หยาดโลหิตสีแดงฉานหยดลงกระทบพื้นศิลาขาวราวดอกเหมยที่เบ่งบานกลางฤดูหนาว... เสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของจ้าวเฟยหลงสะท้อนก้องในศาลาแปดเหลี่ยม ภายใต้แสงจันทร์เพ็ญที่สาดส่องลงมาดั่งม่านเงินอันเย็นเยียบ
"นึกไม่ถึงเลยว่า... ยอดฝีมือแห่งวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ จะต้องมาจบชีวิตลงเพราะความรักที่โง่เขลาเช่นนี้..."
วาจานั้นไม่ได้มาจากปากของศัตรู หากแต่เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนตัดพ้อของหลินซูเหยา นางเซียนผู้สูงศักดิ์แห่งสำนักหิมะโปรย อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและละอองฝนแห่งรัตติกาล แววตาคู่คมที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับไหวระริกราวกับผิวน้ำในคืนพายุ
จ้าวเฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองบาดแผลฉกรรจ์บนหัวไหล่ของตนเอง คมกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือยังคงส่งเสียงร่ำไห้เบาๆ คล้ายพญาอินทรีที่บาดเจ็บ เขายกมุมปากขึ้นยิ้มหยันให้กับโชคชะตา รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทระงตน สมกับเป็นมือสังหารผู้ไม่เคยคุกเข่าให้ผู้ใด แม้กระทั่งเบื้องหน้าความตาย
"ความรักหรือ..." เฟยหลงทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแต่ทรงพลังยิ่ง "ซูเหยา... เจ้าคิดว่าข้าเลือกเดินบนเส้นทางสายโลหิตนี้เพราะความโง่เขลาอย่างนั้นรึ? ผิดแล้ว... ทุกคราที่กระบี่เล่มนี้ชักออกจากฝัก ทุกชีวิตที่ดับสูญภายใต้เงาจันทร์ ล้วนเป็นราคาที่ข้าต้องจ่ายเพื่อซื้อ 'ความจริง' ที่สำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์ปกปิดไว้ด้วยคุณธรรมจอมปลอม!"
หลินซูเหยาผงถอยหลังไปครึ่งก้าว ร่างอรชรสะท้านเยือก หัวใจของนางกระตุกวูบ ภาพจำในอดีตเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาในห้วงความคิด วันที่สำนักใหญ่ทั้งห้าผนึกกำลังกันกวาดล้างตระกูลจ้าว วันที่หยาดโลหิตของบริวารนับร้อยหลั่งนองผืนปฐพี และวันนั้น... คือวันที่บุรุษผู้นี้สูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." นางเค้นเสียงถาม ความเย็นชาถูกทำลายลงจนสิ้นเหลือไว้เพียงความหวาดหวั่นลึกๆ ในทรวง
เฟยหลงเงยหน้าขึ้นสบตา นางเซียนผู้เยือกเย็น ปราณกระบี่ในกายวนเวียนปั่นป่วนจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน แต่แววตาของเขากลับแน่วแน่มั่นคงดั่งขุนเขา
"เจ้าอยากรู้ใช่หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงกลายเป็นมือสังหารเดนตายที่ชาวยุทธ์ต่างขนานนามว่า 'อสูรกระบี่ไร้เงา'?" เฟยหลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขื่นขมระคนสมเพช "เพราะในยุทธภพที่เน่าเฟะแห่งนี้ ความจริงเป็นสิ่งที่ไร้ค่ากว่าเศษดิน หากเจ้าไม่มีกระบี่ในมือ และหากเจ้าไม่ยอมเปื้อนเลือด มือที่สะอาดสะอ้านของสำนักคุณธรรมทั้งหลาย ก็พร้อมจะขยี้วิญญาณของเจ้าให้แหลกคาเท้า!"
บุรุษหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหงของนางทีละก้าว กลิ่นอายความตายและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมยหลงจู๊ดที่ติดตัวนาง หลินซูเหยากำกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่องอขาว นางอยากจะเบือนหน้าหนีความจริงอันโหดร้ายนี้ แต่สายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาของเฟยหลงกลับตรึงร่างนางไว้ราวกับถูกตรึงด้วยอาคม
"คืนนั้น... ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์ ซึ่งก็คืออาจารย์ผู้ประสาทวิชาให้ข้า เป็นคนลงมือวางยาพิษสังหารบิดามารดาของข้าด้วยมือตนเอง เพียงเพราะต้องการแย่งชิง 'คัมภีร์วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์' ฉบับสมบูรณ์!"
ราวกับมีอสุนิบาตฟาดลงกลางใจสำนักหิมะโปรย หลินซูเหยาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกักขังอยู่ในลำคอ นางรู้ดีว่าสำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเสาหลักแห่งยุทธภพฝ่ายธรรมะ แต่นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าเบื้องหลังความยิ่งใหญ่นั้น จะซุกซ่อนความโสมมและอำมหิตถึงเพียงนี้
"อาจารย์... ผู้มีพระคุณที่ข้าเคารพรักดั่งบิดาบังเกิดเกล้า..." เฟยหลงแค่นยิ้มหยัน หยาดน้ำตาผสมกับโลหิตไหลอาบแก้มสาก "เขาบอกข้าว่าพวกท่านถูกโจรชั่วจากแดนไกลสังหาร แต่กระบี่ที่ปักอยู่กลางอกมารดาข้า... คือกระบี่ประจำสำนักที่สลักลายเมฆาพยัคฆ์ไว้อย่างเด่นชัด! เจ้าคิดว่า... หากข้าไม่เลือกเป็นมือสังหาร ไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยคราบเลือดและหยาดน้ำตา ข้าจะหาญกล้าทวงความยุติธรรมให้วิญญาณคนในตระกูลได้อย่างไร!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมศาลาแปดเหลี่ยมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายลมยามราตรีที่พัดพาเอาเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมบ่าของคนทั้งสอง ราวกับสวรรค์กำลังพยานคำสารภาพอันน่าสะพรึงกลัวนี้
หลินซูเหยารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำเติม หัวใจของนางบีบรัดจนเจ็บแปลบ นางมองบุรุษตรงหน้า—จอมยุทธ์ผู้เคยเย่อหยิ่ง ทะนงตน และไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด บัดนี้กลับยืนหยัดอยู่ท่ามกลางบาดแผลนับร้อย เพียงเพื่อแบกรับความแค้นอันหนักอึ้งไว้บนบ่าลำพังตลอดห้าปีที่ผ่านมา
ความเย็นชาที่นางใช้เป็นเกราะคุ้มกันจิตใจมาตลอดพังทลายลงในพริบตา น้ำตาอุ่นร้อนหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่สวยกระทบลงบนหลังมือของเฟยหลง
"เฟยหลง... เหตุใด... เจ้าจึงไม่เคยบอกข้า..." น้ำเสียงของนางสั่นพร่า ไร้ซึ่งความสง่างามของเจ้าสำนักหิมะโปรย เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งที่หัวใจกำลังแตกสลายไปพร้อมกับชายที่นางรัก
เฟยหลงเอื้อมมือที่เปื้อนเลือดออกไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างยิ่งยวด ราวกับขัดแย้งกับฉายามือสังหารเลือดเย็นที่ผู้คนหวาดกลัว
"เพราะข้าไม่อยากดึงเจ้าลงมาแปดเปื้อนในขุมนรกนี้อย่างไรเล่า... ซูเหยา" เฟยหลงกระซิบแผ่วเบา ลมหายใจเริ่มติดขัด พิษร้ายจากสำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์ที่แฝงมากับบาดแผลเริ่มกัดกินเส้นชีพจรหัวใจของเขาแล้ว
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหลอมรวมดวงใจของทั้งสองดวงเข้าด้วยกัน ทันใดนั้นเอง...
*ฉัก!*
เงาดำสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศยามราตรีด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่อาบยาพิษสีเขียวมรกตพุ่งตรงเข้าเสียบทะลุแผ่นหลังของจ้าวเฟยหลงจากด้านหลังอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
หลินซูเหยาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวระเบิดออกจากลำคอของนาง "บังAAN!"
ก่อนที่นางจะทันได้ชักกระบี่ออกมารับมือ เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องนอกศาลา พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างในชุดคลุมสีเทาที่แผ่รังสีสังหารน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผู้ใด
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพรักอันน่าประทับใจเสียจริง จ้าวเฟยหลง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าความลับเรื่องสำนักของพวกเรา จะถูกเปิดเผยออกไปได้ง่ายดายเช่นนี้?"
เฟยหลงกระอักโลหิตคำโตออกมาอีกครา ร่างกายเซถลาไปข้างหน้า ทว่าเขากลับคว้าข้อมือของหลินซูเหยาไว้แน่น ดวงตาคมกริบฉายประกายเด็ดเดี่ยวราวกับตัดสินใจครั้งสุดท้ายในชีวิต
"ซูเหยา... หนีไป... ผู้อาวุโส... มันมาแล้ว..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 8
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!