กลิ่นหอมหวานดั่งมวลบุปผาพันพฤกษาในยามค่ำคืน แต่กลับแฝงไว้ด้วยไอเย็นเยือกกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่กลิ่นอายธรรมชาติ หากเป็น “พิษมายาหวนคืนสวรรค์” พิษโบราณที่หลอมรวมขึ้นจากความทรงจำอันเจ็บปวดและภาพลวงตาของผู้เสพ
จ้าวเฟยหลงกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เลือดลมภายในกายพลุ่งพล่านราวกับน้ำในมหาสมุทรถูกแปรเปลี่ยนเป็นเดือดพล่าน ภาพเบื้องหน้าของเขาบิดเบี้ยวจากผนังถ้ำศิลาอันมืดมิด กลายเป็นทุ่งหญ้าสีเลือดที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆา—สำนักเก่าที่เคยหักหลังและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างไร้ความปรานี
“เฟยหลง... เจ้ามันก็แค่สุนัขจนตรอกตัวหนึ่ง ไยต้องดึงดันถือกระบี่ที่ไม่มีแม้แต่จิตวิญญาณเช่นนั้นเล่า?”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอันคุ้นเคยดังขึ้นจากความว่างเปล่า ร่างของเจ้าสำนักเก่าผู้ล่วงลับก้าวออกมาจากม่านหมอกสีชาด ในมือถือกระบี่อาบโลหิตที่ชี้ตรงมายังหว่างคิ้วของเขา
จ้าวเฟยหลงแค่นเสียงเย็นชาในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเย่อหยิ่งทระนงไร้ผู้ต่อต้าน แม้จิตใจจะถูกรบกวนด้วยภาพหลอนที่ลากดึงเอาปมในอดีตขึ้นมาขยี้ แต่กระบี่ในมือของเขากลับไม่เคยสั่นเทรา วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์หาใช่รูปกายภายนอก หากแต่เป็นจิตที่ว่างเปล่าไร้สิ่งยึดติด
“คนตาย... ก็ควรอยู่ส่วนของคนตาย แม้แต่ตัวจริงของเจ้าข้ายังสังหารมาแล้ว นับประสาอะไรกับภาพลวงตาที่เกิดจากควันพิษไร้ค่าเล่า!”
ฉับพลัน! ประกายกระบี่สีเงินยวดยวงก็ตวัดวาดออกอย่างไร้ร่องรอย สายลมปราณคมกริบผ่าผ่าม่านหมอกสีเลือดจนขาดวิ่นเป็นสองท่อน แต่ทว่า... เมื่อภาพเงาของเจ้าสำนักเก่าสลายไป ภาพเบื้องหน้ากลับเปลี่ยนผันเป็นอีกฉากทัศน์หนึ่งที่บีบคั้นหัวใจยิ่งกว่า
ในห้วงมิติแห่งภาพมายานั้น หลินซูเหยา นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง กลับกำลังคุกเข่าอยู่ท่ามกลางหิมะโปรยปราย ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉาน นางหันมามองเขาด้วยแววตาระคนตัดพ้อและเจ็บปวดรวดร้าว
“จ้าวเฟยหลง... ท่านบอกว่าจะปกป้องวิถีของเรา เหตุใดจึงปล่อยให้ข้าต้องโดดเดี่ยวท่ามกลางความหนาวเหน็บนี้เล่า?”
น้ำคำนั้นราวดั่งเข็มพิษนับหมื่นเล่มที่ปักลงกลางใจของจ้าวเฟยหลง ความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่พลันสั่นคลอน ปราณกระบี่ในกายเกิดความปั่นป่วนจนกระอักโลหิตออกมาคำโต นี่คือการทดสอบจิตใจที่โหดร้ายที่สุด มันไม่ได้ใช้ศาสตราทำลายร่างเนื้อ แต่มันใช้ ‘ความรู้สึก’ และ ‘ความผูกพัน’ มาเป็นคมดาบสังหารเซียน
ทางด้านหลินซูเหยา นางเองก็กำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบอันดำมืดไม่แพ้กัน ในห้วงความคิดของนาง สภาพแวดล้อมโดยรอบกลับกลายเป็นตำหนักน้ำแข็งโบราณที่ไร้ซึ่งผู้คน เบื้องหน้าของนางคือภาพของตัวนางเองในวัยเยาว์—เด็กหญิงผู้ถูกพรากความอบอุ่นทุกอย่างไปเพื่อแลกกับการขึ้นเป็นเจ้าสำนักหิมะโปรย
“ซูเหยา เจ้าจงจำไว้ ความรักและความผูกพันคือจุดอ่อนของผู้ฝึกยุทธ ยิ่งเจ้ามอบใจให้บุรุษผู้นั้นมากเท่าใด ดาบที่จะย้อนกลับมาแทงเจ้าก็จะยิ่งคมกริบขึ้นเท่านั้น” เสียงก้องกังวานของปรมาจารย์ผู้ล่วงลับดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท
เงาร่างในกระจกน้ำแข็งยื่นมืออันหนาเตอะด้วยเกล็ดน้ำแข็งเข้าบีบคอของนาง ร่างกายของหลินซูเหยาชาวาบ ปราณเหมันต์ในกายเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงจนลมปราณตีกลับ หากนางหลงเชื่อภาพลวงตานี้และยอมจำนนต่อความหวาดกลัว จิตวิญญาณของนางจะแตกสลายและกลายเป็นหุ่นเชิดไร้ความรู้สึกไปชั่วกาลนาน
ท่ามกลางวิกฤตอันเป็นตายเท่ากัน จ้าวเฟยหลงที่กำลังหลงอยู่ในภาพมายาของการสูญเสีย พลันนึกถึงสัมผัสอันอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยวของหญิงสาวที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดทาง นางไม่เคยกล่าวคำหวาน แต่การกระทำของนางคือเครื่องยืนยันว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยวในยุทธภพอันโหดร้ายนี้อีกต่อไป
*“นางไม่ใช่ภาพลวงตา... และข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาพรากนางไป แม้กระทั่งความตาย!”*
จ้าวเฟยหลงคำรามก้องในใจ ดวงตาที่เคยพร่ามัวกลับมาคมกริบดั่งเหยี่ยวสวรรค์อีกครั้ง เขาหลับตาลง เลิกใช้ดวงตามองภาพลวงเบื้องหน้า แต่กลับใช้ ‘จิตกระบี่’ สัมผัสถึงความจริงแท้ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบตัวราวกับคลื่นพายุหมุน กวาดล้างภาพมายาทั้งหมดให้มลายหายไปในพริบตา!
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขากลับมาสู่ความเป็นจริงในถ้ำศิลาอันมืดมิด ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก หลินซูเหยากำลังยืนอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือ นางถือกระบี่น้ำแข็งในมือขวา ปลายกระบี่สั่นระริก และเป้าหมายที่คมดาบนั้นชี้ตรงมา... คือหัวใจของตัวเขาเอง!
ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาบัดนี้ว่างเปล่าไร้แววตาของผู้เป็นมนุษย์ พิษมายาได้ครอบงำจิตใจของนางจนหมดสิ้น นางมองเขาเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก
“ซูเหยา...” จ้าวเฟยหลงเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา ขณะที่ปลายนิ้วของเขาแตะลงที่ด้ามกระบี่ ชั่งใจระหว่างการปกป้องตนเองกับการเสี่ยงชีวิตรับคมกระบี่ของสตรีที่เขามอบใจให้
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผนังศิลาเบื้องหลังของทั้งสองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรก เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด—
“ฮ่าๆๆ... ยอดเยี่ยม! สมกับที่เป็นผู้สืบทอดวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์และเจ้าสำนักหิมะโปรย แต่พวกเจ้าคิดหรือว่าจะรอดออกไปจาก ‘ค่ายกลมัจจุราชพันวิถี’ นี้ได้โดยไม่มีผู้ใดต้องสังเวยโลหิต?”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 22
พิษมายาในความฝัน
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!