กลิ่นหอมของชาไป๋ฮวาอันล้ำค่า ลอยกรุ่นขึ้นมาจากจอกกระเบื้องเคลือบสีมรกต ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักหมื่นบุปผาเวลานี้ กลับหนาแน่นไปด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบเสียยิ่งกว่ายอดเขาหิมะไร้ลักษณ์
จ้าวเฟยหลงยังคงนั่งนิ่งสงบอยู่ที่เก้าอี้ไม้จันทน์แดง ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่เหลือบมองไอสีดำจางๆ ที่ลอยวนอยู่เหนือผิวน้ำชาในจอกอย่างเงียบเชียบ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตันเถียนของเขาหมุนวนอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับส่งเสียงคำรามก้องอยู่ในโสตประสาท เป็นสัญญาณเตือนภัยจากสัญชาตญาณของมือสังหารผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
"เหตุใดท่านจึงไม่ยอมดื่มเล่า เฟยหลง?"
เสียงหวานใสแต่เย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งของหลินซูเหยาเอ่ยขึ้น นางนั่งอยู่เบื้องหน้าในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ ดุจดั่งเทพเซียนผู้สูงส่งจนยากจะเอื้อมถึง ทว่าในยามนี้ แววตาคู่คมของนางกลับฉายแววความกังวลที่ซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบอย่างแนบเนียน
เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ชาชั้นเลิศเช่นนี้ หากดื่มลงไป เกรงว่าต่อให้เป็นเซียนสุราก็คงต้องกลายเป็นผีเฝ้ายอดเขาไปตลอดกาลกระมัง ซูเหยา... เจ้าคิดว่าข้าคือเด็กน้อยที่เพิ่งหัดฝึกยุทธ์หรืออย่างไร?"
นิ้วเรียวระหงของหลินซูเหยาชะงักกึก สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดเผือกวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับคืนสู่ความเย็นชาดังเดิม "ท่านหมายความว่าอย่างไร? หรือท่านคิดว่าข้าจะวางยาพิษท่าน?"
"ไม่ใช่เจ้า..." เฟยหลงลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าแผ่ซ่านแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "แต่เป็น 'คนสนิท' ที่ยืนอยู่เบื้องหลังเจ้าต่างหาก"
สิ้นเสียงของจ้าวเฟยหลง ร่างของผู้อาวุโสสี่ที่ยืนกุมมือสำรวมอยู่มุมเสาตำหนักก็พลันทะยานถอยหลังด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ แววตาของมันฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ไอพิษสีม่วงเข้มพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของมันในทันที พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้อง
"ฮ่าๆๆ สมกับที่เป็นมือสังหารอันดับหนึ่งแห่งยุทธ์ภพ จ้าวเฟยหลง! แม้แต่พิษสลายวิญญาณเก้าสวรรค์ก็ยังไม่อาจตบตาเจ้าได้!"
หลินซูเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว นางหันขวับไปมองผู้อาวุโสสี่ ใบหน้าหล้าล่มเมืองอาบไล้ด้วยความเย็นชาถึงขีดสุด "ผู้อาวุโสสี่! เจ้ากล้าดีอย่างไร จึงคิดลอบสังแขกคนสำคัญของสำนักหิมะโปรย!"
"เรียนท่านเจ้าสำนัก... ข้าน้อยเพียงทำตามหน้าที่!" ผู้อาวุโสสี่แผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มือขวากำป้ายคำสั่งสีทองขึ้นมาแสดง "คนนอกผู้นี้เข้ามาแทรกแซงกิจภายในของสำนักเรา หากปล่อยให้มันอยู่ต่อไป สำนักหิมะโปรยที่บรรพบุรุษสร้างสมมาหลายร้อยปีจะต้องล่มสลายด้วยน้ำมือของหญิงสาวที่หลงัวมัวในความรักเช่นท่าน!"
"บังอาจ!" หลินซูเหยาตบโต๊ะไม้จันทน์แตกละเอียดเป็นผุยผง พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณระเบิดออกรอบตัวจนเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาภายในตำหนัก ทว่าในจังหวะนั้นเอง หน้าอกของนางกลับกระตุกวูบ กระอักโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต
"ซูเหยา!" จ้าวเฟยหลงพุ่งเข้ามาประคองร่างบางไว้ด้วยความเร็วเหนือแสง ดวงตาคู่คมลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่ไม่ได้พบเห็นมานานหลายปี ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในกายทะลักออกมาปกป้องร่างของนางไว้ในพริบตา "เจ้า... โดนพิษชนิดเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่?"
หลินซูเหยาซบหน้าลงกับอกเสื้อของเขา ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษร้าย แต่น้ำเสียงของนางยังคงราบเรียบ "ชา... ในกาชาป้านนั้น ข้าดื่มมันก่อนที่ท่านจะมาถึง... ผู้อาวุโสสี่ มันทรยศสำนักเราจริงๆ"
จ้าวเฟยหลงกอดกระชับร่างของนางแน่นขึ้น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในหัวใจที่เคยด้านชา มือใหญ่อีกข้างเลื่อนไปกุมด้ามกระบี่เหล็กไร้คมที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างมั่นคง ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองผู้อาวุโสสี่ด้วยจิตสังหารที่แทบจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
"ดี... ดีมาก!" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงพลัง และเย็นยะเยือกจนน่าขนพองสยองเกล้า "คนของสำนักหิมะโปรย ต่อให้มันตายด้วยน้ำมือของข้า มันก็ยังเป็นคนของข้า... แต่มดปลวกเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรมาแตะต้องคนของเงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ!"
ผู้อาวุโสสี่หน้าถอดสีทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับจิตสังหารอันไร้ขอบเขตของจ้าวเฟยหลง มันคำรามลั่นเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อปล่อยเข็มพิษนับพันเล่มพุ่งเข้าใส่ดุจห่าฝน
แต่ทว่า... ไม่มีเสียงกระทบ ไม่มีการปะทะ
ประกายแสงสีเงินวับผ่านสายตาไปเพียงชั่วพริบตาเดียว ดั่งสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจความมืดมิด
จ้าวเฟยหลงไม่ได้แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ ร่างของเขายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังผู้อาวุโสสี่ในท่าทางที่ราวกับไม่เคยขยับเขยื้อน
"เจ้า..." ผู้อาวุโสสี่อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปาก ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกแบ่งออกเป็นสองซีก ล้มลงจมกองเลือดบนพื้นหิมะอย่างไร้เสียง
ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วทั้งตำหนักหมื่นบุปผาอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของหลินซูเหยาที่ซบอยู่บนอกของจ้าวเฟยหลง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและรักใคร่ที่ยากจะพรรณนา
"เฟยหลง... พิษนี้รุนแรงนัก ข้าเกรงว่า..."
"เงียบเสีย" จ้าวเฟยหลงเอ่ยตัดบท น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับนาง มือใหญ่อบอุ่นประคองใบีนอนอันงดงามของนางขึ้น "ข้าอยู่ที่นี่ จะไม่มีใครพรากชีวิตเจ้าไปได้แม้แต่พญายมราช"
เขายกมือขึ้นเตรียมถ่าย ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์เพื่อขับพิษให้แก่นาง ทว่าในวินาทีนั้นเอง ท้องนิทราภายนอกตำหนักที่เคยสงบ กลับพลันมืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน สายฟ้าสีครามสายมหึมาผ่าฟาดลงมายอดเขาหิมะโปรยจนสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกับเสียงหัวเราะอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังมาจากความว่างเปล่าเบื้องบน
"ฮ่าๆๆๆ จ้าวเฟยหลง เจ้าคิดว่ากำจัดมดปลวกตัวหนึ่งแล้ว จะช่วยนางพญาน้ำแข็งผู้นี้ได้หรือ? สายเกินไปแล้ว... พิษสลายวิญญาณเก้าสวรรค์มีทั้งหมดเก้าขั้น และตอนนี้... มันกำลังจะลุกลามถึงหัวใจของนางแล้ว!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านผลงานของผมเสมอนะครับ ขอให้สนุกกับการเดินทางในยุทธภพนี้ร่วมกันครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 4
พิษร้ายในจอกชา
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!