กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 16

สัมผัสแห่งเซียน

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นหิมะขาวโพลน ดุจดังหมู่มวลดอกเหมยที่เบ่งบานท่ามกลางเหมันตฤดูอันเหน็บหนาว "ระวัง!" จ้าวเฟยหลงคำรามลั่น ร่างของเขาวับหายไปจากจุดเดิมพร้อมกับเสียงตวัดกระบี่ที่ดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น ประกายกระบี่ไร้ลักษณ์กรีดผ่านความมืดมิดของถ้ำผาหิมะ รัศมีปราณกระบี่แผ่ซ่านดั่งคลื่นพายุหมุนเข้าบดขยี้เงาร่างของมือสังหารเงาเพลิงที่ลอบเร้นเข้ามาอย่างเหี้ยมเกรียม เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟแตกกระจายดุจพลุเพลิงกลางนภา ยุทธภพนี้ไม่เคยมีความปรานีให้แก่ผู้ที่อ่อนแอ เช่นเดียวกับวิถีกระบี่ของเขาที่ยึดถือความเฉียบขาดเป็นสรุปยอด จ้าวเฟยหลงยืนหยัดสง่างาม ปลายกระบี่ในมือยังมีหยดโลหิตไหลรินลงสู่พื้น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันกลับมามองสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง ความตึงเครียดจากคมศัตรูเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อเบื้องหน้าของเขาคือ หลินซูเหยา เจ้าสำนักหิมะโปรยผู้สูงส่ง เย็นชา และบริสุทธิ์ดั่งหยกขาวไร้มลทิน ทว่า ในยามนี้ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางกลับมีรอยฉีกขาดเล็กน้อยจากแรงปะทะ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าเนียนละเอียด ลมหายใจของนางหอบกระชั้นเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าพลังปราณหิมะโปรยภายในกายกำลังปั่นป่วนจากการฝืนโคจรวิชาเพื่อต้านทานเคล็ดพิษสายโลหิต "เจ้า... บาดเจ็บหรือไม่?" น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงทุบทำลายความเงียบลง แม้จะยังคงความเย่อหยิ่งทนงตนตามนิสัย แต่แววตาที่ทอดมองนางกลับซ่อนความห่วงใยไว้อย่างลึกซึ้ง หลินซูเหยาเม้มริมฝีปากแน่น นางเป็นถึงเจ้าสำนักผู้บรรลุวิชาขั้นสูง ผู้คนต่างก้มหัวให้ด้วยความยำเกรง ไฉนเลยจักต้องมาแสดงความอ่อนแอต่อหน้าบุรุษผู้หนึ่ง? ทว่า ความเจ็บปวดจากการตีกลับของลมปราณที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง ทำให้ขาทั้งสองข้างแทบจะทรุดลงกับพื้น จ้าวเฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในพริบตา มือหนาคว้าจับข้อแขนเรียวบางไว้อย่างมั่นคง ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะผิวกายที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งของนาง หลินซูเหยาตัวสะท้านเฮือก หัวใจที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง "ปล่อย..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา พยายามดึงมือกลับ แต่เรี่ยวแรงในยามนี้ช่างน้อยนิดเหลือเกิน "หากข้าปล่อย มือของเจ้าคงได้พิการเพราะลมปราณตีกลับเป็นแน่" จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาดึงร่างระหงเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมยประจำตัวนางผสมผสานกันในอากาศ "เจ้าสำนักหลิน ผู้คนต่างยกย่องว่าท่านคือเซียนผู้ไร้กسวาย ไฉนจึงยังดึงดันแบกรับความ책ทั้งหมดไว้ผู้เดียวเล่า?" ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่คมที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในฤดูหนาว บัดนี้กลับไหวระริกราวกับผืนน้ำที่ถูกก้อนหินโยนลงไป ความรู้สึกมากมายที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งหน้าที่และศีลธรรม ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย "เจ้าไม่เข้าใจหรอก..." ซูเหยาหลบสายตา ความรู้สึกผิดบาปและความปรารถนาอันลึกซึ้งกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในจิตใจ "วิถีแห่งสำนักหิมะโปรย... ห้ามมีความรัก ห้ามมีความอาลัยอาวรณ์ หากข้าแปดเปื้อนความรู้สึกทางโลก ข้าจะยังคู่ควรกับตำแหน่งนี้ได้อย่างไร?" จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวอกของบุรุษผู้ทะนงตนช่างเย่อหยิ่งและทรงพลัง "วิถีแห่งฟ้าดินยังมีความเปลี่ยนแปลง วิถีกระบี่ของข้ายังต้องทะลวงขีดจำกัด แล้วเหตุใดมนุษย์ตัวเล็กๆอย่างพวกเราจึงต้องเอาชีวิตไปผูกติดกับกฎเกณฑ์คร่ำครึที่ไร้เหตุผลเหล่านั้นด้วยเล่า?" เขายื่นมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนของนางสัมผัสอันแผ่วเบานั้นทำเอาหลินซูเหยาถึงกับสะท้านเยือก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความปรารถนาส่วนตัวที่นางพยายามกดขี่ข่มเหงมาตลอดหลายสิบปี บัดนี้ถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นจากหลับใหลด้วยปลายนิ้วของมือสังหารผู้เยียบเย็นผู้นี้ ซูเหยาหลับตาลงช้าๆ น้ำตารินไหลอาบแก้ม นานเท่าไหร่แล้วที่นางไม่ได้ร้องไห้? นานเท่าไหร่แล้วที่นางไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองเป็นเพียง "สตรี" คนหนึ่ง มิใช่ "เจ้าสำนัก" ที่ผู้คนหวาดกลัว? ความเงียบงันภายในถ้ำล้อมรอบคนทั้งสองไว้ ปราณกระบี่ภายนอกยังคงคำรามก้อง แต่ภายในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้ กลับมีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างแนบแน่น หลินซูเหยาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มือเรียวบางที่สั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสแผงอกกว้างของจ้าวเฟยหลง เป็นครั้งแรกที่นางเลือกที่จะทำตามเสียงหัวใจของตนเอง มิใช่เสียงของกฎเกณฑ์แห่งสำนัก "เฟยหลง..." เสียงเรียกชื่อของเขาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่มันกลับดังก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของชายหนุ่มยิ่งกว่าเสียงอสุนิบาต จ้าวเฟยหลงโน้มใบหน้าลงมา สายตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะประทับเข้าหากันอย่างนุ่มนวล ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาและไฟปรารถนาที่แผดเผา ท่ามกลางหิมะโปรยปรายที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ความหนาวเหน็บภายนอกไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความอบอุ่นของหัวใจสองดวงที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทว่า ในขณะที่ห้วงเวลาแห่งความสุขสมกำลังดำเนินไปถึงขีดสุด... *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปากทางเข้าถ้ำ ศิลาผาน้ำแข็งขนาดมหึมาพังทลายลงมาเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่แผ่พุ่งจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วสารทิศ "เจ้าสำนักหลิน... แอบมาเสพสุขอยู่กับสุนัขรับใช้ผู้นี้เองหรอกหรือ?" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังสะท้อนก้อง พร้อมกับกระบี่มารโลหิตที่ถูกชักออกจากฝักพุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพคนทั้งคู่ในกระบวนท่าเดียว! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหนทางยุทธภพอันยาวนานนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%