กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน•ตอนที่ 3

วิถีกระบี่ที่ต่างทิศ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
..."ท่านอาจารย์? เป็นไปไม่ได้..." เสียงครางต่ำของจ้าวเฟยหลงเล็ดลอดไรฟันที่ขบเข้าหากันจนแน่น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นบนหน้าผากมนท่ามกลางม่านหมอกไอเย็นจัดที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของสตรีเบื้องหน้า สรรพเสียงรอบกายคล้ายถูกดูดกลืนหายไปในความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามดั่งกลองศึกและเสียงแผดเผาของลมปราณหยางในตันเถียนที่กำลังร่ำร้องเตือนภัย เบื้องหน้าของเขาคือ หลินซูเหยา เจ้าสำนักหิมะโปรยผู้เลื่องชื่อ นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งพันปี ทว่าในยามนี้ แววตาคู่คมกริบที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก กลับไหวระริกด้วยประกายสีแดงชาดอันแปลกประหลาด เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายโดยปราศจากแรงลม ร่างอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ถูกห่อหุ้มด้วยไอน้ำสีขาวจัดจนมองแทบไม่เห็นร่างที่แท้จริง นี่คือ "เคล็ดวิชาผลาญโลหิต-หิมะย้อนกลับ" วิชามารต้องห้ามที่สูญหายไปจากยุทธภพมากว่าสามร้อยปี! "จ้าวเฟยหลง..." สุ้มเสียงของหลินซูเหยาเปลี่ยนไปสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคยอันราบเรียบและเย่อหยิ่งอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงที่ซ้อนทับกันราวกับมีคนสองคนพูดออกมาพร้อมกัน กังวานลึกจนแก้วหูสั่นสะเทือน "เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเองตัดขาดจากสำนักเหินฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แล้วหรือ? วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เจ้าภาคภูมิใจนักหนา แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงเงาที่ถูกชักใยโดยพวกเราเท่านั้น!" จ้าวเฟยหลงไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือขวากุมด้ามกระบี่เหล็กดำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเย่อหยิ่งทระนงในฐานะมือสังหารอันดับหนึ่งแห่งยุทธจักรถูกท้าทายด้วยความจริงอันโหดร้าย เขาแค่นเสียงลอดไรฟัน "เหลวไหล! อาจารย์ของข้าสิ้นชีพไปตั้งแต่คืนวันที่สำนักถูกเพลิงผลาญเมื่อสิบปีก่อนแล้ว เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงใช้รูปลักษณ์ของนางมาปั่นป่วนจิตใจข้า!" "โง่เขลา..." หลินซูเหายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในขั้วหัวใจของจ้าวเฟยหลงราวกับคมมีดน้ำแข็ง *วูบ!* อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวทันที ความเย็นยะเยือกขั้นขั้วโลกแผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของจ้าวเฟยหลงแตกร้าว เสียงน้ำค้างแข็งเกาะกุมตามใบหญ้าและกิ่งไม้ดัง *กรอบแกรบ* ดั่งเสียงกระดูกที่ถูกบดขยี้ ในขณะเดียวกัน มวลอากาศร้อนระอุราวกับเตาหลอมโลหิตก็พวยพุ่งสวนขึ้นมาจากใต้พิภพ นี่คือการปะทะกันของลมปราณหยินสูงสุดของสำนักหิมะโปรย และลมปราณหยางโลหิตที่ถูกปลุกเร้าขึ้นเพื่อทำลายล้าง พลังสองสายขัดแย้งแต่หลอมรวมเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดย่อมที่พร้อมจะฉีกร่างของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดให้แหลกเป็นจุล จ้าวเฟยหลงรู้ดีว่าหากช้าไปแม้แต่ลมหายใจเดียว ร่างกายของเขาจะถูกพิษความเย็นกัดกินเส้นชีพจรจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง แต่วิถีกระบี่ที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตสอนไว้ว่า *'จิตนิ่ง กระบี่จึงคม'* ยิ่งสถานการณ์บีบคั้นมากเท่าใด จิตใจของมือสังหารยิ่งต้องดิ่งลึกลงสู่ความว่างเปล่า "หากนางคืออาจารย์จริง..." จ้าวเฟยหลงหลับตาลงชั่วพริบตา ลมหายใจยาวเหยียดถูกผ่อนออกมาเพื่อระงับความตื่นตระหนก "ข้าในวันนี้... ก็ไม่ใช่เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาในวันนั้นอีกแล้ว!" *เคร้ง!* เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังกังวานก้องไปทั่วหุบเขา ประกายกระบี่สีเงินยวดยวงสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิดของราตรีกาล มันไม่ได้มีความฉูดฉาด ไม่มีความอลังการของอักขระเวทใดๆ มีเพียงความเรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนอากาศรอบคมกระบี่ถึงกับปริแตกเป็นรอยแยกสีดำสนิท—วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่สาม 'ตัดขาดวายชนม์'! จ้าวเฟยหลงพุ่งทะยานเข้าหามวลพายุลมปราณตรงหน้า ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับภูตผีที่ไร้เงา ปราณกระบี่พุ่งเข้าปะทะกับไอเย็นและไอความร้อนที่แผดเผาอย่างดุเดือด เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว *ตูมมม!* พื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายฉื่อ เศษหินและเกล็ดน้ำแข็งปลิวว่อนดั่งห่าฝน ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะจ้วงแทงเข้าที่จุดชีพจรหลักของหลินซูเหยา สตรีตรงหน้ากลับไม่ได้หลบหนี นางกลับยื่นมือเรียวบางออกมารับคมกระบี่ด้วยมือเปล่า! *ฉับพลัน...* เลือดสีดำสนิทหยดหนึ่งหยดลงบนพื้นหิมะ ขยายวงกว้างออกเป็นสีแดงเข้มดั่งโลหิตสดๆ หลินซูเหยาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดกำเดาไหลซึมออกจากมุมปากของนาง ขณะที่แววตาสีดั่งโลหิตค่อยๆ เลือนหายไป ความหนาวเหน็บรอบตัวสลายกลายเป็นเพียงสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านความเงียบงัน ร่างของนางเซียนผู้สูงส่งเซถอยหลังไปสามก้าว ก่อนจะทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของจ้าวเฟยหลงที่รับไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว ไอความร้อนและไอเย็นในร่างของนางยังคงปะทะกันอย่างรุนแรงจนเสื้อผ้าบริเวณหน้าอกไหม้เกรียมและมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะสลับกันไปมา "ซูเหยา..." น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงเปลี่ยนไปเป็นอ่อนโยนอย่างยิ่งยวด ความเย่อหยิ่งทั้งหมดมลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป หลินซูเหยาซบใบหน้าซีดเซียวลงกับอกเสื้อที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อของเขา ริมฝีปากสั่นระริกเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ลมหายใจของจ้าวเฟยหลงแทบหยุดชะงัก "เฟยหลง... รีบหนีไป... คนที่อยู่เบื้องหลังสำนักเหินฟ้า... ไม่ใช่มนุษย์..." ยังไม่ทันที่จ้าวเฟยหลงจะเอ่ยถามความใดต่อ พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับภูเขาไฟกำลังจะระเบิด ท้องฟ้ายามราตรีที่ควรจะกระจ่างใสด้วยแสงจันทร์ กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิตในพริบตา เงาร่างมหึมานับร้อยสายปรากฏขึ้นบนยอดหน้าผาสูงชัน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องฟ้า... และหนึ่งในเงาร่างเหล่านั้น ก้าวเดินออกมาพร้อมกับถือกระบี่ที่สลักลวดลายคุ้นตาอย่างยิ่ง—กระบี่ประจำกายของอาจารย์ที่แท้จริงของจ้าวเฟยหลง ซึ่งควรจะตายไปเมื่อสิบปีก่อน! --- ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีแห่งกระบี่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยในใจเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%