คมดาบสีนิลกาฬจ่อติดผิวเนื้อลำคอขาวผ่องดั่งหิมะ เส้นโลหิตสายหนึ่งเต้นระริกตามแรงชีพจรที่หวาดหวั่น แต่ดวงตาคู่คมของหลินซูเหยากลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนก นางเพียงปรายตามองปลายกระบี่ที่อาบเคลือบด้วยพิษโลหิตทมิฬ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นประสานกับบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า—จ้าวเฟยหลง
"เจ้าสำนักหลิน... ช่างเป็นสตรีที่โง่เขลานัก ไยต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อบุรุษที่ทรยศสำนักของตนเองด้วยเล่า?" เสียงหัวeเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากเงามืดของค่ายกลอัคคีผลาญสวรรค์ ผู้อาวุโสพรรคโลหิตอสูรกำลังถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความกระหายเลือด
จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งงัน ร่างกายผอมเพรียวทว่าแฝงไว้ด้วยพลังปราณอันดุดันประหนึ่งพายุน้ำแข็ง รัศมีกระบี่รอบตัวเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น ทว่าในอกของมือสังหารผู้เย่อหยิ่งและทะนงตนผู้นี้เวลานี้ กลับร้อนรุ่มราวกับมีกองเพลิงอเวจีแผดเผา
ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ... เป็นความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของอสุนีบาต
"ถอยไป..." น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงอำนาจจนอากาศรอบกายสั่นระริก มันไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นประกาศิตจากผู้พิพากษาแห่งความตาย
"ฮ่าๆๆ ถอยหรือ? เจ้าเด็กโง่ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือเจ้าตอนนี้ ไร้ซึ่งปาฏิหาริย์ใดๆ แล้ว!" ผู้อาวุโสพรรคโลหิตอสูรกดคมดาบเข้าใกล้ลำคอของหลินซูเหยาอีกนิด หยดเลือดสีแดงสดไหลซึมลงมาตามคมดาบ ตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบอย่างน่าเวทนา
หลินซูเหยาเม้มริมฝีปากแน่น นางไม่ได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิตแม้แต่น้อย สายตาที่นางทอดมองมายังจ้าวเฟยหลงเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน—มีความห่วงใย มีความตัดพ้อ และท้ายที่สุดคือความยินยอมพร้อมใจที่จะดับสูญไปพร้อมกับเขา นางยอมมอบหัวใจและวิญญาณให้บุรุษผู้นี้ไปนานแล้ว การปกป้องเขา แม้ต้องแลกด้วยลมหายใจ นางก็ไม่เสียดาย
"เฟยหลง... อย่าได้ห่วงข้า" นางเอ่ยเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลมฤดูหนาว "วิถีกระบี่ของเจ้า... ต้องไม่แปดเปื้อนที่นี่..."
คำพูดนั้นประดุจน้ำมันราดลงบนกองเพลิงโทสะ!
จ้าวเฟยหลงหลับตาลงชั่วพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายตาสีดำสนิทก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีเงินยวง ไร้ซึ่งร่องรอยของความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ มีเพียงจิตสังหารที่แผ่พุ่งทะยานเสียดฟ้า ท้องนภาที่เคยปลอดโปร่งพลันปรากฏเมฆหมอกสีดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมากลางค่ายกลจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น
"พวกเจ้า... รนหาที่ตายเอง"
สิ้นคำพูดนั้น เคล็ดวิชาลับที่ถูกผนึกไว้ด้วยเลือดและวิญญาณของจ้าวเฟยหลงก็ถูกปลดปล่อย "วิชากระบี่หิมะโลหิตสลายวิญญาณ—กระบวนท่าที่หนึ่ง: เหมันต์ล้างปฐพี!"
ร่างของจ้าวเฟยหลงเลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ ราวกับเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหิมะโปรยปรายที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ความเร็วของเขานั้นเกินกว่าขอบเขตที่สายตาของยอดฝีมือทั่วไปจะมองทัน ในพริบตาเดียว แสงกระบี่สีเงินยวดยาวสามสี้วก็ปรากฏขึ้นกลางวงล้อม
*ฉับ!*
เสียงเนื้อถูกเฉือนด้วยความเร็วสูงดังประสานกันราวกับเสียงดีดพิณแห่งความตาย ผู้อาวุโสพรรคโลหิตอสูรยังไม่ทันได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด แขนข้างที่ถือดาบจ่อคอหลินซูเหยาก็ขาดสะบั้นลอยละลิ่วขึ้นสู่กลางอากาศ เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาดั่งน้ำพุ ร่างของมันแข็งค้าง เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
หลินซูเหยาหลุดพ้นจากการพันธนาการ ร่างบางเซถลาล้มลง แต่จ้าวเฟยหลงไวกว่า เขาเคลื่อนกายเข้ามาโอบประคองเอวบางของนางไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ความเย็นชาบนใบหน้าของนางละลายหายไปสิ้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขา
"ท่าน... บ้าไปแล้วหรือไร..." หลินซูเหยากระซิบเสียงสั่น นางรู้ดีว่าการใช้วิชาลับนี้ต้องแลกมาด้วยการย้อนกลับของพลังปราณ ซึ่งอาจทำลายเส้นชีพจรทั้งหมดของเขา
"ข้าบอกแล้ว..." จ้าวเฟยหลงก้มลงกระซิบข้างหูนาง น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดเดี่ยวไร้ช่องว่าง "ในใต้หล้านี้ ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์แตะต้องเจ้า แม้แต่เงาของความตายก็ไม่มีสิทธิ์"
ทว่า เหตุการณ์กลับไม่ได้จบลงแค่นั้น...
ในขณะที่เหล่าศัตรูที่เหลือต่างถอยร่นด้วยความหวาดกลัวต่ออานุภาพกระบี่อันน่าสะพรึงกลัว พื้นดินเบื้องล่างที่พวกเขาเหยียบอยู่กลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นใจกลางค่ายกล อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงดังหวีดหวิว
กลิ่นอายอันเก่าแก่และทรงพลังมหาศาลกดทับลงมาจากเบื้องบน ราวกับมีมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่กำลังตื่นจากการหลับใหลยาวนานนับหมื่นปี
จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงคมกริบ เขากระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้น หยาดเลือดที่ไหลย้อยจากคมกระบี่ไม่ได้หยดลงพื้น แต่กลับลอยวนขึ้นไปรวมกันบนอากาศ กลายเป็นอักขระโบราณแปลกประหลาด
จากรอยแยกสีดำนั้น เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมา... มันไม่ใช่คน แต่เป็นหุ่นเชิดโลหิตโบราณที่สวมเกราะเหล็กสีนิล มือถือหอกยาวที่อาบไว้ด้วยไอพิษสีเขียวเข้ม และที่น่าตกใจที่สุดคือ หน้ากากที่มันสวมใส่... เป็นรูปสลักของสำนักกระบี่เดิมที่จ้าวเฟยหลงเคยสังกัด และทรยศหนีออกมา!
ดวงตาสีแดงฉานของหุ่นเชิดโลหิตจ้องตรงมาที่จ้าวเฟยหลง ก่อนที่เสียงแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรกจะดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของคนทั้งคู่
"ศิษย์ทรยศ... ในที่สุดเจ้าก็ใช้ 'วิชากระบี่หิมะโลหิต' หนี้เลือดในอดีต... ถึงเวลาต้องชำระแล้ว..."
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านลมหนาวและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 19
ความโกรธของกระบี่
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!