ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 32

บทที่ 32

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
แก้วเซรามิกลายครามร้าวรานอยู่ในมือของรตวัน เสียงทุ้มต่ำและรอยยิ้มเยียบเย็นที่ทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท “สวัสดีครับ คุณสถาปนิกมือรางวัล... ไม่เจอกันนานเลยนะ ตะวัน” — คำพูดนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการทักทายของเพื่อนเก่า หากแต่เป็นเสียงคำรามของสัตว์นักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง ธนา ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของ ‘เรือนไผ่’ อย่างถือวิสาสะ รองเท้าหนังขัดมันเหยียบย่ำลงบนพื้นไม้สักที่ขัดจนขึ้นเงาด้วยน้ำพักน้ำแรงของคณิน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลดูแปลกแยกอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศเรียบง่ายและกลิ่นอายใบชาคั่วหอมกรุ่น รอบตัวเขามีรังสีความสำเร็จจอมปลอมที่ตะวันเคยวิ่งไล่ตามจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในอดีต “ไม่คิดเลยนะครับว่าจะมาเจอคุณที่นี่... หลบมาเลียแผลใจไกลถึงภาคเหนือเชียวหรือ” ธนายังคงแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่ตะวันเคยคิดว่ามันคือความอบอุ่นเมื่อครั้งยังร่วมงานในบริษัทออกแบบชื่อดัง แต่บัดนี้มันกลับน่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่ายาพิษ รตวันสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการมือสั่น ปลายนิ้วเรียวขาวกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดเผือด ความทรงจำอันเจ็บปวดที่พยายามฝังกลบไว้ใต้ดินผืนนี้กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของโปรเจกต์ใหญ่ที่เขา Y-Draw จนแทบกระอักเลือด ภาพของคำคร่ำครวญจากความกดดัน และภาพวันที่ความฝันพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเพราะความเห็นแก่ตัวของคนตรงหน้า “ที่นี่ไม่มีงานออกแบบที่คุီးคุณกำลังตามหาหรอกครับ... คุณธนา” เสียงของตะวันแหบพร่าแต่พยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนโยนฉายแววหวาดหวั่นเพียงชั่วพริบตาก่อนจะถูกกลบด้วยความเย็นชาที่เจ้าตัวไม่คุ้นเคย “งานเหรอ? เปล่าเลย... ผมไม่ได้มาตามหางานออกแบบหรอก ตะวัน” ธนาหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางทีละน้อย สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบเรือนพักรับรองด้วยความเย้ยหยัน “ผมมาตามหา ‘ของ’ ที่ควรจะเป็นของผมต่างหาก... รวมถึงตัวคุณด้วย” บรรยากาศในห้องรับรองอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นไชาจางๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ชวนให้วิงเวียน รตวันถอยหลังไปทีละก้าวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือไม้เก่าอย่างจัง ไม่มีทางหนี... และไม่มีใครอื่นอยู่แถวนี้ มีนออกไปซื้อของฝากในตัวอำเภอ ส่วนลุงปกรณ์ติดธุระที่แปลงชาโซนเหนือ “คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาแบบนี้ที่นี่... เชิญกลับไปซะ” ตะวันเชิดหน้าขึ้น แม้ขาสتจะอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ ธนาหุบยิ้ม ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เขาเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อมือเรียวของตะวันไว้ “อย่าดื้อเลยน่า ตะวัน นายก็รู้ว่านายหนีความจริงเรื่องนั้นไม่พ้นหรอก เรื่องที่นายทำพัง... เรื่องที่นายทิ้งทุกอย่างแล้วหนีมาซ่อนตัวเป็นไอ้ขี้แพ้ในป่าเขาเนี่ยนะ นายคิดว่าคนอย่างคณิน เจ้าของสวนชาบ้านนอกคนนี้ จะปกป้องนายจากเงาอดีตได้จริงๆ งั้นเหรอ?” *หมับ!* ก่อนปลายนิ้วของธนาจะสัมผัสโดนผิวเนื้อของตะวัน มือหนาอีกข้างหนึ่งก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของธนาไว้ได้อย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด แรงบีบที่หนักหน่วงและเด็ดขาดทำให้ธนาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด “มือสกปรกแบบนี้... ไม่ควรเอามาแตะต้องคนของฉัน” เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากด้านหลัง คณินยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดทำงานเปื้อนฝุ่นดินและกลิ่นไชาอ่อนๆ บ่งบอกว่าเขาเพิ่งกลับมาจากแปลงชาด้านนอก แต่ประกายในดวงตาคมเข้มคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้บุกรุกเป็นชิ้นๆ ธนาพยายามดึงมือออกแต่ไม่เป็นผล สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลจากเจ้าของถิ่น “คุณ... คุณเป็นใคร? ผมมาคุยกับเพื่อนเก่าของผม คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง” “เพื่อนเก่า?” คณินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของชายหนุ่มร่างสูงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม “คนที่เข้ามาคุกคามคนอื่นในบ้านของคนอื่น... ทางกฎหมายเขาไม่เรียกว่าเพื่อนหรอกนะ เขาเรียกว่า ‘ผู้บุกรุก’ และถ้าคุณยังไม่อยากให้ฉันใช้กำลังขับไล่ไสส่งคุณออกไปล่ะก็... กรุณาไสหัวออกไปจากเขตสวนชาของฉัน เดี๋ยวนี้” คณินสะบัดมือของธนาออกอย่างไม่ใยดีจนเซถอยหลังไปหลายก้าว ธนาลูบข้อมือตัวเองป้อยๆ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและเสียหน้า เขากวาดสายตามองคณินและรตสลับกันด้วยความเคียดแค้น “ฝากไว้ก่อนเถอะ... ตะวัน นายคิดว่านายจะซ่อนตัวอยู่หลังผู้ชายคนนี้ไปได้ตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ?” ธนาชี้หน้าคาดโทษก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกเท้าออกไปจากเรือนพัก ทิ้งเสียงฝีเท้าหนักๆ ไว้เบื้องหลัง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง รตวันทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นไม้ ความตึงเครียดที่สะสมมาทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา หยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวยก่อนจะไหลรินลงมาเงียบๆ ไหล่บางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและอัดอั้น คณินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวเข้าไปคุกเข่าลงเบื้องหน้าร่างบางทันที วงแขนแข็งแรงรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ดึงศีรษะทุยให้ซบลงกับแผงอกกว้างที่อบอุ่นและมั่นคง “ไม่เป็นไรแล้วนะตะวัน... ฉันอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ทั้งนั้น” เสียงทุ้มปลอบโยนกระซิบอยู่ข้างใบหู พร้อมกับมือหนาที่ลูบเส้นผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน คณินปล่อยให้รตวันร้องไห้ระบายความกลัวออกมาจนหมดแรง โดยไม่มีคำถามเซ้าซี้ใดๆ มีเพียงไออุ่นจากร่างกายที่ถ่ายทอดความปลอดภัยให้คนในอ้อมแขน ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งเสียงสะื้นเริ่มเงียบลง รตวันเงยหน้าขึ้นจากอกเสื้อของคณิน ดวงตาแดงก่ำและจมูกรั้นรั้นขึ้นสีแดงระเรื่อดูน่าสงสารจับใจ ปลายนิ้วเรียวยื่นไปจับชายเสื้อของคณินไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไป “คุณคิน... เขาพูดถูก” เสียงแหบเครือเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “ผมมันขี้แพ้... ผมหนีปัญหามาจริงๆ อดีตพวกนั้นมันตามมาหลอกหลอนผมไม่จบสิ้นหรอกครับ” คณินสบตาคู่สวยนั้นด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและมั่นคง มือหนาประคองใบหน้าหวานขึ้น สัมผัสน้ำตาที่เปื้อนแก้มด้วยความทะนุถนอมที่สุดในชีวิต “เธอไม่ใช่คนขี้แพ้ ตะวัน... เธอแค่เหนื่อย และเธอก็สู้มามากเกินพอแล้ว” คณินเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น “ปล่อยให้อดีมันเป็นเรื่องของอดีตเถอะนะ เพราะต่อจากนี้... ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางทำร้ายเธอได้ ถ้ายังไม่ก้าวผ่านศพของฉันไปก่อน” รตวันใจเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ท่ามกลางความมืดมนและภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามา อ้อมกอดของคณินคือเกราะคุ้ม The only safe place ที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต ทว่า... ความอบอุ่นนั้นยังไม่ทันได้ประทับแน่นในความรู้สึก เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคณินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ คณินขมวดคิ้วเล็กน้อย ละมือข้างหนึ่งออกไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววอ่อนโยนเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงชั่วขณะ เมื่อเห็นชื่อและข้อความแจ้งเตือนล่าสุดที่ส่งตรงมาจากเบอร์แปลกในกรุงเทพฯ — *ภาพถ่ายใบหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เป็นภาพของมีน เพื่อนสนิทของรตวัน กำลังถูกชายฉกรรจ์สองคนประกบตัวขึ้นรถเก๋งสีดำสนิท ณ ลานจอดรถในตัวอำเภอ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตามหลังมาว่า:* **"ถ้าไม่อยากให้เพื่อนรักของนายหายสาบสูญ... พรุ่งนี้เที่ยง เจอกันที่เก่า... ตะวัน"** --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและโอบกอดความอบอุ่นในเรือนไผ่ไปด้วยกันเสมอนะคะ)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%