รอยยิ้มบนริมฝีปากของรตวันไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด ในเมื่อปลายนิ้วที่กำลังเกลี่ยใบชาแห้งในกระบุงนั้นสั่นเทาเสียจนใบชาสีเขียวเข้มร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้ไผ่ดัง *แกรก* แผ่วเบา
"ถ้าเหนื่อยนัก ก็พอแค่นี้ก่อนเถอะครับตะวัน"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ลอยมาจากมุมห้องทำงานทำให้ร่างโปร่งสะดุ้งเล็กน้อย คณินไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากสมบัญชีในมือ แต่แผ่นหลังกว้างที่เอนพิงพนักเก้าอี้ไม้นั้นสะท้อนความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน ทุกย่างก้าวที่ชายหนุ่มเดินเข้าหา รตวันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในบรรยากาศอึมครึมระหว่างเรา แม้ภายนอกคณินจะดูนิ่งขรึมและพูดน้อย แต่สายตาคู่คมที่ทอดมองมากลับโอบกอดความเปราะบางในใจของเขาไว้ทั้งหมด
รตวันฝืนส่ายหน้า ชูรอยยิ้มที่คิดว่าสดใสที่สุดให้คนตัวโตกว่า "ตะวันไม่ได้เหนื่อยค่ะคุณคิน แค่... คิดอะไรเพลินไปหน่อยเท่านั้นเอง"
"โกหกไม่เนียนเลยสักนิด" คณินทรุดตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้า ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมมาแตะข้อมือที่สั่นเทาของรตวันแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยนี้ดึงเอาความเหนื่อยล้าสะสมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาให้ทะลักล้นออกมาจนขอบตาร้อนผ่าว "จำสัญญาที่เราให้ไว้ต่อกันใต้ต้นไผ่ใหญ่เมื่อวันก่อนไม่ได้แล้วหรือครับ... ว่าเราจะไม่แบกทุกอย่างไว้คนเดียว"
รตวันเม้มริมฝีปากแน่น กลิ่นอายฝนจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นชาคั่วหอมกรุ่นในเรือนไผ่ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาค่อยๆ อ่อนยวบลง นายเอกหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของคนรักอย่างหมดแรง ปล่อยให้น้ำตาหยดแรกซึมผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของคณิน
อ้อมแขนแข็งแกร่งตวัดโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอกทันที ฝ่ามือหนาลูบกลุ่มผมนิ่มอย่างเบามือ ไร้ซึ่งคำถามเซ้าซี้ มีเพียงความเงียบสงบและการปกป้องอย่าง unconditional ที่คณินมอบให้เสมอมา ตะวันหลับตาลง ซึมซับไออุ่นที่ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในอก
"มีนโทรมาหาผมเมื่อช่วงบ่าย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "เขาบอกว่าโปรเจกต์เก่าที่คุณเคยทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ กำลังถูกรื้อ และ... สถาปนิกคนใหม่กำลังจะทำลายโครงสร้างที่คุณตั้งใจออกแบบไว้ทั้งหมด"
รตวันผงะเงยหน้าขึ้นทันที นัยน์ตากลมโตไหวระริก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกราวกับแผลเป็นที่เพิ่งถูกกรีดซ้ำ อาการหมดไฟที่เคยคิดว่ารักษาหายดีแล้วด้วยบรรยากาศของสวนชาแห่งนี้ กลับปะทุขึ้นมาอีกครั้งราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกลมตี
"เขา... จะรื้อจริง ๆ เหรอคะ" เสียงของรตวันแหบพร่า
"ใช่ครับ" คณินจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวย น้ำเสียงของชายหนุ่มหนักแน่นและเต็มไปด้วยพลังปกป้อง "และผมก็บอกมีนไปแล้วว่า... ผมจะพาคุณกลับไปกรุงเทพฯ พรุ่งนี้เช้า ไปทวงคืนงานศิลปะที่เป็นของคุณ ไปเผชิญหน้ากับมัน ไม่ใช่ในฐานะสถาปนิกที่พ่ายแพ้ แต่ในฐานะเจ้าของผลงานที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้เคียงข้างผม"
หัวใจของรตวันกระตุกวาบ ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ท่าทีที่มั่นคงและดวงตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นของคณินกลับเป็นดั่งสมอเรือที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้ไม่ให้จมดิ่ง
ก่อนที่รตวันจะได้เอ่ยคำตอบใด ๆ ออกมา เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผลางเข้ามาของลุงปกรณ์ ผู้ใหญ่บ้านวัยเกษียณที่หอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าย่นยับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"คุณคิน! คุณตะวัน! แย่แล้วครับ!" ลุงปกรณ์ร้องตะโกนลั่น เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ "ที่หน้าทางเข้าไร่... มีคนกลุ่มใหญ่แต่งชุดสูทลงมาจากรถตู้หรูสามคัน นำโดย... นำโดยคนที่คุณตะวันไม่อยากเจอที่สุดในชีวิต!"
รตวันหน้าถอดสีทันที ร่างกายเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง เมื่อประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ ใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เขาจำได้แม่นยำตลอดชีวิต
— "สวัสดีครับ คุณสถาปนิกมือรางวัล... ไม่เจอกันนานเลยนะ ตะวัน"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับไออุ่นในเรือนไผ่มาจนถึงตอนนี้ค่ะ "หมอกไม้ไผ่"
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 31
บทที่ 31
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!