"คมกระบี่ที่แท้จริง หาใช่การสังหารชีวิตไม่... แต่คือการพิพากษาจิตวิญญาณของตนเองต่างหาก เจ้ากล้าพอที่จะก้าวข้ามผ่านเงาหัวใจของตนหรือไม่, จ้าวเฟยหลง"
สุ้มเสียงของหลินซูเหยากังวานก้องอยู่ภายในห้องโถงลับแห่งตำหนักหิมะโปรย บรรยากาศรอบกายหนתทึบและเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นบนขมับของจ้าวเฟยหลง แม้เขาจะเป็นมือสังหารผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่การเผชิญหน้ากับการทดสอบจิตใจในครั้งนี้ กลับสร้างความกดดันยิ่งกว่าการถือกระบี่เผชิญหน้ากับยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุทธภพเสียอีก
จ้าวเฟยหลงยังคงยืนนิ่งสงบ ดั่งหินผาที่ถูกแช่แข็ง ทว่าภายในอกกลับปั่นป่วนดั่งคลื่นพายุโหมกระหน่ำ ภาพอดีตอันเลวร้ายเมื่อครั้งถูกทรยศหักหลังโดยสำนักเดิมไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิด ความโลภ รอยยิ้มจอมปลอม และคมดาบที่เสียดแทงทะลุแผ่นหลังในคืนที่ฝนดาวตกพรั่งพรู ทุกสิ่งล้วนกรีดลึกซึ้งลงในรอยแผลเป็นทางจิตวิญญาณที่ไม่มีวันจางหาย
เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวโพลน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ภายในตัน田หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง สั่นสะเทือนจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น หากเขาปล่อยให้ความแค้นเข้าครอบงำ วิถีกระบี่ที่เพียรฝึกฝนมาตลอดชีวิตย่อมแปดเปื้อน และอาจทำให้เขาต้องกลายเป็นปีศาจกระบี่ที่ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะไปตลอดกาล
"เจ้ากลัวสิ่งใดกันแน่, เฟยหลง?"
หลินซูเหายาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว นางเซียนผู้สง่างามและเย็นชาดั่งเทพธิดาน้ำแข็ง ในยามนี้แววตาคู่นั้นกลับทอประกายความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็นอย่างมิดชิด นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวออกไปสัมผัสที่หลังมือของเขาเบาๆ ความเย็นยะเยือกจากปลายนางเซียนไหลซ่านเข้าสู่ร่างกาย ช่วยชำระล้างจิตใจที่กำลังร้อนรุ่มของเขาให้สงบลงชั่วขณะ
"ข้าไม่ได้กลัวความตาย..." จ้าวเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังความมืดเบื้องหน้า "แต่ข้ากลัวว่า... หากข้าชักกระบี่เล่มนี้ออกมาเพื่อล้างแค้น ข้าจะสูญเสียตัวตนที่แท้จริงไป จนกลายเป็นเพียงเครื่องมือสังหารที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ เช่นเดียวกับวันที่ข้าเคยเกลียดชัง"
หลินซูเหยาสะท้านเฮือกในใจ นางลึกซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ชายหนุ่มผู้นี้แบกรับไว้บนบ่า นางเคยคิดมาตลอดว่าเขาเป็นเพียงบุรุษผู้ทะนงตน เย่อหยิ่ง และหมกมุ่นอยู่กับการฆ่าฟัน แต่วันนี้นางได้ประจักษ์แล้วว่า ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งแกร่งนั้น กลับซ่อนหัวใจที่เปราะบางและโหยหาความสงบสุขเอาไว้ไม่ต่างจากนาง
"ถ้าเช่นนั้น... เจ้าก็จงใช้ 'ศัสตราที่ไร้คม' เถิด" หลินซูเหยากระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากของนางอยู่ใกล้ใบหูของเขาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันอบอุ่น "กระบี่ที่ไร้คม หาใช่กระบี่ที่ไร้พลัง... แต่คือกระบี่ที่ไม่อาจถูกทำลายได้ด้วยความแค้น ปล่อยวางความเกลียดชัง แล้วใช้หัวใจที่บริสุทธิ์นำทางกระบี่ของเจ้า"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของจ้าวเฟยหลง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เคยดุดันและกระหายเลือดพลันแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวล ทว่าทรงพลังยิ่งยวด เสียงคำรามดังก้องกังวานจากภายในห้วงจิตวิญญาณ ร่างกายของเขาลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศ พลังปราณทะลวงผ่านจุดชีพจรสำคัญทั้งเก้าสิบเก้าจุดอย่างราบรื่น ขอบเขตพลังยุทธ์ที่ติดขัดมาเนิ่นนานพลันทะยานขึ้นสู่ขั้นถัดไปในพริบตา!
ตู้มมม!
แรงระเบิดจากคลื่นพลังปราณแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ทำลายผนึกหินโบราณของตำหนักหิมะโปรยจนแหลกละเอียดเป็นจุล ละอองหิมะสีขาวโพลนโปรยปรายลงมาจากเพดานห้อง สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนราวกับเกล็ดเพชรระยิบระยับ
จ้าวเฟยหลงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายในดวงตาของเขาล้ำลึกดั่งห้วงจักรวาล ความโกรธแค้นในอดีตมลายหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงความสงบนิ่งและมั่นคงดั่งขุนเขา เขากำลังจะหันไปเอ่ยคำขอบคุณต่อหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ทว่าฉับพลันนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวกลับเยือกเย็นลงจนถึงขีดสุด ลมหายใจของพวกเขากลายเป็นไอสีขาว
เงาร่างสีดำสนิทนับสิบสายพุ่งทะยานผ่านม่านหิมะเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พร้อมกับกลิ่นอายพิษอันร้ายกาจที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ปลายกระบี่นับร้อยเล่มพุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพหลินซูเหยาในคราเดียว!
"ระวัง!" จ้าวเฟยหลงคำรามลั่น ร่างของเขาวับหายไปจากจุดเดิมพร้อมกับเสียงตวัดกระบี่ที่ดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 15
ศัสตราที่ไร้คม
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!