ก้านนิ้วเรียวที่กำลังบรรจงเกลี่ยใบชาแห้งลงบนกระดาษสาชะงักค้าง เมื่อเสียงเคาะประตูไม้ไผ่สามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ—ไม่ใช่เสียงเคาะแบบลุงปกรณ์ที่มักจะผลักเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะรơi และไม่ใช่จังหวะหนักแน่นมั่นคงของคณิน
รตวันเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานตัวยาว กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงคั่วใหม่ยังลอยอวลอยู่ในอากาศ แต่วันนี้บรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นกว่าปกติ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปทางบานประตูที่ปิดสนิท ก่อนที่มันจะถูกผลักเปิดออกด้วยมือของใครอีกคนที่ไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นในเรือนไผ่แห่งนี้
"ไม่คิดเลยนะคะ ว่าสถาปนิกชื่อดังที่หนีหายมาซ่อนตัวอยู่หลังเขา จะใช้ชีวิตได้รื่นรมย์ถึงเพียงนี้"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววประชดประชันดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของ 'ภาคิน' อดีตเจ้านายเก่าจากบริษัทสถาปัตยกรรมในเมืองกรุง ร่างสูงในชุดสูทลำลองดูขัดตาอย่างยิ่งกับผนังไม้ไผ่และม่านมุ้งสีนวลตา แต่สิ่งที่ทำให้รตวันรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด ไม่ใช่เสื้อผ้าหน้าผมของอีกฝ่าย หากแต่เป็นเอกสารแฟ้มสีน้ำเงินในมือหนานั้น
ตะวันสูดหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะวางก้านชาลง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ รักษาระยะห่างอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังอย่างปิดไม่มิด
"คุณภาคินมาที่นี่ได้อย่างไรคะ" น้ำเสียงของตะวันราบเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น อดีตที่พยายามฝังกลบไว้ใต้ผืนดินสีเขียวขจีและกลิ่นไอดินกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง
ภาคินหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองไปรอบห้องด้วยความดูแคลน ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน กวาดสายตามองกระดาษสาและใบชาที่ยังคัดไม่เสร็จ ก่อนจะทิ้งแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปึก* จนใบชาปลิวว่อน
"คิดจะหนีปัญหามาซุกตัวอยู่กับเจ้าของสวนชาบ้านนอกแล้วจะจบเรื่องอย่างนั้นหรือคะ ตะวัน? โปรเจกต์ที่เธอทิ้งค้างไว้ มันสร้างความเสียหายให้บริษัทมหาศาล และที่สำคัญ... แบบร่างชุดนั้น เธอก็รู้ดีว่ามันเป็นลิขสิทธิ์ของใคร"
คำพูดนั้นเสียดแทงราวกับคมมีด รตวันรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพความกดดัน ขอบตาดำคล้ำจากการอดหลับอดนอน และเสียงต่อว่าจากที่ประชุมในวันนั้นย้อนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง มือบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ
"ผม... ผมไม่ได้ขโมยอะไรมาทั้งนั้น แบบร่างพวกนั้นผมเป็นคนออกแบบด้วยซ้ำ ทำไมคุณถึง..."
"ออกแบบหรือคะ?" ภาคินย่างสามขุมเข้ามาประชิด ร่างสูงใหญ่กดสายตาลงมองคนตัวเล็กกว่าด้วยความกดดัน "ถ้าเธอมั่นใจนัก ทำไมถึงหนีมาล่ะคะ? รู้ไหมว่าตอนนี้ทางบอร์ดบริหารกำลังพิจารณาเรื่องดำเนินคดีทางกฎหมายอยู่ และฉัน..."
ชายหนุ่มเว้นจังหวะ ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ฉันอุตส่าห์ใจดีขับรถมาไกลถึงนี่ เพื่อจะให้โอกาสเธอกลับไปเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย... ในฐานะคนสนิทเก่า"
บรรยากาศในห้องอับเฉาลงถนัดตา ตะวันรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น สมองขาวโพลน มือไม้เย็นเฉียบ ความรู้สึกปลอดภัยที่คณินเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนพังทลายลงในพริบตา ความหวาดกลัวที่ว่าตนเองจะเป็นภาระและนำความเดือดร้อนมาให้คนในสวนชาแห่งนี้กลับมาบีั้นทอนจิตใจอีกครั้ง
ในจังหวะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดิน
*แอ๊ด—*
ประถูกเปิดออกกว้างโดยไม่จำเป็นต้องเคาะ คณินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับดุดันและเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างกลางดึก ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงทำงานก้าวเข้ามาคั่นกลางระหว่างภาคินและรตวันไว้อย่างรวดเร็วราวกับกำแพงเหล็ก คณินใช้ร่างของตนบังร่างโปร่งบางของตะวันไว้มิดชิด ก่อนจะตวัดสายตาคมปลาบไปยังผู้มาเยือนแปลกหน้า
"ที่นี่คือพื้นที่ส่วน ภายในเขตก่อสร้างและดูแลของฉัน... คุณมีสิทธิ์อะไรมารุกล้ำ และพูดจาข่มขู่คนของฉันแบบนี้คะ"
น้ำเสียงของคณินต่ำทุ้ม กังวาน และกดดันอย่างถึงที่สุด แรงกดดันมหาศาลจากเจ้าของสวนชาแผ่ซ่านจนทำให้ภาคินต้องชะงักและถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ภาคินขมวดคิ้วมุ่น มองประเมินชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ตรงหน้าที่มีกลิ่นอายของความเป็นผู้นำและผู้พิทักษ์อย่างชัดเจน "ฉันมาคุยเรื่องงานกับลูกน้องเก่า... หวังว่าคุณคงจะไม่เกี่ยว"
"ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับตะวัน... เกี่ยวกับฉันทั้งสิ้นค่ะ" คณินเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของรตวันมาจับไว้หลวมๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและไออุ่นจากฝ่ามือหนาไปยังอีกฝ่ายที่กำลังสั่นเทา
รตวันเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านปกป้องตนเอง ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอก น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบจะทะลักออกมาในวินาทีนั้น
ภาคินแค่น ั้มเสียงหัวเราะอย่างไม่แยแส ก่อนจะกวาดสายตามองชายหนุ่มทั้งสองด้วยรอยยิ้มเยาะ "หm... รักกันดีนี่คะ งั้นก็ดี... ถ้าพวกคุณอยากจะปกป้องนักโทษหนีคดีนัก ก็ลองดูว่าสวนชา 'เรือนไผ่' ของคุณ จะแบกรับค่าเสียหายหลักสิบ миллион ไหวไหม"
พูดจบ ภาคินก็คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ยิ้มเยาะเย้ยครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งความเงียบงันและบรรยากาศอันหนักอึ้งไว้เบื้องหลัง
เสียงฝีเท้าของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญค่อยๆ ห่างออกไปจนเงียบสนิท ทว่ารตวันยังคงยืนตัวแข็งทื่อ น้ำตาหยดใสไหลร่วงลงอาบแก้มเงียบๆ ด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัว มือบางพยายามจะดึงข้อมือออกจากการกุมของคณินเบาๆ
"ปล่อยผมเถอะค่ะ... คุณคิน... ผมทำให้คุณเดือดร้อนแล้ว เห็นไหมคะว่าผมมันมีแต่เรื่อง..."
เสียงหวานสั่นเครือและขาดห้วง รตวันก้มหน้ามองพื้น หลบสายตาคมที่มองมา เพราะไม่อาจทนเห็นแววตาผิดหวังจากคนที่ตนรักที่สุดได้
ทว่า... คณินกลับไม่ได้ปล่อยมือ
ร่างสูงใหญ่พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้าเต็มตา ก่อนจะสวมกอดร่างโปร่งบางเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างรวดเร็วและมั่นคง แรงกอดนั้นแน่นหนา ทว่าอ่อนโยนและอบอุ่นราวกับต้องการหลอมรวมรตวันให้เป็นส่วนหนึ่งของเกราะป้องกัน ปลายคางได้รูปเกยลงบนกลุ่มผมนิ่ม สูดดมกลิ่นหอมจางๆ ของใบชาที่ติดตัวคนในอ้อมกอด
"อย่าพูดแบบนั้นอีกนะคะ... ตะวัน"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู น้ำเสียงนั้นไม่มีร่องรอยของความโกรธเคืองหรือความระแวงแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและความรักล้นปรี่ที่พร้อมจะโอบอุ้มทุกอย่างแทนคนตัวเล็ก
"ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา... หรือต่อให้โลกทั้งใบหันหลังให้คุณจำไว้เสมอ..." คณินผกายใบหน้าของรตวันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วอุ่น ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำด้วยคราบน้ำตา "เรือนไผ่แห่งนี้... และอ้อมแขนของฉัน จะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคุณได้เด็ดขาดค่ะ"
รตวันสะอื้นฮัก ซบหน้าลงกับอกแกร่ง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินซับความหวาดกลัวทั้งหมดลงบนเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่าย ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้หัวใจที่เคยด้านชาและหวาดผวาค่อยๆ สงบลง
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมทั้งคู่ไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคณินก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ
*ครืด... ครืด...*
คณินขมวดคิ้วเล็กน้อย ละมือข้างหนึ่งมารับโทรศัพท์โดยไม่ละสายตาจากคนรัก หน้าจอปรากฏเบอร์แปลกปลอมที่เป็นเบอร์พื้นฐานของกรุงเทพมหานคร ชายหนุ่มกดรับและแนบหูโดยไม่ได้พูดอะไร
"สวัสดีค่ะคุณคิน... ดิฉันโทรมาจากสถานีตำรวจภูธรท้องถิ่นนะคะ พอดีเพิ่งได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินจากทางหลวงสายหลัก... ว่ารถยนต์คันที่เพิ่งออกจากสวนชาของคุณไปเมื่อครู่นี้..."
ปลายสายเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ น้ำเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มไปด้วยความตึงเครียดและรีบร้อน
"...เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำตกเหวข้างทาง อาการสาหัสมากค่ะ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งส่งตัวไปโรงพยาบาล แต่มีเอกสารบางอย่างในที่เกิดเหตุระบุชื่อคุณรตวัน... ทางเราจึงต้องรีบติดต่อมาค่ะ!"
ดวงตาคมกริบของคณินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงชะงักค้างไปชั่ววินาที ก่อนที่ความตระหนกจะวาดผ่านดวงตาเมื่อหันกลับมามองรตวัน ที่ยังคงซบหน้าอยู่ในอ้อมอกโดยไม่รู้เลยว่า... มัจจุราชกำลังเล่นตลกอะไรกับโชคชะตาของพวกเขาอีกครั้ง
---
ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพี่คินและน้องตะวันมา ณ ที่นี้นะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 40
บทที่ 40
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!