กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 7

กับดักเงาพันธนาการ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"ระวัง!" เสียงอุทานของหลินซูเหยาขาดหายไปในลำคอ พร้อมๆ กับที่ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ภายในถ้ำศิลาทมิฬพลันแปรเปลี่ยนเป็นอาณาจักรแห่งเงาสังหาร โซ่ตรวนศิลาอัคคีเก้าเส้นพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงราวกับอสรพิษเพลิงที่ถูกปลุกให้ตื่นจากจำศีล ปลายโซ่แต่ละข้อส่งเสียงกระทบกัน "เคร้ง! เคร้ง!" ก้องกังวาน บีบอัดพื้นที่หายใจจนแทบไม่เหลือช่องว่าง จ้าวเฟยหลงไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่คู่นั้นกวาดมองวิถีการโจมตีที่รวดเร็วดุจสายฟ้าด้วยความเยือกเย็น ทรนง และเด็ดเดี่ยว สำหรับเขาแล้ว ในยามที่ความตายอยู่เบื้องหน้า วิถีกระบี่มิใช่เพียงแค่เครื่องมือป้องกันตัว หากแต่เป็นวิถีแห่งการหลอมรวมจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน “วิชาโซ่พิฆาตสุริยันจันทรา... ร้ายกาจไม่เบา แต่คิดว่าจะใช้มันกักขังวิญญาณกระบี่ของข้า เกรงว่าพวกมันยังอ่อนหัดเกินไป” น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเยียบเย็นเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน *ฟึ่บ!* นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของจ้าวเฟยหลงดีดเข้าที่ฝักกระบี่ไร้ลักษณ์ข้างกาย เสียงกระบี่คำรามก้องสะท้อนกังวานไปทั่วโถงถ้ำ เป็นสัญญาณเตือนว่า มัจจุราชได้ก้าวเท้าเข้ามาเยือนแล้ว รัศมีกระบี่สีครามเข้มแผ่พุ่งทะยานออกจากร่างราวกับคลื่นพายุหมุน ปัดเป่าไอพิษและแรงกดดันรอบกายให้กระจัดกระจายในพริบตา ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นศิลาเบื้องล่างที่พวกเขายืนอยู่กลับยุบตัวลง! "กับดักกลไกหมุนวน?" หลินซูเหยาขมวดคิ้วมุ่น นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งแห่งสำนักหิมะโปรยสะบัดแขนเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ ปราณเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นรูปดอกบัวน้ำแข็งหุ้มร่างของนางและจ้าวเฟยหลงเอาไว้ เพื่อต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลที่พยายามดึงพวกเขาร่วงหล่นลงสู่ห้วงเหวไร้ก้นเบื้องล่าง "อย่าปล่อยมือข้า" จ้าวเฟยหลงเอ่ยเสียงเข้ม แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ดวงตาของเขากลับสะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามที่กำลังตื่นตระหนกของหญิงสาวเพียงชั่วพริบตา เขายื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวบางของหลินซูเหยาไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของบุรุษผู้ทะนงตนถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อ เยียวยาความหนาวเหน็บจากปราณน้ำแข็งและสถานการณ์อันเลวร้ายลงได้ชั่วขณะ หลินซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่ถูกปิดตายด้วยกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของสำนักสั่นไหวอย่างรุนแรง นางไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดเข้าใกล้ถึงเนื้อตัวถึงเพียงนี้ แต่วินาทีนี้ ในความมืดมิดที่รายล้อมด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย มีเพียงมือคู่นี้เท่านั้นที่หนักแน่นและพึ่งพาได้จริง "ข้า... มิใช่เด็กน้อยที่จะต้องให้ท่านมาปกป้อง" นางเอ่ยเสียงเรียบกลบเกลื่อนความไหวหวั่นในดวงตา ทว่ามุมปากกลับแอบคลายยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง "เช่นนั้นก็พิสูจน์ให้ข้าเห็นสิ ซูเหยา" จ้าวเฟยหลงมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มท้าทาย เพดานถ้ำด้านบนเริ่มพังทลาย หินผาน้ำหนักนับหมื่นชั่งร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะโปรยปาลิดรอนชีวิต โซ่ตรวนศิลาอัคคีทั้งเก้าสายเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศพุ่งตรงเข้าโจมตีจุดตายของทั้งคู่ในคราเดียว นี่คือ "ค่ายกลเงาพันธนาการ" ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสังหารผู้บำเพ็ญเพียรที่บังอาจรุกล้ำเขตหวงห้ามโดยเฉพาะ! จ้าวเฟยหลงไม่รอช้าอีกต่อไป ร่างของเขาพุ่งทะยานสวนขึ้นไปหาหินผาและโซ่ตรวนเหล่านั้นราวกับมังกรทะยานฟ้า กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือชักออกจากฝักอย่างเต็มรูปแบบ ประกายแสงสีเงินยวงสว่างวาบเจิดจ้าจนขับไล่ความมืดมิดภายในถ้ำให้มลายหายไปในพริบตา *ฉับ!* เสียงกระบี่ตัดผ่านอากาศและโซ่ศิลาจนขาดสะบั้นดังขึ้นติดต่อกันถึงเก้าครั้ง ประกายไฟจากการปะทะกันระเบิดออกดั่งดอกไม้ไฟยามราตรี เศษหินที่ร่วงหล่นถูกพลังปราณกระบี่บดขยี้จนกลายเป็นฝุ่นผงละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ทว่า ท่ามกลางละอองฝุ่นและประกายไฟที่กำลังร่วงหล่น จ้าวเฟยหลงกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เงาดำสายหนึ่ง... เงาดำที่ไร้รูปร่างและปราศจากลมหายใจ คืบคลานออกมาจากผนังถ้ำเบื้องหลังหลินซูเหยาอย่างเงียบเชียบ มันถืออาวุธเคลือบพิษสีม่วงเข้มที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า และเป้าหมายของมันมิใช่จ้าวเฟยหลง... หากแต่เป็นจุดชีพจรหัวใจของนางเซียนผู้สูงส่ง! "ซูเหยา! หลบไป!" จ้าวเฟยหลงคำรามลั่นด้วยความร้อนรนเป็นครั้งแรก ท่าทีที่เคยเยือกเย็นและทะนงตนถูกทำลายลงจนหมดสิ้น สัญชาตญาณการปกป้องหญิงสาวที่ตนมอบใจให้ขับเคลื่อนร่างกายเร็วกว่าความคิด เขาทิ้งกระบวนท่าโจมตีเบื้องหน้าทั้งหมด แล้วพุ่งตัวเข้าไปขวางทางอาวุธอาบพิษนั้นด้วยแผ่นหลังของตนเองทันที *ฉึก!* เสียงโลหะคมกริบเจาะทะลุเนื้อผ้าและเนื้อหนังดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน เลือดสีแดงเข้มหลั่งรินหยดลงบนพื้นศิลาสีดำสนิท เกิดเป็นควันจางๆ ทันทีที่สัมผัสกับพิษร้ายแรง หลินซูเหยาเบิกตากว้างจนแทบปริแตก ร่างกายของนางแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตกใจอย่างสุดขีด ภาพของบุรุษผู้เย่อหยิ่งทระนงที่ยอมเอาชีวิตเข้ามารับคมดาบแทนตนสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่สวยที่เริ่มคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตา "เฟย... หลง..." เสียงของนางสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ปราณน้ำแข็งรอบตัวนางระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ความโกรธเกรี้ยวและจิตสังหารขั้นสูงสุดพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนผนังถ้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น จ้าวเฟยหลงกระอักเลือดออกมาคำโต สีหน้าซีดขาวลงถนัดตาเนื่องจากพิษร้ายเริ่มแล่นเข้าสู่หัวใจ ทว่าเขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยด้วยความยากลำบาก มือข้างที่ถือกระบี่ยังคงกำด้ามไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขามองสบตาหลินซูเหยาด้วยแววตาที่ยังคงความมั่นคงและห่วงใย ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเบาที่ข้างหูของนาง "ข้าบอกแล้ว... ว่าอย่าปล่อยมือจากข้า..." ในวินาทีนั้นเอง พื้นเบื้องล่างที่พวกเขาเหยียบอยู่ก็เปิดออกเผยให้เห็นหลุมพรางลึกที่มีเงาดำนับร้อยคู่กำลังจ้องมองขึ้นมาด้วยดวงตาสดสีเลือด และก่อนที่ทั้งสองจะร่วงหล่นลงสู่ความมืดเบื้องล่าง เงาลึกลับร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กล่าวประโยคพลิกผันสถานการณ์ทั้งหมดขึ้นมา "นึกไม่ถึงเลยว่า... ยอดฝีมือแห่งวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ จะต้องมาจบชีวิตลงเพราะความรักที่โง่เขลาเช่นนี้..." ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถียุทธภพอันลึกล้ำนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%