"หากก้าวผ่านธรณีประตูนี้ไปแล้ว... เจ้ายังมั่นใจในวิถีกระบี่ที่ถือครองอยู่หรือไม่, จ้าวเฟยหลง"
สุ้มเสียงของหลินซูเหยาเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ทว่ากังวานก้องกังสดาล ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในโถงทางเข้าซากโบราณสถาน นัยน์ตาคู่คมดุจกระบี่เปลือยฝักของจ้าวเฟยหลงกวาดมองแผ่นศิลาโบราณที่สลักลวดลายอักขระโบราณนับหมื่นตัว ซึ่งบัดนี้กำลังเรืองแสงสีครามจางๆ ราวกับลมหายใจของปีศาจพันปี
จ้าวเฟยหลงมิได้หันกลับไปมองนาง ทว่าริมฝีปากหยักลึกกลับแย้มยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตานตันหมุนวนบีบรัดหัวใจจนเจ็บแปลบ ทว่าความเจ็บปวดนี้เทียบไม่ได้เลยกับรอยร้าวในความทรงจำที่ถูกแผ่นดินและกาลเวลาฝังกลบไว้
"วิถีกระบี่ของข้า..." จ้าวเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวานลึก "ไม่เคยขึ้นอยู่กับฟ้าดิน หรือสำนักทรยศพวกนั้น... มันอยู่ตรงนี้ บนคมกระบี่ที่อาบย้อมด้วยเลือดของศัตรู และ... ในหัวใจที่เจ้ากำลังเฝ้ามองอยู่นี้ต่างหาก, ซูเหยา"
คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้ร่างระหงของนางเซียนแห่งสำนักหิมะโปรยสะท้านเฮือก หลินซูเหยานิ่งงันไปชั่วขณะ นางปรายตามองแผ่นหลังกว้างที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายสังหารอันเข้มข้นของผู้ฝึกยุทธ์สายมาร-ธรรมะครึ่งๆ กลางๆ ผู้นี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งตีรวนขึ้นมาในอก นางผู้ซึ่งตัดขาดจากโลกีย์วิสัย บำเพ็ญเพียรจนหัวใจด้านชาดั่งน้ำแข็งพันปี ไฉนเลยจึงหวั่นไหวเพียงเพราะถ้อยคำอวดดีของบุรุษผู้บ้าบิ่นผู้นี้ได้
"เจ้ามันคนเย่อหยิ่งจองหอง..." หลินซูเหยาเค้นเสียงลอดไรฟัน พลางสะบัดชายแขนเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ ปราณเย็นเยือกแผ่ซ่านออกไปจนหยาดน้ำค้างบนผนังหินกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "อย่าคิดว่าข้าตกลงร่วมมือกับเจ้าเพื่อไขความลับในอดีต แล้วเจ้าจะถือสิทธิ์ล่วงเกินวาจาต่อหน้าข้าได้"
"ข้าหาได้ล่วงเกิน... ข้าเพียงพูดความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งจิตใจของเจ้าต่างหากเล่า" จ้าวเฟยหลงหันกลับมาฉับพลัน นัยน์ตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ประกายไฟแห่งความดุดันและกระแสความเร้นลับพวยพุ่งชนกันกลางอากาศจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ ของคลื่นพลัง
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง คือ "หอคอยบรรพกาล" สถาปัตยกรรมลึกลับที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ตัวหอคอยสร้างจากหินนิลกาลที่ไม่สะท้อนแสงใดๆ รอบฐานหอคอยถูกล้อมรอบด้วยค่ายกลอักขระโลหิตที่แห้งกรังมาเนิ่นนานนับหมื่นปี กลิ่นอายของความตายและกลิ่นอายบรรพกาลโชยตลบอบอวลจนแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณหากเข้ามาใกล้ ก็อาจถูกจิตสังหารกดดันจนลมปราณแตกซ่านได้ในชั่วพริบตา
"ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำนักกระบี่เมฆาของข้าถูกล้างบาง... และเป็นสถานที่เดียวที่จะให้คำตอบว่า เหตุใดผู้เฒ่าสูงสุดจึงทรยศศิษย์ในสายเลือดเดียวกัน" จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยแววตาดุดัน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงความแค้นสุมอกที่รอวันชำระ
"ส่วนสำนักหิมะโปรยของข้า... ก็มีความลับเรื่องคัมภีร์บรรพกาลที่สูญหายไปเมื่อสามร้อยปีก่อนเชื่อมโยงกับหอคอยแห่งนี้เช่นกัน" หลินซูเหยาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ประชิดร่างของจ้าวเฟยหลงจนกลิ่นหอมเย็นราวดอกเหมันต์ปะปนกับกลิ่นอายโลหิตของบุรุษหนุ่ม นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดั่งหงส์มองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเขา "จ้าวเฟยหลง... หากก้าวเข้าไปแล้วพบเจอแต่ความตาย เจ้ายังจะดึงดันก้าวเดินเคียงข้างข้าไปจนสุดทางหรือไม่?"
คำถามนี้มิใช่เพียงการทดสอบความกล้าหาญ หากแต่เป็นการเดิมพันด้วยจิตวิญญาณ
จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวอกของบุรุษผู้ทะนงตนก้องกังวานท้าทายความมืดมิดเบื้องหน้า "ความตายหรือ? ต่อให้ยมโลกเบื้องล่างเปิดอ้าปากรอรับข้า หากวันนี้นรกเบื้องล่างไม่มอบความจริงให้ข้า... ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้ผ่ามันออกเป็นสองซีกเสีย!"
สิ้นเสียงคำรามทุ้มต่ำ จ้าวเฟยหลงพลันสะบัดมือขวา กระบี่ไร้ลักษณ์หลุดออกจากฝักด้วยเสียงกรีดร้องแหลมสูงราวกับพญาอินทรีคำราม ฝ่ามือหนากระชับด้ามกระบี่มั่น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกเป็นวงกว้าง แผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาอัคคีสีครามที่แหวกม่านเมฆหมอกทมิฬจนกระจาย
หลินซูเหยาไม่รอช้า นางยกมือเรียวงามขึ้นวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ ผลึกน้ำแข็งนับพันชิ้นก่อตัวเป็นกระบี่น้ำแข็งโปร่งแสงลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือศีรษะ ปราณเซียนบริสุทธิ์ผสานเข้ากับปราณกระบี่มารของจ้าวเฟยหลงอย่างน่าอัศจรรย์ แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกไปจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกร้าวเป็นทางยาว
"เปิดทาง!"
ทั้งสองประสานเสียงคำรามพร้อมกัน ร่างเงาทั้งสองพุ่งทะยานเข้าสู่ประตูหอคอยบรรพกาลราวกับสายฟ้าแลบ ท่ามกลางกระแสลมวนอันบ้าคลั่งที่พร้อมจะฉีกกระชากพวกเขากลายเป็นจุล
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายเท้าของจ้าวเฟยหลงสัมผัสกับธรณีประตูหอคอยชั้นแรกนั้นเอง อักขระโลหิตรอบตัวหอคอยทั้งหมดก็พลันสว่างวาบขึ้นเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิตสดๆ เสียงหัวเราะเยือกเย็นแหบพร่าราวกับเสียงของภูตผีจากขุมนรกก็ดังสะท้อนก้องกังวานออกมาจากความมืดมิดภายในหอคอย
*ครืนนนนน—!*
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าทรุดฮวบลงอย่างกะทันหัน พร้อมๆ กับเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งทะยานออกมาจากความมืดอย่างไร้สุ้มเสียง ปลายกระบี่สีดำสนิทพุ่งตรงเข้าเสียบทะลุกรอบอกของจ้าวเฟยหลงจากด้านหลังอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน!
"ระวัง!" หลินซูเหยาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก...
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 6 "มุ่งสู่หอคอยบรรพกาล" นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 6
มุ่งสู่หอคอยบรรพกาล
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!