แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือของ ‘ภาคภูมิ’ มีน้ำหนักเท่าไร หมอกไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่สำหรับรตวันแล้ว มันหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางบึงน้ำในใจ จนระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่นแผ่ขยายออกไปไม่หยุด
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งราวกับถูกยืดออกให้ยาวนานเป็นชั่วโมง ท่ามกลางกลิ่นอายความชื้นของดินและไอน้ำในอากาศที่เริ่มเปลี่ยนทิศทาง ลมกรรโชกแรงระลอกแรกพัดกรรโชกผ่านเรือนรับรองของสวนชาเรือนไผ่ จนใบไผ่สีเขียวเข้มเสียดสีกันเกิดเสียงดังครืนครางคล้ายเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากป่าลึก
"ไม่คิดว่าจะได้พบคุณที่นี่... อดีตสถาปนิกผู้ทรงเกียรติ"
เสียงทุ้มต่ำและรอยยิ้มมุมปากของภาคภูมิไม่ได้สร้างความอบอุ่นใจให้ใครเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและความหมายแอบแฝงที่ชวนให้ขนลุกเกลียว
รตวันก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณการป้องกันตัวบอกให้เขารู้สึกอันตราย แต่ก่อนที่ร่างโปร่งจะได้ขยับตัวทำอะไรมากกว่านั้น แผ่นหลังกว้างอันคุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาบังร่างของเขาไว้ครึ่งหนึ่งอย่างเงียบเชียบ ฝ่ามืออุ่นจัดของคณินเอื้อมมาแตะข้อศอกของเขาเบาๆ เพียงนิดเดียว แต่กลับมีพลังมหาศาลพอที่จะดึงสติของรตวันให้กลับคืนมา
"ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญครับ คุณภาคภูมิ"
เสียงของคณินเรียบสนิท ทว่าเฉียบคมและทรงพลัง ัยนัยน์ตาคมกริบมองตรงไปยังชายแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความประหม่าแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบที่พร้อมจะปกป้องทุกสิ่งที่อยู่ข้างหลัง
ภาคภูมิหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมปลาบกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดอยู่ที่แฟ้มในมือตนเอง
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นแขกไม่ได้รับเชิญหรอกครับคุณคิน... ผมแค่ ‘บังเอิญ’ ผ่านมาเจอเอกสารชิ้นนี้ตกอยู่ใกล้ๆ เขตพื้นที่รอยต่อของแปลงชาโซนเหนือ เลยอยากจะเอามาคืนให้เจ้าของตัวจริงเขาซะหน่อย เผื่อว่า... มันจะมีความลับอะไรที่ไม่อยากให้ใครรู้"
ประโยคหลังนั้น ภาคภูมิเจาะจงมองตรงมาที่รตวัน ดวงตาคู่นั้นพยายามค้นหาความตื่นตระหนกจากใบหน้าหวาน ทว่ารตวันในตอนนี้ไม่ใช่สถาปนิกที่อ่อนแอคนเดิมที่ยอมจำนนต่อแรงกดดันอีกต่อไปแล้ว
ความอบอุ่นจากฝ่ามือของคณินที่ส่งผ่านข้อศอกเข้ามา ทำให้หัวใจที่เคยเต้นรัวเริ่มกลับมามั่นคง รตวันสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าพ้นจากเงาของร่างสูงใหญ่ขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ สายตาคู่สวยมองสบกับผู้มาเยือนด้วยความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด
"ถ้าเป็นเอกสารของลุงปกรณ์หรือของสวนชาเรือนไผ่จริง... คุณก็น่าจะรู้มารยาทว่าควรคืนให้ถูกคน ไม่ใช่ถือวิสาสะเปิดอ่านหรือเอามาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองแบบนี้" รตวันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว ชัดเจนทุกถ้อยคำจนภาคภูมิชะงักไปชั่วขณะ
รอยยิ้มบนใบหน้าของภาคภูมิเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและท้าทาย
"ปากเก่งขึ้นนี่ครับคุณตะวัน... สงสัยอยู่สวนชานานๆ จะติดเชื้อความหัวดื้อของเจ้าของที่นี่เข้าให้แล้ว ระวังเถอะครับ ของบางอย่าง ต่อให้พยายามปกป้องแค่ไหน ถ้ามันไม่ใช่ของคุณตั้งแต่แรก... วันหนึ่งมันก็ต้องหลุดมืออยู่ดี"
พลันที่สิ้นเสียงพูด ประโยคเตือนสติของภาคภูมิก็ถูกกลืนหายไปกับเสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหว!
เปรี้ยง!
ประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบผ่าลงมาบริเวณยอดเขาเบื้องหลัง กลิ่นอายของโอโซนและกระแสลมแรงจัดพัดกระหน่ำเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้มอมดำสนิทในเวลาเพียงไม่กี่นาที พายุฤดูร้อนที่ถูกจับตามาหลายวัน... มาถึงแล้ว และมันมาพร้อมกับความรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
"คิน! ทางแปลงชาโซน B!" เสียงตะโกนลั่นของมีนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาจากทางเรือนเพาะชำ ทำลายบรรยากาศการเผชิญหน้าเมื่อครู่นี้จนกระเจิง มีนหอบหายใจจนตัวโยน สีหน้าซีดเผือด "ลมตีหลังคาโรงเรือนเปิดออกแล้ว! ต้นกล้าชาชุดใหม่กำลังจะแย่!"
คณินหันขวับไปมองทิศทางนั้นทันที สัญชาตญาณความเป็นเจ้าของสวนและผู้นำที่ต้องปกป้องทุกคนพุ่งพล่านขึ้นมาเหนือสิ่งอื่นใด เขารีบหันกลับมามองรตวันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและคำสั่งเด็ดขาดในคราวเดียวกัน
"ตะวัน อยู่ในนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด!"
"ไม่ได้นะคิน! ผมจะไปด้วย!" รตวันปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตากลมโตฉายแววแน่วแน่ไม่มีวันเปลี่ยนใจ "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงผม เราต้องช่วยกัน!"
คณินมองลึกเข้าไปในดวงตานั้น เขารู้ดีว่าต่อให้ห้ามอย่างไร รตวันก็ไม่ยอมถอย จึงพยักหน้ารับสั้นๆ อย่างจำยอม ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุดันใส่ภาคภูมิที่เริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไปตามความรุนแรงของพายุที่โหมกระหน่ำ
"ถ้าคุณยังไม่อยากปลิวไปกับลม ก็หลบเข้าไปข้างในซะ!" คณินสะบัดเสียงใส่ ก่อนจะคว้ามือรตวันให้วิ่งฝ่าสายฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงมุ่งตรงไปยังแปลงชาทันที
ฝนเม็ดโตสาดซัดลงมากระทบผิวกายจนชาหนึบ แรงลมพัดกรรโชกจนการก้าวเดินเป็นไปอย่างยากลำบาก รตวันพยายามทรงตัวท่ามกลางกระแสลมที่โหมกระหน่ำ ภาพตรงหน้าคือความอลหม่านของกิ่งใบชาที่ถูกพัดตีจนลู่ราบ ยอดอ่อนสีเขียวขจีที่พวกเขาและคนงานช่วยกันดูแลมาแรมเดือนกำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุด
"ระวัง!" คณินตะโกนแข่งกับเสียงลม พร้อมกับคว้าเอวบางเข้ามาชิดแนบลำตัวเพื่อบังเศษกิ่งไม้ที่ปลิวมาตามลม ร่างทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บของสายฝน
"ผมไหวครับ!" รตวันตะโกนตอบ ดวงตาฉายประกายมุ่งมั่น มือเรียวเล็กเอื้อมไปช่วยคณินยึดผ้าใบกันแดดของโรงเรือนที่กำลังจะปลิวหลุดออก แรงลมดึงกระชากจนแขนเรียวสั่นเทา แต่ไม่มีทีท่าว่ารตวันจะยอมปล่อยมือ
ทางด้านมีนและลุงปกรณ์ที่วิ่งตามออกมาสมทบก็ช่วยกันเร่งตอกหลักยึดเชือกฟางกันอย่างสุดชีวิต ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจกันท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างไร้ความปรานี ไม่มีใครยอมแพ้ แม้ความเหนื่อยล้าจะเริ่มกัดกินเรี่ยวแรงไปทีละน้อย
ผ่านไปนานเท่าไรไม่มีใครรู้ จนกระทั่งกระแสลมแรงค่อยๆ สงบลง เหลือเพียงสายฝนโปรยปรายที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ให้เห็น—ต้นชาบางส่วนหักโคัน และแปลงเพาะชำได้รับความเสียหายไม่น้อย แต่หัวใจของคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นี้ไม่ได้แตกสลายตามสภาพแวดล้อมเลย
รตวันหอบหายใจรดรินอยู่บนอกของคณิน เสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบลำตัว ทั้งคู่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยโคลนและคราบน้ำฝน แต่เมื่อสบตากัน รอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของทั้งคู่ เป็นรอยยิ้มที่บอกว่าพวกเขาผ่านพ้นวิกฤตแรกร่วมกันได้แล้ว
"เก่งมากครับ... คนดีของผม" คณินกระซิบเสียงนุ่ม พลางยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เปียกชุ่มแนบแก้มเนียนของรตวันอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นแผ่ซ่านท่ามกลางความหนาวเย็น
แต่ทว่า... ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังแทรกเสียงหยดน้ำฝน ทำให้ทุกคนหันไปมองทางด้านทางเข้าสวนชาอีกครั้ง
ร่างของภาคภูมิที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างกันนัก—เปียกปอนและเนื้อตัวเลอะโคลน—กำลังเดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มแปลกประหลาดที่มุมปาก ในมือของเขายังคงถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเปียกชื้นไว้แน่น และสายตาที่มองตรงมาที่รตวันกับคณินนั้น เต็มไปด้วยความเย้ยหยันราวกับกุมชัยชนะทั้งหมดไว้ในกำมือ
ภาคภูมิหยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะชูแฟ้มในมือขึ้นช้าๆ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรตวันเย็นเฉียบลงในพริบตา
"พวกคุณอาจจะชนะพายุข้างนอกนี่ได้... แต่คิดว่า จะรอดพ้น ‘พายุลูกใหญ่’ ที่กำลังจะทำลายทุกอย่างในบริษัทของคุณปกรณ์วันพรุ่งนี้... ได้จริงๆ หรือครับ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมฝ่าพายุไปกับรตวันและคณินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 23
พายุลูกใหญ่
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!