กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 14

ผ่านด่านเมืองร้าง

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายความตายคละคลุ้งหนาแน่นกว่ากลิ่นอายของฝุ่นผงในเมืองร้างแห่งนี้ เสาเรือนไม้สักที่เคยผุพังตามกาลเวลา บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิตที่ยังไม่แห้งสนิท จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งสงบอยู่บนหลังคาคานประทุนของหอคอยร้าง ปลายเท้าของเขาสัมผัสเพียงกระเบื้องมุงหลังคาที่ผุกร่อนแต่มิได้สร้างเสียงแม้แต่น้อย ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับกลืนหายไปกับความมืดมิดของราตรี แววตาของเขาคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งผ่านการลับคมจากหินผา ความทะนงตนแผ่ซ่านออกมาจากลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ ราวกับทั่วทั้งปฐพีนี้ไม่มีสิ่งใดคู่ควรแก่การก้มหัวให้ เบื้องล่างของพวกเขาคือซากปรักหักพังของเมืองการค้าที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้กลับกลายเป็นสุสานไร้หลุมศพ ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว เงาดำนับสิบร่างกำลังเคลื่อนไหวราวกับภูตผี พวกมันคือ "กลุ่มโจรเงา" ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการลอบสังหารและใช้อาวุธอาบพิษสลายวิญญาณ "พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้สามลมหายใจ" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านข้าง หลินซูเหยา เจ้าสำนักหิมะโปรย นางก้าวเท้าลงมาเคียงข้างเขาอย่างแผ่วเบา ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันสกปรกโสมมรอบกายราวกับดอกบัวขาวที่ผุดขึ้นจากโคลนตม ใบหน้างดงามล้ำเลิศไร้ที่ติกลับเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่สวยที่ทอดมองไปยังเบื้องล่าง "ช้าหรือเร็ว หาได้มีความแตกต่างไม่ สำหรับคนตายแล้ว ทุกก้าวล้วนเดินไปสู่จุดหมายเดียวกัน" จ้าวเฟยหลงกล่าวตอบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ มือขวาของเขาวางอยู่บนด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอว *ฉับพลัน!* ประกายแสงสีเขียวมรกตวาบขึ้นจากความมืด ลูกดอกอาบพิษนับร้อยดอกแหวกอากาศพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายของคนทั้งสองจากทุกทิศทุกทาง เสียงแหวกอากาศดังหวีดหิวบาดแก้วหู ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณร้ายในขุมนรก หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะขยับตัว ปลายเรียวนิ้วขาวผ่องสะบัดเบาๆ ปราณเย็นเยือกขอบเขตหิมะโปรยแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างในพริบตา ละอองไอน้ำในอากาศกลายสภาพเป็นเกล็ดน้ำแข็งคมกริบนับหมื่นชิ้น ปะทะเข้ากับลูกดอกพิษกลางอากาศจนร่วงหล่นกราวลงสู่พื้นดิน เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว พื้นเบื้องล่างถูกเคลือบด้วยชั้นน้ำแข็งหนาทึบในเวลาเพียงชั่วลมหายใจ "วิชาหิมะโปรยเก้าชั้นฟ้าของเจ้า พัฒนาขึ้นอีกขั้นแล้วกระมัง" จ้าวเฟยหลงเหลือบสายตามองนางเพียงเล็กน้อย ริมฝีปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่แม้จะเจือความเย้ยหยันต่อศัตรู แต่นัยน์ตากลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่มอบให้แก่สตรีตรงหน้าเพียงผู้เดียว "หากข้าไม่รุดหน้า เกรงว่าจะตามหลัง 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ของท่านจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา" หลินซูเหยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มุมปากของนางกลับยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนทิวทัศน์รอบกายคล้ายกับสว่างไสวขึ้นมาทันตา *เปรี้ยง!* ไม่ทันที่บทสนทนาจะจบลง พื้นดินเบื้องล่างก็ระเบิดออก เศษอิฐหินกระเด็นว่อน ร่างของบุรุษร่างยักษ์ผู้หนึ่งทะยานขึ้นมากลางอากาศ เขาคือหัวหน้ากลุ่มโจรเงา นามว่า "อัคคีทมิฬ" ในมือถือค้อนเหล็กยักษ์หนักนับพันชั่ง เคลือบด้วยปราณโลหิตสีแดงฉาน แผ่กลิ่นอายกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ "ฮ่าๆๆ! จ้าวเฟยหลง! หลินซูเหยา! พวกเจ้าคิดว่าจะรอดออกไปจากเมืองร้างแห่งนี้ได้เช่นนั้นหรือ? ที่นี่คือหลุมฝังศพที่พวกเราเตรียมไว้ต้อนรับพวกเจ้าโดยเฉพาะ!" เสียงคำรามของอัคคีทมิฬสั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศ แรงกดดันจากปราณโลหิตแผ่พุ่งจนอากาศบิดเบี้ยว จ้าวเฟยหลงแค่นเสียงหึในลำคอ ดวงตาคมกลา บหี่ลงเล็กน้อย ความทะนงตนพวยพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด "หอคอยรกร้าง... เหมาะจะเป็นสุสานของพวกมดปลวกเช่นพวกเจ้าเสียจริง" ร่างของจ้าวเฟยหลงหายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภาพลวงตา วิชาตัวเบา "ย่างก้าวเงาจันทร์" ถูกใช้ออกถึงขีดสุด ไม่หลงเหลือแม้แต่ร่องรอยของลมปราณ อัคคีทมิฬเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ค้อนเหล็กยักษ์ในมือเหวี่ยงออกอย่างไร้ทิศทางเพื่อป้องกันตัว แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว *ฉับ!* เสียงเนื้อถูกตัดขาดดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงลมพายุ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะลวงผ่านความมืดอย่างไร้ร่องรอย รวดเร็วจนตาเปล่าไม่อาจมองทัน ไม่มีประกายแสง ไม่มีเสียงคำราม มีเพียงความตายที่มาเยือนอย่างไร้สุ้มเสียง ร่างยักษ์ของอัคคีทมิฬแข็งค้างกลางอากาศ ค้อนเหล็กในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเบื้องล่างเสียงดังสนั่น ก่อนที่ลำคอของมันจะปรากฏรอยแดงบางๆ เส้นหนึ่ง และในวินาทีต่อมา ศีรษะของมันก็หลุดลอยออกจากบ่า โลหิตพุ่งทะลักราวน้ำพุ สะท้อนแสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมาพพอดี กลุ่มโจรเงาที่เหลือต่างหน้าถอดสี ถอยร่นกรูดด้วยความหวาดกลัวขีดสุด ผู้นำของพวกมันซึ่งอยู่ในขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ กลับถูกสังหารได้ภายในกระบวนท่าเดียว! พวกมันไม่เคยพบเจอกับความตายที่เด็ดขาดและไร้ความปรานีเช่นนี้มาก่อน "ฆ่ามัน! ล้างแค้นให้ท่านหัวหน้า!" โจรเงาคนหนึ่งแผדเสียงตะโกนสุดชีวิตเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ พร้อมกับที่โจรที่เหลือพุ่งทะยานเข้าใส่คนทั้งสองราวกับฝูงหมาป่าคลุ้มคลั่ง หลินซูเหยาปรายตามองฝูงโจรที่ดาหน้าเข้ามาด้วยแววตาไร้ความรู้สึก นางยกมือขึ้นวาดออกไปเบื้องหน้า ดัชนีเหมันต์ถูกดีดออกนับร้อยสาย ปราณเย็นเยือกแช่แข็งร่างของโจรกลุ่มแรกจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในพริบตา ก่อนที่ร่างเหล่านั้นจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงปลิวไปตามสายลม การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เลือดนองท่วมพื้นเมืองร้าง แต่ละกระบวนท่าของจ้าวเฟยหลงและหลินซูเหยาล้วนงดงามราวกับงานศิลปะแห่งความตาย ไร้ความลังเล ไร้ความปรานี มีเพียงวิถีแห่งยุทธภพที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นคือผู้กุมชะตากรรม ผ่านไปชั่วก้านธูป เสียงกรีดร้องทั้งหมดก็เงียบสงบลง เหลือเพียงซากศพเกลื่อนกลาดและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง จ้าวเฟยหลงยืนสงบนิ่งอยู่กลางกองเลือด เสื้อผ้าสีดำสนิทไม่มีรอยเปื้อนแม้แต่น้อย เขากำลังจะสะบัดคราบโลหิตออกจากคมกระบี่เพื่อเก็บเข้าฝัก *ครืนนน...* ฉับพลัน ท้องน้ายามราตรีที่เคยกระจ่างใสกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำทมิฬหนาทึบในพริบตา สายฟ้าสีม่วงเข้มคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายกดดันระดับทัณฑ์สวรรค์แผ่พุ่งกดทับลงมาบนเมืองร้างจนกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ จ้าวเฟยหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยแววตาฉงน ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเขาต้องสะดุด มิใช่สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เบื้องบน แต่เป็นเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากด้านหลัง... จากซากวิหารร้างที่ควรจะไร้ผู้คนมานับร้อยปี "ไม่นึกเลยว่า... ทายาทคนสุดท้ายของสำนักกระบี่สวรรค์ จะยังหลงเหลือรอดมาถึงยุคนี้ได้" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังอำนาจดังก้องขึ้นในความเงียบ พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดของวิหาร พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนเร้นความลับสะเทือนยุทธภพเอาไว้! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%