รัศมีกระบี่มารโลหิตฉวัดเฉียวกวาดผ่านความมืดมิดดั่งอสนีบาตสายหนึ่ง ประกายแสงสีแดงฉานอาบย้อมผนังห้องโถงลับจนกลายเป็นสีโลหิตสด จ้าวเฟยหลงไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหลัง นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทมิฬหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเสี้ยว นอกจากการสะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อดีดตัวหลบวิถีคมกระบี่ที่พุ่งตรงมายังจุดตายแล้ว ความเยือกเย็นบนใบหน้าของเขายังคงไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย
"ช้าไป..."
เสียงทุ้มต่ำหลุดจากลำคอของจ้าวเฟยหลง ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตเบื้องล่าง ทันใดนั้น เงาร่างของหลินซูเหยาผู้เป็นถึงเจ้าสำนักหิมะโปรยก็เคลื่อนไหว นางหาได้รอให้บุรุษผู้นี้ต้องออกกระบี่ลำพังไม่ ปราณเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปีระเบิดออกจากร่างเพรียวระหง ไอสีขาวบริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนหยดน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นกราวรูด นางสะบัดแขนเสื้อเพียงคราเดียว แผ่นน้ำแข็งโปร่งแสงนับร้อยก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศราวกับกำแพงแก้วสกัดกั้นคมกระบี่มารโลหิตเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
*เปร้ง! เปร้ง! เปร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะกันของลมปราณหยินอันบริสุทธิ์และโลหิตมารพุ่งกระจายไปทั่วทิศทาง แรงกดดันมหาศาลทำให้เสาไม้หอมจันทน์ภายในห้องโถงสั่นสะท้อน เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้ลอบโจมตีดังขึ้นจากมุมมืด ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้ามิดชิดปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนมุมปาก
"ฮ่าๆๆๆ... ยอดเยี่ยม สมกับที่เป็นเจ้าสำนักหิมะโปรยและมือกระบี่ผู้ทรยศแห่งสำนักกระบี่เมฆา! คิดไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะแอบมาสุมหัวกันอยู่ในที่อัปמงคลเช่นนี้ เพื่อสืบหาความลับของ 'หอคอยทับทิมโลหิต' สินะ?"
เงาร่างนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายเสียดสีกัน จ้าวเฟยหลงหรี่ตามองคนผู้นี้อย่างพินิจพิเคราะห์ เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคย—กลิ่นอายของพิษแมงป่องหิมะเก้าสวรรค์ พิษชนิดนี้มีเพียงผู้อาวุโสระดับสูงในพรรคฝ่ายอธรรมหรือคนในสำนักใหญ่บางแห่งเท่านั้นที่ครอบครองได้ การที่มันจงใจนำทางพวกเขามายังห้องโถงลับแห่งนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่มันคือ "การจัดฉาก" เพื่อปิดปากและโยนความผิด
หลินซูเหยาใบหน้าเย็นชาดั่งน้ำแข็งแกะสลัก ดวงตางามเปล่งประกายสังหารอันรุนแรง นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึกถึงจิตวิญญาณ "เจ้าเป็นใคร? และใครเป็นผู้บงการให้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วุ่นวายในยุทธภพช่วงสามเดือนมานี้?"
ผู้ลอบโจมตีแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน "อยากรู้หรือ? ไปถามพญายมเอาเองเถอะ!"
สิ้นเสียง ประกายกระบี่มารโลหิตก็พุ่งทะยานเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นกระบวนท่า "พันอสูรคร่าวิญญาณ" เงากระบี่นับร้อยสายพาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิวบาดแก้วหู จ้าวเฟยหลงขยับตัว เขาไม่แม้แต่จะชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝัก อาศัยเพียงฝักกระบี่ไม้เก่าคร่ำคร่าตวัดปัดป้องอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าเรียบง่าย ไร้ซึ่งกระบวนท่าที่ซับซ้อน ทว่ากลับกุมจุดอ่อนของวิชามารโลหิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับเขารู้จักเคล็ดวิชานี้ดีเสียยิ่งกว่าผู้ใช้มันเสียอีก
*ตูม!*
แรงปะทะทำให้หลังคารั่วทะลายลงมา แสงจันทร์สาดส่องลงกระทบพื้นห้องเผยให้เห็นร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือด หลินซูเหยาฉวยโอกาสนี้สะบัดดัชนีน้ำแข็งพุ่งตรงไปยังจุดชีพจรหลักของมือลอบสังหารผู้นั้น หมายจะจับเป็นเพื่อเค้นความลับ ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวงามกำลังจะสัมผัสโดนเป้าหมาย ร่างของมือลอบสังหารกลับกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เลือดสีดำข้นคลั่กพุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด
"ฮรึ่ม... คิดว่าข้าจะยอมแพ้ให้พวกเจ้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีหรือ..." มันเค้นเสียงหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะสลายกลายเป็นควันพิษสีม่วงเข้มพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา
จ้าวเฟยหลงรีบดึงหลินซูเหยาถอยหลังไปสามก้าว พร้อมกับใช้พลังปราณภายในสกัดกั้นควันพิษมิให้ลุกลาม "อย่าสูดดมเข้าไป นั่นคือพิษสลายวิญญาณขั้นสูงสุด มันยอมฆ่าตัวตายเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด"
หลินซูเหยาขมวดคิ้วมุ่นเป็นปม ความเย็นชาบนใบหน้านางถูกแทนที่ด้วยความกังวลระคนเคร่งเครียด นางมองไปยังเศษซากควันพิษที่ค่อยๆ จางหายไปในความมืด ก่อนจะหันมาสบตากับจ้าวเฟยหลง "เหตุการณ์นี้ซับซ้อนกว่าที่เราคาดคิดนัก การที่มันรู้ว่าเรากำลังตามหาเบาะแสเรื่องผู้อยู่เบื้องหลัง แสดงว่าในสำนักของเรา... หรือแม้แต่ในบรรดาพันธมิตรฝ่ายคุณธรรม ต้องมี 'หนอนบ่อนไส้' คอยส่งข่าวให้อีกฝ่ายอย่างแน่นอน"
จ้าวเฟยหลงเงียบไปชั่วขณะ นิ้วเรียวยาวลูบไล้ด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือเบาๆ สัมผัสเย็นเยียบจากตัวกระบี่ช่วยให้จิตใจของเขาสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึง อดีตที่เคยถูกทรยศจากสำนักเดิมผุดขึ้นมาในความทรงจำอีกครา ความรู้สึกของการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจ เป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในยุทธภพ และดูเหมือนว่า เงาปริศนานั้นกำลังชักใยอยู่เบื้องหลังความพินาศของยุทธภพทั้งหมด เพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการแย่งชิงความเป็นใหญ่
"ซูเหยา..." จ้าวเฟยหลงเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยเมื่อยามทอดมองนาง "เจ้ายังเชื่อใจข้าอยู่หรือไม่?"
หลินซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ผู้นี้ แววตาของนางไหววับชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่ล้ำลึก นางไม่เคยเอ่ยคำหวานซึ้งใดๆ ทว่าการกระทำและการยืนหยัดเคียงข้างเขาในสนามรบแห่งความตายนี้ คือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
"ตราบใดที่กระบี่ในมือข้ายังมีความเย็น..." หลินซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว "ข้าจะไม่ทางปล่อยให้ผู้ใดมาพรากเจ้าไปจากสายตาของข้าเด็ดขาด แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่มีสิทธิ์!"
ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางความเงียบงัดหลังจากการต่อสู้สงบลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานของผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักหิมะโปรยที่นำกำลังพลนับร้อยมาปิดล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้ทั้งหมด!
"เจ้าสำนักหลิน! ท่านแอบมาทำอะไรอยู่ในเขตหวงห้ามแห่งนี้? แถมยังมีศพของคนจากพรรคอธรรมอยู่ที่นี่อีก... หรือว่าท่านจะแอบสมรู้ร่วมคิดกับพวกมันจริงอย่างที่ข่าวลือว่าไว้?!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันหนเหน็บและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 17
ข่าวลือและเงื่อนงำ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!