"หากคืนนี้เรามิอาจรอด... เจ้าจะเสียใจหรือไม่ที่ก้าวเข้ามาในหุบเขานี้ร่วมกับข้า, ซูเหยา"
น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงทุบทำลายความเงียบงันภายในห้องโถงหินอัคนีลงอย่างราบคาบ ท่ามกลางแสงเทียนที่วับแวมราวกับลมหายใจรวยรินของคนใกล้ตาย เปลวเพลิงสีส้มสาด
กระทบโครงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการผ่านศึกหนัก ดวงตาหงส์ของเขายังคงประกายความเย่อหยิ่งทระนงดั่งเช่นวันวาน แม้รอบกายจะรายล้อมด้วยกลิ่นอายมรณะที่โชยมาจากสำนักมารโลหิตซึ่งกำลังเคลื่อนพลปิดล้อมหุบเขาพันอสูรในยามวิกาลนี้
หลินซูเหยา เจ้าสำนักหิมะโปรยผู้เลื่องชื่อในความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี มิได้ขยับกาย นางเพียงแต่เงยหน้าขึ้นจากตำราโบราณในมือ ช้า ๆ เสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์สะท้อนแสงไฟจนดูราวกับเกล็ดหิมะต้องแสงจันทร์ นางปรายตามองบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือสังหารผู้เหี้ยมโหดที่สุดในยุทธภพผู้นี้ แววตาที่เคยราบเรียบดั่งแอ่งน้ำนิ่ง กลับไหววูบคล้ายคลื่นใต้น้ำที่ถูกลมพายุพัดพา
"วาจาเหลวไหล... สำนักหิมะโปรยของข้าถูกทำลายจนไม่เหลือซากแล้ว ศิษย์น้องร่วมสำนักต่างล้มตายสิ้น ศัตรูในหล้าล้วนต้องการหัวใจกระบี่ของท่าน... หากข้าไม่เลือกเดินเคียงข้างบุรุษผู้ทะนงตนเช่นท่าน แล้วข้ายังจะมีเหตุผลอันใดให้อยู่รอดในยุทธภพอันโสมมนี้อีกเล่า, เฟยหลง"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าทรงพลังยิ่งกว่ากระบวนท่ากระบี่ใด ๆ นางลุกขึ้นยืน ชายผ้าพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวนอยู่รอบกาย กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกเหมันต์ลอยละล่องปะปนกับกลิ่นอายคาวเลือดจาง ๆ ที่ติดตัวจ้าวเฟยหลงมา นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอย่างช้า ๆ จนกระทั่งระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจกั้น
นี่คือ "ช่วงเวลาแห่งความใกล้ชิดก่อนพายุใหญ่" อย่างแท้จริง... พายุโลหิตที่กำลังจะโหมกระหน่ำในยามรุ่งสาง
จ้าวเฟยหลงทอดมองสตรีตรงหน้า หัวใจที่ด้านชามาหลายปีจากการถูกทรยศหักหลังโดยสำนักเก่า กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาเอื้อมมือที่หยาบกร้านจากการจับด้ามกระบี่มาสัมผัสปอยผมสีดำสนิทที่เคลียแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ขัดแย้งกับฉายา "เงากระบี่โลหิต" ของเขาโดยสิ้นเชิง หลินซูเหยาหลับตาลงรับสัมผัสอบอุ่นนั้น นางยอมทิ้งศักดิ์ศรีแห่งเจ้าสำนักผู้สูงศักดิ์ ยอมทิ้งกฎเหล็กพันข้อของสำนักหิมะโปรย เพื่อมาซบกายลงบนไหล่กว้างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของบุรุษผู้นี้
"ข้าสัญญา... ตราบใดที่ลมหายใจของข้ายังอยู่ จะไม่มีผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าได้ แม้แต่เงาของยมบาลก็ไม่มีสิทธิ์"
น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงหนักแน่นดั่งคำประกาศิตสวรรค์
"ข้าเชื่อท่าน..." หลินซูเหยาพسึมพำชิดริมหูของเขา ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะประทับลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบາ ไร้ซึ่งความเร่าร้อน แต่ลึกซึ้งและมั่นคงดั่งหินผา เป็นจูบที่เดิมพันด้วยชีวิตและความตาย เป็นการหลอมรวมดวงวิญญาณสองดวงที่ต่างโดดเดี่ยวในยุทธภพเข้าด้วยกัน ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนอันยาวนาน
ทว่า... ความสงบสุขมักเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่สุดสำหรับผู้ฝึกยุทธ
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางค่ายกลป้องกันด่านนอก แรงระกระแทกมหาศาลทำให้ผนังถ้ำหินอัคนีสั่นสะเทือน เศษฝุ่นร่วงกราวลงมาดั่งหิมะโปรยยามวิกาล ดาบอาคมและอักขระป้องกันที่จ้าวเฟยหลงลงมือสลักไว้ด้วยโลหิตปราณแตกสลายลงในพริบตา กลิ่นอายพลังมารอันชั่วร้ายนับร้อยสายพรั่งพรูเข้ามาปกคลุมหุบเขาดั่งหมอกทมิฬ
หลินซูเหยาผละออกจากอ้อมกอดของเขาอย่างรวดเร็ว แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ นางชักกระบี่ประจำกาย "เหมันต์นิรันดร์" ออกมาจากฝัก แสงสีฟ้าครามส่องประกายวาววับขับเน้นใบหน้าอันงดงามที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
จ้าวเฟยหลงแค่น ים ยิ้มเย็นชา ดวงตาสีดำสนิทลุกโชนด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง เขาตบไปที่ด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ข้างกาย เสียงเหล็กกระทบฝักดัง *กริ๊ก* เบา ๆ ทว่ากังวานเสียจนสะท้อนก้องไปทั่วโถงหิน
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด... ดูท่าสุนัขรับใช้ของพรรคมารคงทนรอรับความตายไม่ไหวแล้วกระมัง" จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
เขาก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้า ยืนบังร่างของหลินซูเหยาไว้ครึ่งก้าว กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือยังไม่ได้ชักออกจากฝัก ทว่าพลังปราณกระบี่กลับทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาอัคคีค้ำยันสวรรค์
ที่ปากทางเข้าถ้ำ ปรากฏเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง ใบหน้าของมันครึ่งหนึ่งถูกสวมด้วยหน้ากากกระดูกอสูร อีกครึ่งหนึ่งยิ้มเยาะด้วยความเหี้ยมโหด มันคือ "ไป๋อี้" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งพรรคมารโลหิต ผู้ครอบครองวิชา "ฝ่ามือโลหิตกลืนวิญญาณ"
"จ้าวเฟยหลง... หลินซูเหยา... พวกเจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของท่านประมุขไปได้หรือ? วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!" ไป๋อี้ตะโกนก้อง เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังบาดแก้วหู
จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นเส้นตรงอย่างเย่อหยิ่ง เขากระชับด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้น พร้อมที่จะปลดปล่อยกระบวนท่าที่เก็บงำไว้มาทั้งชีวิต
ทว่า... ก่อนที่จ้าวเฟยหลงจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับศัตรู หลินซูเหยาที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับเอื้อมมือมาแตะที่แขนเสื้อของเขาเบา ๆ น้ำเสียงของนางแผ่วเบาแต่กลับทำให้หัวใจของจ้าวเฟยหลงกระตุกวูบอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเสียงระเบิดเมื่อครู่
"เฟยหลง... ท่านจำรอยแผลเป็นบนหัวใจของท่านได้หรือไม่... รอยแผลที่เกิดจากคนที่ท่านไว้ใจที่สุดเมื่อสามปีก่อน..." หลินซูเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย พร้อมกับที่กระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือของนาง ค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทาง... ปลายกระบี่สีฟ้าครามคมกริบ กลับจ่อตรงมาที่แผ่นหลังของจ้าวเฟยหลงอย่างแม่นยำ!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 21
คืนวันอันเงียบสงบ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!