กลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ มิอาจกลบกลิ่นอายอันหนทึบและกดดันของ "เทือกเขาอัคคีทมิฬ" เบื้องหน้าได้แม้แต่น้อย
จ้าวเฟยหลงยืนหยัดนิ่งสนิทอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน สายลมหนาวยะเยือกพัดกรรโชกจนชายเสื้อคลุมสีดำสนิทสะบัดไหวราวกับปีกของพญาอินทรี ทว่าแผ่นหลังของเขากลับตั้งตรงดั่งราวเหล็กกล้า ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ทอดมองเส้นทางเบื้องหน้าที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีเทาทะมึน ทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ยอดเขานั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่เต็มไปด้วยซากกระดูกของเหล่าจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในอดีต ซึ่งบังอาจท้าทายกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติและเส้นทางบำเพ็ญเพียรนี้
เบื้องหลังของเขาคือ หลินซูเหยา นางเซียนแห่งสำนักหิมะโปรย ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับความมืดมิดของภูเขา หญิงสาวก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างอย่างเงียบเชียบ แม้ใบหน้างามล้ำจะยังคงความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าประกายในดวงตาคู่สวยที่มองแผ่นหลังกว้างของบุรุษเบื้องหน้า กลับเจือปนไปด้วยความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
"เส้นทางข้างหน้า... มิใช่เพียงแค่ความสูงชันที่ต้องก้าวผ่าน แต่คือจิตใจของพวกเราเองที่จะต้องไม่หวั่นไหว" เสียงหวานใสดุจหยกกระทบกันเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าราบเรียบเย็นชาจนแทบไม่บ่งบอกความรู้สึก
จ้าวเฟยหลงไม่หันกลับไปมอง ทว่ามุมปากกลับหยิ้มเยาะขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งและท้าทาย
"ซูเหยา เจ้าก็รู้ว่าวิถีกระบี่ของข้าไม่เคยรู้จักคำว่าถอยหลัง" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยตอบอย่างมั่นคง "ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ หรือทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า หากข้าต้องการจะไป ผู้ใดก็ขวางมิได้ แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่มีสิทธิ์!"
คำพูดนั้นทรงพลังราวกับเสียงคำรามของมังกร ประกายจิตสังหารพุ่งทะยานออกจากร่างของจ้าวเฟยหลงจนเศษหินรอบกายแตกละเอียดเป็นผุยผง นี่คือวิถีของจอมยุทธ์ผู้ฝึกฝนกระบี่ไร้ลักษณ์—เด็ดเดี่ยว ไร้ความลังเล และพร้อมตัดขาดทุกสรรพสิ่ง
หลินซูเหยาถอนหายใจเบาๆ นางเข้าใจบุรุษผู้นี้ดีที่สุด จ้าวเฟยหลงยอมหักแต่ไม่ยอมงอ หัวใจของเขาถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากความเจ็บปวดและการทรยศในอดีต มีเพียงวิถีกระบี่และนางเท่านั้นที่ยังคงมีความหมายในโลกอันโดดเดี่ยวนี้
"เช่นนั้น... ข้าจะเคียงข้างท่านไปจนสุดปลายทางแห่งวิถียุทธนี้เอง" นางเอ่ยเบาๆ แต่หนักแน่นดั่งคำมั่นสัญญาชั่วชีวิต
ทั้งสองเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เส้นทางลาดชันเบื้องหน้าปรากฏอุปสรรคแรกทันที "สะพานโซ่เหล็กพันปี" ที่พาดผ่านหุบเหวลึกไร้ก้นบึ้ง เบื้องล่างมีกระแสลมปราณพิษพัดวนรุนแรง ส่งเสียงหวีดหวิวราภูตผีร่ำไห้ โซ่เหล็กขึ้นสนิมหนาเตอะสั่นสะเทือนทุกครั้งที่สายพัดผ่าน มันเปราะบางราวกับจะขาดผึ่งได้ทุกเมื่อ
จ้าวเฟยหลงก้าวขึ้นไปบนโซ่เหล็กเป็นคนแรก ฝีเท้าของเขาเบาราวกับปุยนุ่น ทว่ามั่นคงดั่งขุนเขา ปราณกระบี่ในร่างหมุนวนเพื่อต้านทานแรงกดดันจากกระแสลมปราณพิษที่พยายามกัดกินเส้นชีพจร ทว่าเมื่อก้าวไปถึงกึ่งกลางสะพาน บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนแปรเป็นเยือกแข็งอย่างฉับพลัน
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีเขียวมรกตสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด เงาร่างนับสิบสายพุ่งออกมาจากหน้าผาหินดั่งสายฝนโปรยปราย พวกมันคือ "เงาสังหารร้อยพิษ" มือสังหารรับจ้างที่ถูกส่งมาปิดฉากพวกเขาโดยเฉพาะ อาาวุธลับอาบด้วยพิษสลายกระดูกพุ่งตรงมายังจุดตายของจ้าวเฟยหลงในพริบตา
"ระวัง!" หลินซูเหยาตวัดมือคราหนึ่ง ปราณเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาราวกับคลื่นยักษ์ กลายเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบปะทะกับอาวุธลับเหล่านั้นจนร่วงหล่นลงไปในเหวลึก
"รวดเร็วดีนี่... แต่ช้าไปก้าวหนึ่ง"
จ้าวเฟยหลงแค่นเสียงหัวسเยาะ กระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักสั่นสะเทือนเร้าใจ เสียงครางฮัมของคมกระบี่ดังระงมไปทั่วหุบเขา เขายังไม่ทันชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ เพียงแค่ใช้ "จิตกระบี่" วาดผ่านอากาศเบาๆ คลื่นพลังกระบี่ไร้รูปไร้ลักษณ์ก็แหวญอากาศพุ่งทะยานออกไปดั่งอสนีบาตฟาดฟัน
*ฉับ!*
ร่างของมือสังหารสามคนที่พุ่งเข้ามาใกล้ที่สุดถูกตัดขาดเป็นสองท่อนในพริบตา โลหิตสีดำสาดกระเซ็นย้อมผืนน้ำแข็งให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทว่าพวกมันมิได้หวาดกลัว กลับยิ่งโหมกระหน่ำเข้ามาดั่งฝูงหมาป่าคลุ้มคลั่ง
การต่อสู้บนสะพานโซ่เหล็กแคบๆ ดำเนินไปอย่างดุเดือดตระการตา จ้าวเฟยหลงเคลื่อนไหวพลิ้วไหวราวกับภูตพราย ทุกย่างก้าวและการตวัดกระบี่ล้วนเต็มไปด้วยสัจธรรมแห่งการฆ่าฟัน หลินซูเหยาคอยคุ้มกันด้านหลังให้อย่างไร้ช่องโหว่ เคมีและความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างทั้งสองทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งเดียวในสนามรบ
ผ่านไปชั่วก้านธูป เสียงกรีดร้องของเหล่ามือสังหารก็เงียบลง ซากศพจำนวนมากร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวเบื้องล่าง หลงเหลือเพียงความเงียบงันและลมหนาวที่พัดโชยมาปะทะร่าง
จ้าวเฟยหลงยืนหอบหายใจเล็กน้อย ดวงตายังคงคมกริบทอดมองไปยังปลายทางที่เหลืออยู่ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเดินต่อ พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของยอดเขาสูงชันพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก
*ตูมมมม!*
เสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน กลุ่มพลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลวงขึ้นมาจากยอดเขาสูงสุด ก่อตัวเป็นรูปอักขระโบราณขนาดยักษ์บนท้องฟ้า แรงกดดันระดับ "ขอบเขตราชันย์เทวะ" กดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างของจ้าวเฟยหลงและหลินซูเหยาแทบแตกละเอียด ทั้งสองร่างทรุดฮวบลงครึ่งเข่าด้วยความตกตะลึง
ร่างเงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางอักขระโบราณนั้น น้ำเสียงแหบพร่าดั่งมาจากขุมนรกเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"จ้าวเฟยหลง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเดินทางครั้งนี้จะมีเพียงแค่เจ้าคนเดียวที่รอดไปได้?"
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 26
เส้นทางที่ยากลำบาก
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!