กระดาษแผ่นบางในมือของมีนสั่นระริกราวกับใบไม้ต้องลมหนาว คณินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรบนเอกสารราชการที่มีตราประทับสีแดงฉาน บรรยากาศรอบตัวของเรือนไผ่ที่เคยเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของใบชาคั่วใหม่ กลับเย็นเยียบลงในชั่วพริบตา
"เวนคืน... ทั้งหมดภายในสามวันอย่างนั้นหรือคะ" เสียงของตะวันหลุดออกมาแผ่วเบา ดวงตากลมโตไหวระริก ร่างโปร่งบางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่สานอย่างคนไร้เรี่ยวแรง เอกสารใบนั้นคือประกาศิตจากตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนประวัติศาสตร์นี้แต่เดิม และทายาทคนโตผู้เย็นชาคนนั้นกำลังจะขีดฆ่าความฝันทุกอย่างของพวกเขาให้สลายกลายเป็นฝุ่นผง
คณินไม่พูดอะไรสักคำ มือหนาที่หยาบกร้านจากการดูแลไร่ชามาตลอดชีวิตกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ภายนอกชายหนุ่มดูนิ่งสนิทดั่งผืนน้ำยามไร้ลม แต่ตะวันผู้ที่อยู่เคียงข้างและเรียนรู้ทุกความรู้สึกของอีกฝ่ายมาโดยตลอดรู้ดีว่า นี่คือความโกรธเกรี้ยวขั้นสูงสุดที่ถูกกดทับเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ฉันไม่ยอมเด็ดขาดค่ะ!" มีนโพล่งขึ้นด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นแทนเพื่อนรัก "พวกเราทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายมาตั้งเท่าไหร่ กว่าร้านชา 'ไออุ่น' จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ อยู่ๆ จะมาฮุบเอาไปดื้อๆ แบบนี้ มันรังแกกันเกินไปแล้วนะคะตะวัน!"
ตะวันยังคงนิ่งเงียบ ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบแตะลงบนขอบกระดาษแผ่นนั้น ความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ ภาพที่คณินคอยช่วยถางหญ้าและปรับปรุงโครงสร้างเรือนไผ่ด้วยรอยยิ้ม ภาพที่ชาวบ้านในชุมชนมารวมตัวกันช่วยขัดไม้ทาสีด้วยความหวังว่าที่นี่จะเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคน และภาพรอยยิ้มของคณินในวันที่ต้นชาต้นแรกผลิใบ
ความฝันที่กำลังจะเบ่งบาน กลีบดอกไม้ที่กำลังจะผลิบาน กลับถูกเงาดำมหึมาเข้ามาบดบังเสียแล้ว
"คินคะ..." ตะวันเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นที่พักพิงทางใจ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความกังวล "เราจะทำยังไงกันดีคะ หรือว่า... พวกเราจะต้องสูญเสียทุกอย่างไปจริงๆ"
คณินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์คุกกรุ่นในอก ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ร่างบาง ชายหนุ่มย่อตัวลง105องศาให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับตะวัน มือหนาเอื้อมออกไปกุมมือที่สั่นเทาของคนรักเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม ความอุ่นจากฝ่ามือของคณินส่งผ่านความมั่นคงมาให้ทีละน้อย จนความหวาดกลัวในใจของตะวันเริ่มสงบลง
"มองหน้าผม, ตะวัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ผมเคยสัญญาไว้แล้วไม่ใช่หรือครับ ว่าตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจ จะไม่มีใครหน้าไหนแย่งผืนแผ่นดินนี้ไปจากคุณได้ แม้แต่คนตระกูลนั้นก็ตาม"
"แต่ว่าเขาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์..."
"เจ้าของกรรมสิทธิ์บนกระดาษไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของจิตวิญญาณของที่นี่" คณินตัดบทด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวไร้ความเกรงกลัว "คุณลืมไปแล้วหรือครับว่าเราไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง"
สิ้นคำพูดของคณิน เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นจากทางเดินหินกรวดหน้าเรือนไผ่ พร้อมกับเสียงพูดคุยจอแจที่คุ้นเคย ลุงปกรณ์ผู้ใหญ่บ้านใจดีก้าวเข้ามาในตัวร้านโดยมีชาวบ้านในชุมชนเดินตามหลังมานับสิบชีวิต ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความกังวลและความมุ่งมั่นในเวลาเดียวกัน
"พ่อตะวัน... ไอ้คิน..." ลุงปกรณ์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง ชายชรากวาดสายตามองเอกสารในมือของมีนด้วยความเข้าใจ "พวกเราได้ข่าวเรื่องประกาศเวนคืนนั่นแล้ว ลุงกับชาวบ้านทุกคนไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาไล่พวกเราออกจากแผ่นดินเกิดและสวนชาที่เป็นชีวิตจิตใจนี้หรอกนะ!"
ตะวันเบิกตากว้างด้วยความตื้นตันใจ หยาดน้ำใสที่เอ่อคลออยู่เต็มเบ้าไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อเห็นรอยยิ้มและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจจากคนในชุมชน
"ลุงปกรณ์คะ..."
"ใช่แล้วลุง! ร้านชา 'ไออุ่น' ไม่ได้เป็นแค่ร้านค้า แต่มันคือความสุขของพวกเราทุกคน" ป้าวมณี แม่ค้าขายขนมไทยประจำหมู่บ้านเอ่ยเสริมพร้อมกับวางตะกร้าใส่ขนมมงคลลงบนโต๊ะ "เราจะช่วยกันปกป้องที่นี่ ต่อให้คนตระกูลใหญ่มาจากไหน ถ้าเขาไม่มีน้ำใจ พวกเราก็ไม่ต้อนรับเหมือนกัน!"
บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มเจือจางลงด้วยไออุ่นแห่งความสามัคคี คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โอบไหล่บางของตะวันเอาไว้หลวมๆ เพื่อถ่ายทอดความมั่นคงให้คนรัก ก่อนจะหันไปโค้งศีรษะขอบคุณชาวบ้านทุกคนด้วยความซาบซึ้งใจ
และในวินาทีนั้นเอง ที่การเดินทางครั้งใหม่เพื่อปกป้อง "ไออุ่นในเรือนไผ่" ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงกำหนดการเปิดตัว "ร้านชา 'ไออุ่น'" อย่างเป็นทางการ แสงแดดอ่อนยามสายสาด
ส่องลงมาทาบทับโครงสร้างไม้ไผ่สีน้ำตาลอ่อนที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต กลิ่นหอมกรุ่นของชาอัสสัมผสมดอกไม้นานาพรรณลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ชวนให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกผ่อนคลายราวกับต้องมนต์สะกด ป้ายไม้สักแกะสลักคำว่า 'ไออุ่น' แขวนโดดเด่นอยู่หน้าประตูต้อนรับ
ชาวบ้านต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสุภาพมาร่วมแสดงความยินดี รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วบริเวณสวนชาที่บัดนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ตะวันในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครีมละมุนตา กำลังง่วนอยู่กับการชงชาต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ แม้ในใจลึกๆ จะยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับประกาศเวนคืนที่เหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก็ตาม
"ชาอุ่นๆ ได้แล้วค่ะคุณลุง ระวังร้อนนะคะ" ตะวันส่งถ้วยชาเซรามิกสีนวลให้ลุงปกรณ์ด้วยความสุภาพ
"ฝีมือพ่อตะวันนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลย หอมชื่นใจจริงๆ" ลุงปกรณ์รับมาจิบแล้วยิ้มกว้าง "เอna สบายใจได้แล้วนะลูก เรื่องเอกสารบ้าๆ นั่น ปล่อยให้ไอ้คินกับพวกเราจัดการเถอะ วันนี้วันดี เปิดร้านชาทั้งที ยิ้มกว้างๆ ให้สมกับความเหนื่อยหน่อยเร็"
ตะวันพยักหน้ารับเบาๆ พลางกวาดสายตามหาใครอีกคน คณินหายตัวไปตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อไปจัดการธุระบางอย่างเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ที่ดินกับทนายความประจำหมู่บ้าน ชายหนุ่มทิ้งคำพูดสั้นๆ ไว้ก่อนไปว่า *'รอผมนะตะวัน ทุกอย่างจะเรียบร้อย'*
ความอบอุ่นจากผู้คนรอบกายช่วยบรรเทาความหวาดกลัวในใจไปได้มาก มีนคอยเดินเสิร์ฟขนมและพูดคุยหยอกล้อกับชาวบ้านอย่างสนุกสนาน ทำให้บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความครื้นเครงและความสุขสมชื่อ "ไออุ่น"
ทว่า ความสุขมักอยู่กับมนุษย์เราได้ไม่นานนัก...
ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ราคาแพงคันหรูหลายคันก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่ลานจอดรถด้านนอก ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสากลราคาแพง ใบหน้าคมคายแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกก้าวลงมา พร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำอีกหลายคนที่เดินตามประกบ
บรรยากาศภายในร้านชาที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ กลับเงียบกริบลงในฉับพลัน ทุกสายตาหันไปมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความตกตะลึงและหวาดระแวง
ชายหนุ่มผู้มาใหม่กวาดสายตาคมกริบมองรอบร้านชาด้วยแววตาดูแคลน ก่อนที่มุมปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูร้านชา 'ไออุ่น'
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่ตะวัน นิ่งนาน... ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะขยับเอ่ยประโยคที่ทำเอาเลือดในกายของทุกคนเย็นเฉียบ
"สวัสดีครับ... เจ้าของร้านตัวจริง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ผมมาทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของผม... และดูเหมือนว่าเวลาสามวันของคุณ จะหมดลงตั้งแต่ตอนนี้แล้วล่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "ไออุ่นในเรือนไผ่" มาโดยตลอดนะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 26
ร้านชา 'ไออุ่น'
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!