว—ปลายนิ้วเรียวที่กำลังบรรจงวางถ้วยเซรามิกเคลือบสีชาอุ่นลงบนโต๊ะไม้สักเก่าแก่ ไม่มีอาการสั่นไหวแม้แต่น้อย ทว่ากลับสร้างแรงกระแทกมหาศาลให้กับบรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาคั่ว คณินชะงักมือที่กำลังพลิกแฟ้มเอกสารบัญชีสหกรณ์ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววอ่อนโยนและมั่นคงเสมอเวลาทอดมองคนตรงหน้า บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่รู้ตัว พื้นไม้ใต้รองเท้าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ "ตะวัน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาได้เพียงเท่านั้น ก่อนจะกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ เมื่อเห็นสายตาที่อีกฝ่ายส่งกลับมา มันไม่ใช่แววตาตัดพ้อหรือเรียกร้องความสนใจแบบที่เคยเป็น แต่มันคือความเด็ดเดี่ยวของคนที่ตัดสินใจบางอย่างในใจจนเสร็จสิ้นแล้ว "ตะวันไม่ได้ประชดนะคะคุณคิน" นายเอกร่างโปร่งถอยหลัง1ก้าวเว้นระยะห่าง รอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนริมฝีปากช่างดูห่างเหินและเจ็บปวด "ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่คุณคินคอยปกป้อง ตะวันซาบซึ้งใจเสมอค่ะ ตะวันรู้ว่าสวนชา 'เรือนไผ่' แห่งนี้ หรือปัญหาเรื่องโฉนดที่ดินแปลงริมเขา มันคือภาระที่คุณคินแบกรับไว้เพื่อชุมชน เพื่อครอบครัว... แต่คุณคินกำลังลืมไปหรือเปล่าคะ ว่าเราตกลงจะ 'แบก' มันไปด้วยกัน" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนปรอยๆ ด้านนอกที่เริ่มโปรยปรายกระทบกับใบไม้ไผ่ยอดสวน เสียงซ่าๆ นั้นขับเน้นความอ้างว้างในห้องให้เด่นชัดขึ้น คณินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้ เขาพยายามจะก้าวเข้าไปหา ทว่ารตวันกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีนิ่งสงบ "ผมแค่ไม่อยากให้คุณต้องมาแปดเปื้อนกับเรื่องสกปรกพวกนี้..." คณินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมไหววับ "นักลงทุนกลุ่มนั้นมันไม่ใช่คนธรรมดา พวกมันมีอิทธิพลพอที่จะรื้อฟื้นเรื่องคดีเก่าของคุณได้นะตะวัน! ถ้าผมไม่จัดการเรื่องนี้ให้จบก่อน ถ้าผมไม่ยอมเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์ส่วนนั้นแลกกับการคุ้มครองคุณ... คุณคิดว่าผมจะทนมองคุณต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความเครียดจนเป็นลมล้มพับไปอีกเหรอ!" รตวันหลับตาลงช้าๆ ซึมซับความหวังดีที่หนักอึ้งจนหายใจไม่ออกนั้นไว้ คำว่า 'ปกป้อง' ของคณินในตอนนี้ ช่างมีอานุภาพทำลายล้างความรู้สึกของเขาเสียเหลือเกิน "คุณคินคิดว่าตะวันเปราะบางขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" รตวันลืมตาขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนรัก "คิดว่าตะวันเป็นแค่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่แตกร้าวได้ง่ายๆ แค่เพราะคนพวกนั้นขู่เหรอคะ? คุณคินกำลังดูถูกความตั้งใจที่ตะวันยอมทิ้งกรุงเทพฯ มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่... มาอยู่ข้างๆ คุณคินนะคะ" คำพูดนั้นทิ่มแทงหัวใจของคณินราวกับมีเข็มนับพันเล่ม ชายหนุ่มรู้ดีว่ารตวันไม่ใช่คนอ่อนแอ อดีตสถาปนิกหนุ่มคนนี้ผ่านมรสุมชีวิตการทำงานที่โหดร้ายมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง แม้จะมีช่วงเวลาที่ไฟมอดดับลง แต่ไฟดวงนั้นถูกจุดขึ้นใหม่อีกครั้งด้วยไออุ่นจากเรือนไผ่ และจากหัวใจของเขาเอง... แต่ความกลัวที่จะสูญเสียรตวันไปอีกครั้ง ทำให้สัญชาตญาณดิบในการปกป้องของคณินครอบงำเหตุผลทุกอย่าง "ไม่ใช่เรื่องดูถูก... แต่เป็นเพราะผมรักคุณต่างหาก" คณินพูดเสียงสั่นเล็กน้อย เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผู้ชายร่างยักษ์ผู้เป็นเสาหลักของคนทั้งหมู่บ้าน แสดงความเปราะบางออกมาให้เห็น "ผมยอมเสียสวนชา ยอมเสียทุกอย่างที่สร้างมา... แต่ผมเสียคุณไม่ได้ ตะวันเข้าใจไหม" บรรยากาศตึงเครียดลดระดับลงเล็กน้อย ความเงียบงันเต็มไปด้วยร่องรอยของความรักที่หนักอึ้งและเจ็บปวด ทั้งสองยืนมองหน้ากันผ่านโต๊ะทำงานตัวเดิม มีเพียงช่องว่างไม่กี่เมตรที่กั้นกลาง แต่มันกลับรู้สึกไกลโพ้นราวกับอยู่คนละฟากฝั่ง รตวันเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกตื้นตันตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว เขาเข้าใจ... เข้าใจทุกอย่างที่คณินทำ และนั่นแหละคือปัญหา เพราะความรักที่ล้นปรี่จนยอมทำทุกอย่างเพื่อเขาคนเดียวนี้ มันกำลังทำให้คณินกลายเป็นฝ่ายโดดเดี่ยว ท่ามกลางดงหนามที่พวกผู้มีอิทธิพลกำลังวางแผนเล่นงาน ก่อนที่รตวันจะได้เอื้อnเอ่ยคำพูดใดออกมาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—จังหวะมันหนักแน่นและไร้ซึ่งมารยาทอันควร จนทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้ง "เชิญครับ" คณินปรับสีหน้ากลับมาเป็นความเย็นชาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขยับตัวบังร่างของรตวันไว้เล็กน้อยตามสัญชาตญาณ ประตูไม้สักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเกรงใจ ร่างท้วมของกำนันสมชายปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ด้านหลังของเขามีชายชุดดำร่างกำยำยืนประกบซ้ายขวาอีกสองคน ท่าทีคุกคามแผ่ซ่านเข้ามาในห้องทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าเข้ามา "อุ๊ย ขอโทษทีครับท่านเจ้าของสวนชา ขัดจังหวะเวลาสวีทกันหรือเปล่าเนี่ย" กำนันสมชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท กวาดสายตามองสำรวจรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่รตวัน "อ้าว... คุณสถาปนิกคนสวยก็อยู่ด้วยนี่นา ดีเลยครับ จะได้ฟังข่าวดีพร้อมกันทีเดียวเลย" คณินก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บังรตวันให้พ้นจากสายตาคุกคามนั้นทันที รังสีความกดดันแผ่ออกจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ "ถ้าจะมาคุยเรื่องโฉนดแปลงริมเขา ผมบอกพวกคุณไปชัดเจนแล้วว่า 'ไม่ขาย' และไม่มีวันเซ็นอะไรทั้งนั้น เชิญกลับไปได้แล้วครับ" กำนันสมชายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหבריสดชื่นชวนสะอิดสะเอียน ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเบาๆ ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลโยนลงบนโต๊ะทำงานของคณิน เสียงกระดาษหนาๆ กระแทกกับผิวไม้ดังปึก! "ใจร้อนจริงนะพ่อคิน... อย่าเพิ่งรีบไล่กันแบบนั้นสิครับ ลองเปิดดูเอกสารแผ่นนี้ก่อนดีกว่า" กำนันสมชายยิ้มกริ่ม สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองไปยังรตวัน "เผื่อว่าคุณสถาปนิกคนนี้เห็นแล้ว จะเปลี่ยนใจช่วยเกลี้ยกล่อมแฟนหนุ่มของคุณให้เซ็นสัญญาแต่โดยดี" รตวันขมวดคิ้วมุ่น ความสังหรณ์ใจบางอย่างบอกว่าเอกสารในซองนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา และมันอาจเกี่ยวข้องกับปมในอดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอด คณินเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารนั้นด้วยความลังเล สายตายังคงจับจ้องที่กำนันสมชายไม่วางตา นิ้วแกร่งฉีกซองออกแล้วดึงกระดาษแผ่นเดียวที่อยู่ข้างในออกมา กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่บรรทัด ทันทีที่สมองประมวลผลข้อความบนกระดาษเสร็จสิ้น ร่างกายของคณินก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในลำคอ ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงขีดสุด สีหน้าที่เคยแข็งกร้าวและมั่นคงมาตลอด กลับซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด มือใหญ่ที่ถือกระดาษสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ รตวันสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความหวาดหวั่น เขารีบก้าวเข้าไปแตะที่แขนของคณินเบาๆ "คุณคิน... มีอะไรคะ ในนั้นเขียนว่าอะไร?" คณินหันกลับมามองรตวัน ช้าๆ... สายตาที่มองมาในเวลานี้ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสับสน และความหวาดกลัวอย่างที่รตวันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "ตะวัน..." เสียงของคณินแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "แม่ของคุณ... ไม่ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถคว่ำอย่างที่คุณเข้าใจมาตลอดห้าปีใช่ไหมครับ" โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนทันที ร่างของรตวันเซถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน กำนันสมชายแย้มยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายทุกความสงบสุขในเรือนไผ่ลงจนราบคาบ "ยินดีต้อนรับกลับสู่นรกนะครับ คุณรตวัน... เอกสารใบนั้นยืนยันชัดเจนแล้วว่า ลายเซ็นต์อนุมัติโครงการตึกถล่มเมื่อห้าปีก่อน ที่ทำให้คนตายยกไซต์งาน... คือลายเซ็นของ 'พ่อแท้ๆ' ของคุณเอง ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหนเลย" ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพี่คินและน้องตะวันมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%