ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 24

ปกป้องสิ่งที่รัก

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าคิดว่าคำขู่แค่นี้จะทำให้ฉันถอย... พวกคุณก็คงประเมินคนอย่างปกรณ์ต่ำเกินไปแล้วล่ะค่ะ" น้ำเสียงทรงพลังแต่ราบเรียบของลุงปกรณ์ดังสะท้อนผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักในเรือนไผ่ บรรยากาศรอบกายยังคงหลงเหลือไอความตึงเครียดจากประโยคทิ้งปมของศัตรูทางธุรกิจเมื่อวาน ทว่าในยามนี้ เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นครื้นจากเบื้องบนกลับดึงความสนใจของทุกคนให้หลุดออกจากหน้าจอ เมฆฝนสีเทาเข้มม้วนตัวต่ำจนแทบจะกลืนกินยอดเขา ท้องฟ้าที่เคยทอแสงสีทองยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดราวกับเวลากลางคืน สายลมกระโชกแรงพัดยอดไผ่สีเขียวชอุ่มให้เอนลู่ไปตามแรงเหวี่ยง ใบไผ่เสียดสีกันจนเกิดเสียงดังระงมคล้ายเสียงกรีดร้องของธรรมชาติ "ลมแรงขนาดนี้ แปลงชาขั้นบันไดทางทิศเหนือแย่แน่ค่ะ!" ตะวันอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อมองผ่านบานหน้าต่างกระจกออกไปเห็นกิ่งไผ่หักโค่นลงมาขวางทางเดิน คณินไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อตึงแน่น เขารีบคว้าเสื้อกันฝนเนื้อหนามาสวมทับอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบฉายแววเคร่งเครียดแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด เขารู้ดีว่าพายุฤดูร้อนระลอกนี้รุนแรงเกินกว่าจะปล่อยให้สวนชาที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมากับมือต้องเสียหายยับเยิน "คุณคิน... มันอันตรายมากนะคะ ฝนตกหนักขนาดนี้ ลมก็แรงด้วย" ตะวันก้าวเข้าไปขวางหน้าชายหนุ่ม สองมือเรียวเอื้อมไปช่วยจัดฮู้ดเสื้อกันฝนให้ด้วยความสั่นเทา ความห่วงใยฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวยที่รื้นไปด้วยความกังวล "ให้คนงานช่วยกันดูแลแทนก่อนไม่ได้เหรอคะ ทำไมต้องออกไปเอง" คณินหยุดชะงัก เขาก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเคร่งเครียด มือหนาสامอุ่นเอื้อมขึ้นประคองแก้มนุ่มของตะวันอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำรอบกาย สัมผัสจากฝ่ามือของเขากลับอบอุ่นจนน่าประหลาด "แปลงชาพวกนั้นไม่ใช่แค่ธุรกิจสำหรับผมนะครับตะวัน... แต่มันคือเรื่องราวทุกอย่างของเรา ตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในเรือนไผ่" คณินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง แววตาที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "ผมปล่อยให้มันพังทลายไม่ได้หรอกครับ" พูดจบ คณินก็ตัดสินใจก้าวเท้าเดินฝ่าสายฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคากระเบื้องดังสนั่นหวั่นไหว "คุณคิน!" ตะวันตะโกนเรียกสุดเสียง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณความห่วงใยที่มีต่อคนรักมีมากกว่าความกลัวต่อพายุร้าย ตะวันคว้าเสื้อกันฝนอีกตัวที่แขวนอยู่ข้างประตูมาสวมลวกๆ แล้วก้าวตามออกไปทันที สายฝนเย็นเฉียบกระหน่ำซัดเข้าใส่ร่างทันทีที่ก้าวพ้นชายคา แรงลมพัดจนตะวันแทบจะทรงตัวไม่อยู่ พื้นดินกลายเป็นโคลนตมลื่นไถล แต่ร่างบางยังคงฝืนก้าวเดินตามรอยเท้าของคณินมุ่งหน้าสู่แปลงชาขั้นบันได ทัศนียภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำฝนหนาทึบ ทางเดินแคบๆ ระหว่างกอไผ่กลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ กิ่งไม้หักระเกะระกะขวางทาง ตะวันต้องใช้มือเกาะลำต้นไผ่เพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มลงไปในร่องน้ำ ความหนาแน่นของสายฝนทำให้การหายใจติดขัด แต่ความกังวลที่มีต่อคณินกลับผลักดันให้สองขาเรียวก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต เบื้องหน้า... ร่างสูงใหญ่ของคณินกำลังเผชิญหน้ากับกระแสน้ำฝนที่ไหลบ่าลงมาจากยอดเขาอย่างรวดเร็ว น้ำสีขุ่นข้นกำลังกัดเซาะดินบริเวณรากชาต้นอ่อน คณินกำลังใช้ไม้ค้ำยันและกระสอบทรายที่เตรียมไว้เข้าขัดขวางทางเดินของน้ำด้วยความทุลักทุเล กล้ามเนื้อแผ่นหลังขยายตัวตามแรงโถมเข้าสู้กับกระแสน้ำ เสื้อผ้าเปียกลู่แนบไปกับลำตัวเผยให้เห็นสัดส่วนกำยำ "คุณคิน ระวังค่ะ!" ตะวันส่งเสียงตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าผ่า เมื่อเห็นกิ่งไผ่ขนาดใหญ่กำลังจะหักโค่นลงมาตรงจุดที่คณินยืนอยู่ ราวกับสัญชาตญาณ คณินเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว กิ่งไผ่กระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่น แต่วินาทีนั้นเองที่พื้นดินบริเวณที่คณินยืนอยู่เกิดทรุดตัวลงเพราะแรงกัดเซาะของน้ำ! "โอ๊ะ!" คณินเสียหลักทรุดตัวลงไปครึ่งเข่า น้ำโคลนทะลักเข้าท่วมขาข้างหนึ่ง ตะวันพุ่งเข้ามาหาด้วยความตกใจอย่างไร้สติ ลืมสิ้นซึ่งความกลัวอันตรายรอบตัว มือเรียวทั้งสองข้างเอื้อมไปคว้าแขนแกร่งของคณินสุดแรงเพื่อดึงขึ้นมา "ตะวัน! คุณออกมาทำไมครับ มันอันตรายมากนะ!" คณินตวาดเสียงดังด้วยความตกใจและเป็นห่วงระคนกัน เมื่อเห็นร่างบางเปียกปอนไม่แพ้กัน ดวงตาคมฉายแววดุแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยล้นปรี่ "ผม... ผมเป็นห่วงคุณ!" ตะวันตะโกนตอบ น้ำตาที่เอ่อคลอผสมปนเปไปกับสายฝนบนใบหน้า "ถ้าคุณเป็นอะไรไป... เรือนไผ่แห่งนี้จะมีค่าอะไรล่ะครับ!" คำพูดนั้นราวกับค้อนหนักๆ ที่ทุบลงกลางใจคณิน แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนละมุนลึกซึ้ง ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำและโลกทั้งใบที่กำลังสั่นคลอน คณินดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างไม่ลังเล มือหนาโอบกระชับแผ่นหลังบางแน่นเพื่อปกป้องจากสายลมหนาว ไออุ่นจากร่างกายของทั้งสองหลอมรวมกันท่ามกลางความหนาเหน็บของธรรมชาติ "ผมไม่เป็นไรครับ... เชื่อผมนะ" คณินกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มอบอุ่นแทรกผ่านเสียงสายฝนเข้ามาถึงหัวใจของตะวันอย่างชัดเจน แม้ภายนอกพายุจะยังคงคำรามกึกก้องและสายฝนยังคงโปรยปรายอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แต่ในอ้อมกอดนี้... ตะวันกลับรู้สึกปลอดภัยยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ความเหนื่อยล้าและความกดดันจากโลกภายนอกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของสองคนที่เต้นสอดประสานกันท่ามกลางผืนป่าไผ่ แต่ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังประคองกันลุกขึ้นเพื่อเตรียมกลับเข้าสู่ตัวเรือน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องทะลุม่านฝนเข้ามาทางด้านหลัง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันปรากฏขึ้นท่ามกลางพายุร้าย "ดูเหมือนพวกคุณจะสวีทกันท่ามกลางธรรมชาติได้ดีทีเดียวสินะครับ... แต่เกรงว่าความสุขนี้ จะอยู่ได้อีกไม่นานหรอก" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของชายแปลกหน้าที่ก้าวล้ำเข้ามาในเขตเรือนไผ่โดยไม่ได้รับเชิญ ขณะที่ด้านหลังของเขามีกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำอีกหลายคนยืนปิดล้อมทางออกไว้ทุกด้าน! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุไปพร้อมกับตะวันและคุณคินนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%