"ถ้าคุณคินยังดื้อดึงที่จะเอาแปลงชาโซนเหนือไปค้ำประกันกับธนาคาร ผมเกรงว่าเรื่องที่เราคุยกันวันนี้คงต้องจบลงแค่นี้ครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความระอาของผู้จัดการสาขาธนาคารดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องรับรองส่วนท้ายของร้านกาแฟชุมชน บรรยากาศรอบโต๊ะไม้สักตัวใหญ่เต็มไปด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกาแฟคั่วเข้มที่ควรจะหอมกรุ่นกลับกรุ่นไอความตึงเครียดเสียจนน่าเวียนหัว
คณินนั่งนิ่งหลังตรง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบมองเอกสารสัญญาเงินกู้ที่กางอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มือใหญ่หนาข้างหนึ่งวางทับอยู่บนขอบกระดาษราวกับจะปกป้องผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วของสวนชา 'เรือนไผ่' เอาไว้ด้วยชีวิต
"ผมไม่ได้ดื้อดึงครับคุณปพน..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าหนักแน่นกังวานราวกับหินผา "แปลงชาโซนเหนือคือหัวใจสำคัญที่เราจะใช้ขยายกำลังการผลิตเพื่อส่งออกในปีหน้า หากไม่มีเงินทุนก้อนนี้ แผนงานทั้งหมดที่วางไว้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชนจะต้องพังทลายลง ผมยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้"
"แต่ความเสี่ยงมันสูงเกินไป แปลงนั้นติดจำนองเก่าอยู่ครึ่งหนึ่ง แถมปีนี้สภาพอากาศก็แปรปรวน..." ผู้จัดการธนาคารถอนหายใจยาว พลางส่ายหน้าช้าๆ "ทางสำนักงานใหญ่ไม่อนุมัติวงเงินนี้ให้หรอกครับ เว้นแต่คุณจะมีหลักทรัพย์ค้ำประกันอื่นมาเพิ่ม หรือไม่ก็..."
ประโยคที่เหลือถูกกลืนหายไปเมื่อบานประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างโปร่งบางในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีครีมที่คุ้นเคย รตวันก้าวเข้ามาพร้อมถาดไม้ในมือ บนนั้นมีชาอู่หลงร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมละมุนช่วยบรรเทาความตึงเครียดในอากาศลงได้บ้างเล็กน้อย
ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองสถานการณ์รอบโต๊ะแวบเดียวก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด รตวันไม่ได้เอ่ยคำพูดตัดพ้อหรือแสดงความตื่นตระหนกออกมาให้เห็น ใบหน้าหวานระบายรอยยิ้มบางเบาอย่างที่ชอบทำเวลาต้องการปลอบประโลมใครสักคน
"ขออนุญาตเติมชานะคะ" เสียงนุ่มนวลเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ พร้อมกับรินน้ำชาสีทองลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบตรงหน้าผู้จัดการธนาคารและคณินอย่างระมัดระวัง
ยามที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัสลงบนขอบถ้วย คณินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววดุดันยามเจรจาธุรกิจค่อยๆ อ่อนแสงลงยามเมื่อมองสบตาเข้ากับคนรัก รตวันไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่สัมผัสอุ่นวาบที่ส่งผ่านทางสายตาคู่นั้นกลับทรงพลังเสียยิ่งกว่าคำพูดร้อยพันคำ
"ขอบคุณครับคุณตะวัน" ผู้จัดการธนาคารยิ้มรับตามมารยาท ก่อนจะหันกลับมาหาคณินด้วยสีหน้าลำบากใจ "เอาเป็นว่า ผมให้เวลาคุณคินคิดทบทวนดูอีกสักสามวันนะครับเรื่องเงื่อนไขค้ำประกัน ถ้ายังยืนยันคำเดิม ผมคงต้องปฏิเสธคำขอสินเชื่อนี้ตามระเบียบ"
ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดใบไผ่ด้านนอกที่ดังแว่วเข้ามา
คณินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายคืนฉายชัดบนใบหน้าคมสัน แม้เขาพยายามจะเก็บซ่อนมันไว้ไม่ให้รตวันเป็นห่วงก็ตามที แต่มีหรือที่คนใกล้ชิดอย่างรตวันจะไม่สังเกตเห็น
รตวันวางถาดลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะย้ายตัวเองมานั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ มือเรียวเอื้อมไปกุมมือหนาที่ยังวางอยู่บนโต๊ะเอาไว้เบาๆ สัมผัสอบอุ่นนั้นทำให้คณินต้องเงยหน้าขึ้นมอง
"เหนื่อยมากไหมครับ..." น้ำเสียงหวานเอמהเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ดวงตาคู่ใสสะท้อนภาพของเขาคนเดียวในนั้น
"พี่ไม่เป็นไรหรอกตะวัน..." คณินฝืนยิ้มบางๆ พลางพลิกมือกลับมากุมมือเรียวของอีกฝ่ายไว้แน่น นิ้วโป้งลูบไล้หลังมือเนียนอย่างแผ่วเบาเพื่อส่งผ่านความรู้สึก "แค่คิดว่า... ถ้าพี่หาทางออกไม่ได้ แปลงชาของพวกเรา หรือแม้แต่โครงการที่สัญญากับลุงปกรณ์และชาวบ้านไว้ มันอาจจะต้องสะดุด พี่ไม่อยากให้ทุกคนผิดหวัง"
"ไม่มีใครผิดหวังในตัวคุณคินหรอกนะคะ" รตวันส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกคนเห็นสิ่งที่คณินทำเพื่อเรือนไผ่และชุมชนนี้มาตลอด ไม่ใช่แค่เพราะผลประโยชน์ แต่มันคือความใส่ใจ... ตะวันเชื่อว่าความตั้งใจจริงของเราจะต้องมีทางออกเสมอ"
คำพูดเรียบง่ายแต่นุ่มลึกนั้นเปรียบเสมือนสายน้ำเย็นที่รินรดลงบนหัวใจที่ร้อนรุ่มของคณิน ความตึงเครียดที่แบกรับไว้บนบ่าเริ่มคลายลงทีละน้อย ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงซบหน้าผากเข้ากับฝ่ามืออุ่นของรตวัน หลับตาลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่คนตรงหน้ามอบให้เสมอมา
"ขอบคุณนะตะวัน... ถ้าไม่ได้ You อยู่ข้างๆ พี่คงไม่รู้จะเดินต่อยังไงเหมือนกัน" เสียงทุ้มพร่าเอמהเอ่ยชิดฝ่ามือ
รตวันระบายยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด นิ้วเรียวอีกข้างยกขึ้นสางกลุ่มผมสีเข้มของคนรักอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งไหลวนอยู่ในอกจนแทบไม่ต้องเอื้อnคำใดๆ เพิ่มเติม ทั้งสองคนต่างเป็นที่พักพิงให้แก่กันและกันในยามที่โลกภายนอกโหมกระหน่ำเข้าใส่
ทว่า ความเงียบสงบอันแสนเปราะบางนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เร่งรีบ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดัง "ก๊อกๆๆ" รัวเร็ว ทำเอาทั้งคู่ต้องผละออกจากกันด้วยความแปลกใจ
ยังไม่ทันที่คณินจะได้เอ่ยอนุญาต ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง มีน เพื่อนสนิทของรตวันยืนหอบหายใจจนตัวโยโย่ ใบหน้าของเพื่อนรักซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนผิดปกติ
"มีน? มีอะไร ทำไมหน้าตาตื่นขนาดนั้น" รตวันลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความตกใจ
มีนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่ยกขึ้นชี้ไปทางด้านนอกสั่นระริก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคณินและรตวันเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา
"ตะวัน... คุณคิน... รีบออกไปดูข้างนอกเร็วเข้า มีคนจากสำนักงานใหญ่ที่ดินมาปักป้ายประกาศ... เขาบอกว่าโฉนดที่ดินแปลงใหญ่ครึ่งหนึ่งของสวน 'เรือนไผ่' ถูกอายัดและกำลังจะถูกขายทอดตลาดในอีกเจ็ดวันข้างหน้า!"
ร่างของทั้งคู่แข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจในวันที่ฟ้าใสไร้เมฆหมอก...
ขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพี่คินและน้องตะวันมา ณ ที่นี้นะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 42
บทที่ 42
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!