กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 23

ความจริงที่แสนเจ็บปวด

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูกไม่น่าสะพรึงกลัวเท่าความเงียบงันที่กดทับอยู่ระหว่างคนทั้งสองในห้องโถงร้างไร้ผู้คน หลินซูเหยา ไม่ได้ขยับกาย นางยังคงยืนสง่านิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็งใต้แสงจันทร์สลัว ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวที่กุมด้ามกระบี่กลับสั่นเทาเล็กน้อย—อาการสั่นที่จ้าวเฟยหลงไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดชีวิตการเป็นมือสังหารของเขา "เจ้ายังสงสัยในตัวข้าอีกหรือ... เฟยหลง?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเวิ้งว้างราวกับเสียงถอนหายใจของลมหนาวบนยอดเขาไร้ชื่อ แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่อย่างเขา จ้าวเฟยหลงไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ไร้ลักษณ์กวาดมองคราบโลหิตสีดำคล้ำที่ติดอยู่บนชายเสื้อผ้าแพรไหมสีขาวบริสุทธิ์ของนาง คราบโลหิตนั้นไม่ใช่ของศัตรู แต่มันคือสัญลักษณ์... ตราประทับโลหิตอสูรโลหิตแห่งสำนักมืด สำนักที่เคยสังหารล้างบางอาจารย์และพี่น้องร่วมสำนักของเขาเมื่อสิบปีก่อน "โลหิตอสูรเก้าวิญญาณ... เคล็ดวิชาต้องห้ามที่สูญหายไปจากยุทธภพ เหตุใดจึงมาปรากฏบนตัวเจ้า ซูเหยา?" จ้าวเฟยหลงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังกดดันจนอากาศรอบกายแทบแข็งตัว "เจ้าบอกว่าเจ้าเติบโตมาในสำนักหิมะโปรยบริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งเกล็ดหิมะบนยอดเขา แต่เหตุใด... ยามที่เจ้าใช้กระบวนท่าเมื่อครู่ มันจึงเป็นวิชาสายมารของสำนักมืดที่แม้แต่เงาของข้ายังจำได้ขึ้นใจ!" หลินซูเหยาหลับตาลงช้า ๆ แพรขนตางอนงามทาบลงบนผิวแก้มนวลเนียนคล้ายกำลังอดกลั้นต่อความเจ็บปวดที่กัดกินวิญญาณ นางแค่นAหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาและตัวนางเอง "บริสุทธิ์ผุดผ่องงั้นหรือ? ฮ่า... ในยุทธภพนี้ มีผู้ใดบ้างที่มือสะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง เฟยหลง เจ้าเป็นถึงมือสังหารอันดับหนึ่งผู้เหยียบย่างบนกองซากศพ ไฉนจึงยังเชื่อในเรื่องนิทานหลอกเด็กเช่นนี้" นางลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยเยือกเย็นบัดนี้กลับแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยศักดิ์ศรีของเจ้าสำนักหิมะโปรย "เจ้าอยากรู้ความจริงนักใช่ไหม? ได้... ในเมื่อวันนี้เราต่างยืนอยู่บนเส้นทางที่ต้องเลือก ระหว่างความตายกับความจริง ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังเอง!" บรรยากาศในห้องโถงพลระอุด้วยไอพลังปราณที่แปรปรวน หลินซูเหยาค่อย ๆ ยกมือขึ้นปลดสายคาดเอวและเปิดสาบเสื้อด้านซ้ายออกเผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่ากลัว—รอยประทับรูปดอกบัวสีดำสนิทฝังลึกอยู่เหนือหัวใจ รอยแผลที่เกิดจาก "ค่ายกลสะกดวิญญาณ" ของสำนักมืด "เมื่อยี่สิบปีก่อน สำนักหิมะโปรยไม่ได้ยิ่งใหญ่และสะอาดบริสุทธิ์อย่างที่เจ้าเข้าใจ... ในอดีต ท่านพ่อของข้าเป็นถึงผู้อาวุโสฝ่ายใน ทว่าเพราะต้องการแย่งชิงคัมภีร์กระบี่ไร้ลักษณ์ สำนักจึงยอมขายวิญญาณให้แก่ 'ประมุขสำนักมืด' พวกมันใช้ข้าซึ่งในตอนนั้นยังเป็นเพียงเด็กหญิงไร้เดียงสาเป็นตัวประกัน บังคับให้ท่านพ่อใช้พิษโลหิตอสูรสังหารเพื่อนร่วมสำนักทีละคน... ทีละคน จนหมดสิ้น!" คำพูดแต่ละคำของนางดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของจ้าวเฟยหลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดเมื่อสิบปีก่อนซ้อนทับเข้ามาในหัว สำนักเดิมของเขาที่ถูกทำลายอย่างลึกลับ... แท้จริงแล้วมีเบื้องหลังเช่นนี้หรอกหรือ? "แล้วเจ้าเล่า... ซูเหยา?" จ้าวเฟยหลงก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว หัวใจของเขารู้สึกปวดหนึบราถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง "รอยแผลนั่น... เจ้าก็โดนพวกมันกระทำเช่นกันหรือ?" "ใช่..." หลินซูเหยาเผยรอยยิ้มขื่นขม หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ "ข้าถูกพวกมันฝังพิษโลหิตอสูรไว้ตั้งแต่ยังเยาว์วัย เพื่อใช้ข้าเป็น 'ภาชนะ' ในการคืนชีพให้กับมารบรรพกาล ทุก ๆ คืนวันเพ็ญ พิษนี้จะแผดเผาชีพจรของข้าจนแทบคลั่ง หากข้าไม่ใช้พลังปราณน้ำแข็งกดทับมันไว้ ข้าคงกลายเป็นเดรัจฉานกระหายเลือดไปนานแล้ว... และเหตุผลที่ข้าต้องยอมรับตำแหน่งเจ้าสำนักหิมะโปรย ก็เพื่อใช้สมุนไพรวิเศษบนยอดเขาแห่งนี้ระงับพิษในกาย... และเพื่อรอคอยวันที่จะได้ล้างแค้นคนที่ทำลายชีวิตข้า!" นางเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจ้าวเฟยหลง แววตาคู่นั้นทั้งตัดพ้อ ทั้งอ้อนวอน และยอมจำนนต่อทุกสิ่ง "ตอนนี้เจ้าได้รู้ความจริงแล้ว... ความจริงที่น่ารังเกียจและสกปรกโสมมยิ่งกว่าวิญญาณของมือสังหารอย่างเจ้าเสียอีก เฟยหลง! ถ้าหากเจ้ายังมีความแค้นฝังใจกับสำนักมืด หากกระบี่ในมือของเจ้ามีไว้เพื่อผดุงความยุติธรรม... เช่นนั้นก็จงชักกระบี่ของเจ้าออกมา แล้วสังหารข้าเสียตรงนี้เถอะ!" นางกางแขนออกทั้งสองข้าง ยอมรับความตายอย่างไม่คิดขัดขืน ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของจ้าวเฟยหลงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังปราณรอบตัวระเบิดออกจนเศษกระเบื้องรอบกายแตกละเอียดเป็นผุยผง เขายกกระบี่ขึ้นชี้ตรงไปที่หน้าอกของนาง ระยะห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น ทว่า... ปลายกระบี่กลับหยุดนิ่ง ไม่สามารถขยับเข้าไปได้อีกแม้แต่น้อย มือที่ถือกระบี่ของมือสังหารผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด กลับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ ในหัวของเขามีเสียงกรีดร้องของความแค้นเก่าก่อนตีรันกับความอาลัยรักที่มีต่อสตรีตรงหน้า "เจ้าคนโง่..." จ้าวเฟยหลงคำรามออกมาเบื้องต่ำ เสียงของเขาเจือความเจ็บปวดล้ำลึก ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความอัดอั้น เขาก้าวพรวดเข้าไปประชิดตัวนางในพริบตาเดียว ก่อนจะรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น พร้อมกับเหวี่ยงกระบี่ไร้ลักษณ์ซัดออกไปด้านหลังสุดแรงเกิด! *เปรี้ยงงงงง!* ผนังศิลาหนาทึบด้านหลังระเบิดออกเป็น3เสี่ยง เผยให้เห็นเงาดำสายหนึ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด พ่นโลหิตออกมาคำใหญ่พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งที่น่าสะพรึงกลัว "ฮ่า ๆ ๆ ๆ... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าซาบซึ้งเสียจริง จ้าวเฟยหลง... หลินซูเหยา เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าความลับเรื่องนี้จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้?" ร่างในชุดดำสวมหน้ากากอสูรปรากฏกายขึ้นบนขอบหน้าต่าง รัศมีพลังปราณแผ่ซ่านกดดันจนบรรยากาศรอบด้านเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในมือของมันกำลังบีบคอของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักหิมะโปรยเอาไว้จนแทบสิ้นสติ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%