ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 3

ชาอุ่นๆ กับรอยยิ้มแรก

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
ไอน้ำอุ่นจัดที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากกาเซรามิกเคลือบสีเขียวหยก ช่วยขับไล่ความหนาวเหนาวยามที่เม็ดฝนภายนอกเริ่มโหมกระหน่ำลงมากระทบหลังคากระเบื้องดินเผาของ 'เรือนไผ่' อย่างหนักหน่วง รตวันนั่งขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นของโต๊ะไม้สักเก่า ปลายน้องเรียวเล็กที่ยังมีความชื้นจากละอองฝนเมื่อครู่ ยกขึ้นกุมแก้วชาอุ่นๆ เอาไว้ทั้งสองมือ สัมผัสความร้อนระอุซึมซ่านผ่านฝ่ามือเข้าสู่ปลายนิ้ว ก่อนจะกระจายความอบอุ่นลามเลียไปทั่วร่าง กลิ่นหอมละมุนของใบชาอู่หลงคั่วใหม่ลอยแตะจมูก เจือด้วยกลิ่นอายดินชื้นและป่าไผ่รอบด้าน เป็นกลิ่นที่ทำให้อาการตึงเครียดที่สะสมมาแรมปีในใจของเขาค่อยๆ คลายตัวลงอย่างน่าประหลาด ตรงข้ามกันนั้น คือร่างสูงใหญ่ของคณิน ชายหนุ่มเจ้าของสวนชาผู้มีแววตานิ่งขรึมแต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยความใส่ใจอย่างไร้ที่ติ เขานั่งลงอย่างเงียบเชียบ ราวกับไม่อยากส่งเสียงรบกวนความเปราะบางในจิตใจของร่างบางที่นั่งอยู่ตรงข้าม "ชาตัวนี้ ผมคั่วเองกับมือค่ะ" เสียงทุ้มนุ่มต่ำเอ่ยขึ้นลายความเงียบ ทว่าอบอุ่นยิ่งกว่าไอแดดในฤดูไหน "ชื่อว่า 'รินรัก' เป็นชาเบลนด์สูตรเฉพาะของเรือนไผ่ ดื่มแล้วจะช่วยให้คลายความกังวล และนอนหลับสบายขึ้น... คุณตะวันดูเหนื่อยล้ามามากนะคะ" คำพูดที่เรียบง่ายแต่กลับจี้ตรงเข้ามากลางใจ ทำให้รตวันต้องชะงัก เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อซ่อนความไหววูบในดวงตาคมคู่สวย เขายกชาขึ้นจิบรสชาติละมุนลิ้น หวานปลายลิ้นเล็กน้อย ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก รตวันเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย รอยยิ้มบางเบาที่มักจะถูกใช้เป็นเกราะกำบังถูกคลี่ออกอีกครั้ง "ขอบคุณนะคะคุณคิน... อากาศแบบนี้ ได้ชาร้อนๆ ของคุณช่วยไว้ คงทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้งเลยล่ะค่ะ" รตวันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความอ่อนโยนตามธรรมชาติ ถึงแม้ในใจจะยังหลงเหลือเศษซากความหวาดกลัวจากโลกเก่าที่เขาเพิ่งเดินหนีมา คณินไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที สายตาคมกริบแต่ทว่าอ่อนโยนคู่นั้นกวาดมองสำรวจรตวันอย่างเงียบๆ ราวกับกำลังอ่านหนังสือเล่มเก่าที่เปียกปอน และเขาต้องการเป็นคนเปิดหน้ากระดาษทีละหน้าเพื่อทำความเข้าใจมัน มือหนาเอื้อมหยิบกาน้ำร้อนมาเติมใส่แก้วให้รตวันอย่างเบามือ สัมผัสที่เฉียดผ่านโดยบังเอิญทำให้หัวใจดวงน้อยของอดีตสถาปนิกหนุ่มเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง "โลกสถาปัตยกรรมในเมืองกรุงคงใจร้ายกับคุณมากสินะคะ" คณินเอ่ยขึ้นเบาๆ ระหว่างที่สายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย "ถึงทำให้คนที่ดวงตาสดใสอย่างคุณ... เลือกที่จะแบกกระเป๋าใบเดียวหนีมาหลบซ่อนตัวในป่าเขาลำไพรแบบนี้" รตวันชะงักค้าง รอยยิ้มบนริมฝีปากบางจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงัน เขาก้มมองผิวน้ำชาที่สะท้อนเงาของตัวเอง ภาพตึกสูงระฟ้า แผนงานนับร้อยที่ต้องแก้จนไม่ได้หลับได้นอน เสียงต่อว่าของผู้เป็นนายจ้าง และความกดดันที่บีบอัดจนหายใจไม่ออก... ทุกอย่างย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวจนร่างบางเผลอเม้มริมฝีปากแน่น "มันไม่ใช่แค่เรื่องงานหรอกค่ะคุณคิน..." รตวันกระซิบแผ่วเบา ราวกับพูดกับตัวเองมากกว่าจะตอบคำถาม "แต่มันคือการสูญเสียตัวตน... ผมลืมไปแล้วว่าความสุขที่แท้จริงของการสร้างสรรค์อะไรสักอย่างมันหน้าตาเป็นอย่างไร รู้ตัวอีกที ผมก็กลายเป็นแค่เครื่องจักรที่รอวันพังทลายเท่านั้นเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่ซัดสาดกระทบใบไผ่ด้านนอกขับเน้นความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวในใจให้เด่นชัดขึ้น คณินขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะไม้อีกนิด ดวงตาคมคายคู่นั้นฉายแววปกป้องอย่างชัดเจนจนรตวันสัมผัสได้ "ถ้าอย่างนั้น... ให้เรือนไผ่แห่งนี้ เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวของคุณก็แล้วกันนะคะ" คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง "คุณไม่ต้องรีบหาคำตอบให้ชีวิต ไม่ต้องรีบพิสูจน์ตัวเองกับใครทั้งนั้น ที่นี่... คุณแค่นั่งจิบชา มองสายฝน และหายใจเข้าลึกๆ ก็พอค่ะ" ถ้อยคำนั้นเปรียบเสมือนอ้อมกอดอันอบอุ่นที่โอบกอดหัวใจที่ด้านชาของรตวันให้กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง ความตื้นตันตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว รตวันเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าสวนชาหนุ่ม รอยยิ้มแรกที่ออกมาจากใจจริงโดยไม่มีการเสแสร้ง ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่เขาเดินทางมาถึง "ขอบคุณนะคะคุณคิน... ขอบคุณจริงๆ" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนอบอวลไปด้วยความละมุนละไม ความเงียบงันที่เคยอึดอัดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นทีละน้อย คณินรินชาเติมให้อีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันเบาๆ ท่ามกลางไอร้อนของชา กลิ่นหอมของใบไม้และฝนโปรยก็พลันถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังแทรกเข้ามาทางระเบียงหน้าบ้าน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบในยามวิกาลท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำ ทำให้ทั้งคณินและรตวันสะดุ้งสุดตัว คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ เพราะเวลานี้ไม่ควรมีใครขึ้นมาบนเรือนไผ่ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเดินไปเปิดประตู ทว่าเมื่อบานประตูไม้เปิดออก ภาพของบุคคลที่ไม่คาดฝันยืนเปียกปอนอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้ลมหายใจของคณินสะดุดกึก และดวงตากลมโตของรตวันเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลรายนี้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ไออุ่นในเรือนไผ่มาด้วยกันในตอนนี้นะคะ หวังว่าความละมุนและปมระทึกที่ปลายตอนนี้จะโอบกอดและสั่นคลอนหัวใจทุกดวงจนต้องรีบพลิกไปอ่านตอนที่ 4 ต่อทันทีเลยนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%