กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 18

มรสุมกลางป่าไผ่

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"เจ้าสำนักหลิน! ท่านแอบมาทำอะไรอยู่ในเขตหวงห้ามแห่งนี้? แถมยังมีศพของคนจากพรรคอธรรมอยู่ที่นี่อีก... หรือว่าท่านจะแอบสมรู้ร่วมคิดกับพวกมันจริงอย่างที่ข่าวลือว่าไว้?!" เสียงตะโกนดังก้องกังวานทำลายความเงียบงันของป่าไผ่เขียวชอุ่มให้แตกกระเจิง ดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจความสงสัยที่สะสมมานานนับเดือน เงาร่างของจ้าวเฟยหลงยืนหยัดตระหง่านอยู่บนกิ่งไผ่เอนไหว ร่างกายของเขายังคงแผ่ไอสังหารเข้มข้นที่หลงเหลือจากการต่อสู้ระลอกก่อน ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่จับจ้องร่างของสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนอยู่เบื้องล่าง หลินซูเหยา ไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนกาย นางยังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักหยกขาว ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมและปลายนิ้วที่กำด้ามกระบี่สั่นระริกเล็กน้อย กลับบ่งบอกถึงคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดอยู่ภายในจิตใจ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะเอ่ยคำ "เจ้าเฟยหลง..." น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่วันนี้กลับเจือความสั่นพร่าจางๆ "เจ้าคิดว่าตัวข้า... เป็นคนเช่นนั้นจริงหรือ?" "ข้าไม่ได้ใช้ความรู้สึกตัดสินเรื่องในยุทธภพ ข้าใช้ 'ตา' ของข้าเห็น!" จ้าวเฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ความทะนงตนในวิถีกระบี่ทำให้เขาไม่เคยยอมจำนนต่อคำแก้ตัวใดๆ หากไร้ซึ่งหลักฐานประจักษ์ชัด เขากวาดสายตามองศพเบื้องล่าง รอยแผลกระบี่บนร่างของมือสังหารพรรคอธรรมล้วนเป็นวิชาประจำสำนักหิมะโปรยอย่างไร้ที่ติ "หลักฐานคาตาเช่นนี้ ยังต้องให้ข้าถามไถ่อะไรอีก? หรือเจ้าจะบอกว่า ศพพวกนี้ใช้กระบี่ฆ่าตัวตายเอง?" บรรยากาศรอบตัวพลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ใบไผ่สีเขียวที่ร่วงหล่นถูกพลังปราณที่ปะทะกันระหว่างคนทั้งสองบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง ลมหายใจของหลินซูเหยาขาดห้วงไปชั่วขณะ นางย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ว่าอธิบายอย่างไรก็มีแต่จะมัดตัวนางไว้แน่นหนา สำนักหิมะโปรยมีหนอนบ่อนไส้... และมันจงใจใช้ชื่อเสียงของนางมาเป็นเครื่องมือ ทว่า ก่อนที่นางจะได้กล่าวคำใดแก้ต่าง ประสบการณ์ความเป็นความตายในยุทธภพอันยาวนานของจ้าวเฟยหลงก็ทำงานขึ้นมาฉับพลัน! *วิ้ง—!* เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้นจนแก้วหูแทบแตก จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงวูบ สัญชาตญาณดิบของมือสังหารกรีดร้องเตือนภัยถึงขีดสุด เขาไม่ลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที ดีดกายถอยหลังหลุดจากกิ่งไผ่เดิมทันที *ฉับ!* กิ่งไผ่ที่เขาเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่ถูกตัดขาดสะบั้นอย่างสะอาดหมดจดด้วยพลังลมปราณที่ไร้ลักษณ์และซ่อนเร้น มันรวดเร็วจนแม้แต่เงาก็ยังตามไม่ทัน! "ระวัง!" หลินซูเหยาแผדเสียงอุทาน นางพุ่งร่างเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วดั่งหิมะโปรย ปลายกระบี่ในมือตวัดวาดเป็นม่านน้ำแข็งโปร่งใสป้องกันเบื้องหน้าโดยสัญชาตญาณ โดยหลงลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อครู่พวกเขายังคงเผชิญหน้ากันในฐานะผู้ต้องสงสัยและผู้กล่าวหา *เปรี้ยง!* แรงปะทะอันมหาศาลซัดเข้าที่ม่านน้ำแข็งจนแตกละเอียดเป็นเกล็ดหิมะกระจายว่อน หลินซูเหยากระอักเลือดคำโตออกมา ร่างบางเซถอยหลังไปหลายก้าว ทว่าจ้าวเฟยหลงกลับคว้าเอวบางของนางไว้ได้ทัน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในกายเขาพวยพุ่งระเบิดออกเพื่อต้านทานแรงกระแทกจากทิศทางมืด "ใครซ่อนอยู่ ออกมา!" จ้าวเฟยหลงคำรามก้อง ดวงตาดั่งเหยี่ยววับวาว กวาดมองไปรอบทิศทาง ป่าไผ่เบื้องหน้าบัดนี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับความตายกำลังคืบคลานเข้ามาทีละน้อย จากความมืดมิดของเงาไผ่ทึบ เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้น... *แปะ แปะ แปะ* "สมคำร่ำลือ... เทพกระบี่ไร้ลักษณ์ จ้าวเฟยหลง และเจ้าสำนักผู้สูงส่ง หลินซูเหยา ความสัมพันธ์ของพวกท่านช่างลึกซึ้งน่าอิจฉายิ่งนัก ถึงเวลาคับขันเช่นนี้ก็ยังร่วมมือกันได้อย่างไร้รอยต่อ" เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากหมอกควันสีเทาจางๆ ที่ลอยมาจากไหนไม่ทราบ สวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากเงินลายอสูรไร้ปาก ดวงตาคู่ที่มองลอดออกมาเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเยาะหยัน หลินซูเหยาเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ "เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงต้องใช้แผนชั่วช้าโยนความผิดให้สำนักหิมะโปรยของข้า" ชายสวมหน้ากากอสูรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าบาดหูราวกับโลหะเสียดสีกัน "โยนความผิด? ฮ่าๆๆ... เจ้าสำนักหลิน ท่านช่างไร้เดียงสาเสียจริง หรือว่าท่านลืมไปแล้วว่า 'สิ่ง' ที่พวกท่านกำลังตามหาอยู่ในเขตหวงห้ามนี้ คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่คัมภีร์โบราณ?" จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลง ปราณกระบี่ในมือเริ่มส่งเสียงฮัมเบาๆ ตอบรับจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่กำลังเดือดดาล เขาเหลือบมองหลินซูเหยาแวบหนึ่ง เห็นนางขมวดคิ้วแน่นโดยไม่มีพิรุธ แสดงว่านางไม่ได้โกหกเรื่องคัมภีร์โบราณนั่น "ดูเหมือนว่า... วันนี้พวกเจ้าทั้งสองคน จะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่ป่าไผ่แห่งนี้เสียแล้ว" สิ้นเสียงของมือสังหารลึกลับ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของจ้าวเฟยหลงและหลินซูเหยาก็จู่ๆ ก็เรืองแสงอักขระสีโลหิตขึ้นมา วงเวียนอาคมโบราณถูกปลุกให้ทำงานอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของความตายและพิษร้ายพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ในกรงขังไร้ทางหนี! จ้าวเฟยหลงแค่นเสียงเย็นชา เขาไม่สนใจอาคมเบื้องล่างแม้แต่น้อย มือขวาจับด้ามกระบี่มั่น พลังปราณในตan-tian (ตันเถียน) ทะלוวงทะยานสู่ขีดสุด ความเย่อหยิ่งท้าทายสวรรค์แผ่ซ่านออกจากร่างจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "คิดจะเอาชีวิตข้า... เจ้ายังฝึกฝนมาน้อยเกินไปหลายร้อยปี!" เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว เตรียมชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อผ่าทำลายอาคมนี้ให้สิ้นซาก ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่ขยับออกจากฝักได้เพียงครึ่งนิ้ว... แสงสว่างวาบจากอักขระสีโลหิตก็รวมตัวกันกลายเป็นเงาร่างของบุคคลที่สาม พุ่งตรงเข้ามาขวางกั้นระหว่างเขากับหลินซูเหยา พร้อมกับกระบี่เล่มหนึ่งที่จ่อเข้าที่ลำคอของหลินซูเหยาอย่างแม่นยำ! "หยุดซะ จ้าวเฟยหลง... ไม่อย่างนั้น ศิษย์รักคนเดียวของเจ้าสำนักหลิน จะต้องหัวหลุดออกจากบ่าในลมหายใจถัดไป!" -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%