กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 13

ออกเดินทางสู่ทิศอุดร

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายโลหิตจางๆ ยังคงคละคลุ้งอยู่บนคมกระบี่ไร้ลักษณ์ แม้ศึกนองเลือดที่ผาหมื่นศิลาจะผ่านพ้นมาได้สามวันแล้วก็ตาม จ้าวเฟยหลงไม่เคยใส่ใจกับคราบเลือดเก่า เขาเพียงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวดีดสะเก็ดโลหิตหยดสุดท้ายออกจากตัวกระบี่ เสียง *ติง* ใสราวกระดิ่งเงินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงร้างในยามวิกาล เบื้องหน้าของเขาคือแผนที่หนังมนุษย์ที่แผ่หลาอยู่บนโต๊ะหินอัคนี รอยหมึกสีชาดลากยาวจากที่ราบสูงแดนใต้ทะยานตรงขึ้นสู่ทิศอุดร—ดินแดนแห่งความหนาวเหน็บ นิรันดร์ และความตาย "เจ้ามั่นใจหรือว่า 'ตราประทับแห่งเทพ' จะซ่อนอยู่ ณ ดินแดนรกร้างไร้ผู้คนเช่นนั้น?" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลราวกับเสียงระฆังหยกดังขึ้นจากมุมมืด หลินซูเหยา เจ้าสำนักหิมะโปรย ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของเสาหิน นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์ อาการบาดเจ็บภายในจากค่ายกลมารโลหิตเมื่อคราวก่อนหายดีเกือบหมดสิ้นแล้ว ทว่าใบหน้ารูปไข่ยังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี มีเพียงนัยน์ตาคู่คมที่ทอดมองบุรุษเบื้องหน้าเท่านั้น ที่ฉายแววความอ่อนโยนซึ่งนางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดในยุทธภพได้เห็น จ้าวเฟยหลงไม่หันกลับไปมอง เขายังคงจ้องมองรอยหมึกสีชาดบนแผนที่ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย่อหยิ่ง "ดินแดนที่มนุษย์ไม่กล้าแม้แต่จะเหยียบย่าง คือสถานที่ที่เหล่าทวยเทพและปีศาจซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเอาไว้เสมอ ซูเหยา... เจ้ากลัวความหนาวเหน็บของทิศอุดรหรือ?" หลินซูเหยาแค่นเสียงเบาๆ ในลำคอ ร่างระหงก้าวเข้าไปประชิดด้านหลังของเขา กลิ่นอายความเย็นบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูโชยปะทะนาสิกของจ้าวเฟยหลง นางยื่นมือเรียวขาวราวหยกไปแตะที่ขอบแผนที่แผ่วเบา ปลายเล็บของนางเคลือบไว้ด้วยปราณเหมันต์จนทำให้อุณหภูมิรอบกายลดฮวบทันที "ข้าเติบโตมาท่ามกลางหิมะโปรยปราย ความหนาวเหน็บไม่เคยคร่าชีวิตข้าได้ มีแต่คมกระบี่ของผู้ที่ทะนงตนเกินไปเท่านั้น..." นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ต้นคอของเขา "ที่อาจทำให้ข้าต้องกังวล" จ้าวเฟยหลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของมือสังหารผู้ทรนงในวิถีกระบี่เต็มไปด้วยความท้าทาย เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วจนชายผ้าคลุมสะบัดเป็นวงกว้าง มือหนาคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงลมหายใจกั้น "ถ้าเช่นนั้น... การเดินทางสู่ทิศอุดรครั้งนี้ ข้าคงต้องฝากชีวิตไว้กับเจ้าสำนักหลินผู้เย็นชาเสียแล้ว" สายตาของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน มันคือความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นจากคราบเลือดและความตาย สองวิญญาณที่ถูกยุทธภพทอดทิ้ง บัดนี้กลับเลือกที่จะเดินสวนทางกับลิขิตฟ้าดินร่วมกัน เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ชายแดนรอยต่อระหว่างแดนกลางและแดนเหนือ ลมหนาวพัดโหมกระหน่ำราวกับคมมีดนับพันเล่มกรีดเฉือนผิวเนื้อ ม้าศึกพันธุ์ดีสองตัวหยุดยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดเนินสูง จ้าวเฟยหลงในชุดคลุมสีดำสนิทและหลินซูเหยาในอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ควบม้าเคียงคู่กัน เบื้องหน้าคือทางแยกที่นำไปสู่หุบเขาหมอกทมิฬ ด่านแรกก่อนเข้าสู่เขตแดนทิศอุดร ทว่า บรรยากาศโดยรอบกลับผิดปกติ ไร้ซึ่งเสียงนกร้อง ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิต มีเพียงกลิ่นอายปราณสังหารที่กดทับลงมาจากฟากฟ้า *ฉับ!* ประกายกระบี่สีเงินยวงวาบขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ที่มา จ้าวเฟยหลงตวัดกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝักด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ปลายกระบี่เข้าปะทะกับบางสิ่งจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วบริเวณ เสียงโลหิตกระเซ็นและร่างของเงาดำร่างหนึ่งร่วงหล่นจากยอดไม้กระแทกพื้นเสียงดังสนั่น "ระวังตัวด้วย มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอต้อนรับเราเร็วกว่าที่คิด" จ้าวเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบทิศทางที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ เงาดำนับสิบสายค่อยๆ ก้าวออกมาจากม่านหมอก พวกมันสวมชุดเกราะหนังสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรน่าเกลียดน่ากลัว แววตาของพวกมันไร้ซึ่งความรู้สึก มีเพียงจิตสังหารที่พุ่งพล่านราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ สัญลักษณ์บนอกเสื้อของพวกมันคือรูป 'งูสวรรค์กลืนจันทร์' —สัญลักษณ์ของสำนักมารโลหิตที่ควรจะถูกทำลายไปจนหมดสิ้นแล้วจากศึกที่ผ่านมา หลินซูเหยาหรี่ตาลง ปราณเหมันต์ในร่างเริ่มหมุนวนจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายรอบกาย นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "ดูเหมือนว่า... ข่าวเรื่องที่เราจะออกเดินทางค้นหาตราประทับแห่งเทพ จะรั่วไหลออกไปตั้งแต่เรายังไม่ออกจากสำนักหิมะโปรยเสียแล้ว" จ้าวเฟยหลงแสยะยิ้ม รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างจนม้าศึกใต้ร่างยังต้องถอยหลังด้วยความหวาดกลัว เขาตวัดกระบี่ในมือทำมุมองศาที่สมบูรณ์แบบ แววตาคมปลาบจับจ้องไปยังหัวหน้ากลุ่มมือสังหารที่ยืนอยู่บนโขดหินเบื้องหน้า "เช่นนั้นก็ดี... ข้ากำลังเบื่อหน่ายกับการเดินทางไกลอยู่พอดี หัวของพวกมันคงพอจะใช้เป็นเครื่องสังเวยเปิดทางสู่ทิศอุดรได้เป็นอย่างดี" สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว จ้าวเฟยหลงทะยานร่างออกจากหลังม้าพุ่งเข้าหาฝูงมือสังหารมารโลหิตดั่งสายฟ้าแลบ ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะปะทะเข้ากับร่างของศัตรูเบื้องหน้า พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากมิติเบื้องบน—เสียงที่จ้าวเฟยหลงจำได้แม่นยำว่าเป็นของคนผู้หนึ่งที่ควรจะตายตกไปตามกันในกองเพลิงแห่งอดีต! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%