กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของกำยานบุปผชาติหมื่นลี้อวลกำจายอยู่ทั่วตำหนักบูรพา ทว่าสำหรับหลี่ฟางเซียนแล้ว กลิ่นนี้กลับคาวคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของความโลภและความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ดวงเนตรหงส์หางเรียวดั่งพู่กันจีนชำเลืองมองร่างระหงในชุดผ้าแพรต่วนปักลายหงส์ทองคำ ภายในห้องโถงรับรองอันโอ่อ่า สนมเอกหลิวอวี้หลานกำลังแย้มยิ้มด้วยความลำพองใจ รอยยิ้มนั้นทั้งงดงามและอาบพิษ ราวกับดอกฝิ่นที่แย้มกลีบรอคอยเหยื่อผู้โง่เขลามาติดกับ
"เจ้าคงรู้ตัวแล้วกระมัง ว่าตำแหน่งสนมเอกขั้นอี้ผินนั้น... ไม่ใช่สิ่งที่นางในต่ำต้อยเช่นเจ้าจะเอื้อมถึง" น้ำเสียงหวานหยดแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งสลักดังขึ้น สนมหลิวปายตามองฟางเซียนที่กำลังคุกเข่ารินชาให้อย่างเชื่องช้า ท่าทีสงบเสงี่ยมนั้นยิ่งทำให้ผู้ทะเยอทยานได้ใจ
"หม่อมฉันทราบดีเพคะ พระสนมหลิวทรงมีบุญญาธิการสูงส่ง ย่อมคู่ควรกับทุกสิ่งที่ปรารถนาอยู่แล้ว" ฟางเซียนตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้างามก้มต่ำลงเพื่อซ่อนประกายตาวาววับดั่งคมมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักไหม
ในชาติภพก่อน นางเคยโง่งอมอบความไว้วางใจจนต้องสิ้นใจอย่างไร้ค่าใต้ตำหนักเย็นแห่งนี้ บัดนี้... หมากตานี้ถูกวางไว้บนกระดานเรียบร้อยแล้ว และมือที่กุมชะตากรรม หาใช่สวรรค์... แต่มันคือปลายนิ้วของนางเอง
สนมหลิวหัวع่อเบาๆ อย่างพึงใจ นางยื่นมือเรียวสวมปลอกเล็บทองคำยาวเฟื้อยเข้ามารับถ้วยชาหยกขาวจากมือฟางเซียน "ดี... หากเจ้าเจียมตัวเช่นนี้ไปจนตลอดรอดฝั่ง ข้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิตคนตระกูลหลี่ของเจ้าสักคนสองคน"
จังหวะนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมกรรโชก ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักลายมังกรเงินยวงของอ๋องเฉินจวินก้าวเข้ามาด้วยก้าวอันมั่นคง บรรยากาศภายในห้องพลันลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ไอร้อนจากถ้วยชาดูราวกับจะถูกแช่แข็งด้วยรัศมีอันเย็นยะเยือกของแม่ทัพผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน
"ถวายพระพรท่านอ๋อง..." สนมหลิวรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนหวานย้อยหยาด เยื้องย่างเข้าไปหมายจะนัวเนียเกาะกุมแขนเสื้อของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก
ทว่า เฉินจวินกลับปรายตามองนางราบนิ่งราวกับมองมดปลวก สายตาคู่นั้นกวาดผ่านถ้วยชาในมือของสนมหลิว ก่อนจะหยุดนิ่งประสานเข้ากับดวงตาคู่คมของหลี่ฟางเซียนที่ยังคงคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง
ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของท่านอ๋อง มีเพียงกระแสจิตอันลึกล้ำที่ส่งผ่านความเข้าใจอันสมบูรณ์แบบ — *ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว*
"ท่านอ๋องเสด็จมาก็ดีนัก หม่อมฉันกำลังสั่งสอนนางในผู้ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงผู้นี้อยู่พอดี" สนมหลิวยิ้มเยาะ พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อดับกระหาย โดยหารู้ไม่ว่า น้ำชาอุ่นๆ ที่นางเพิ่งกลืนลงคอไปนั้น... ได้ผสมเกสรดอกอู่หลานเจียวที่ไร้สีไร้กลิ่น ซึ่งจะค่อยๆ กัด
เซาะเส้นโลหิตหัวใจให้แหลกสลายภายในสามก้านธูป
ฟางเซียนลอบยิ้มเยาะในใจ รอยยิ้มที่งดงามราวกับภูตผีจำแลงกาย นางไม่ได้ลงมือสังหารสนมหลิวด้วยยาพิษร้ายแรงที่จับตัวได้ทันที แต่เลือกใช้ "พิษทวนคืนสนธยา" ที่ออกฤทธิ์ช้า และจะแสดงอาการคล้ายโรคหัวใจกำเริบยามที่ราตรีกาลมาเยือน ไม่มีหมอหลวงคนใดในวังหลวงจะตรวจสอบพบความผิดปกติ มีเพียงความตายที่ไร้ร่องรอยเท่านั้น
เฉินจวินเดินผ่านร่างของสนมหลิวไปราวนางเป็นเพียงอากาศธาตุ ขายาวก้าวหยุดตรงหน้าฟางเซียน มือหนายื่นลงมาฉุดรั้งข้อมือเรียวบางให้นางลุกขึ้นยืนเคียงข้างกายอย่างเปิดเผย ท่าทีอุกอาจเช่นนี้ทำเอาสนมหลิวหน้าถอดสีด้วยความริษยา
"ท่านอ๋อง... เหตุใดจึงทรงให้เกียรตินางในต่ำต้อยผู้นี้ถึงเพียงนี้?" สนมหลิวถามเสียงสั่นด้วยความขัดเคือง
เฉินจวินไม่แม้แต่จะปรายตาแล นางผู้โง่เขลานี้กำลังนับถอยหลังลมหายใจสุดท้ายของตนเอง ชายหนุ่มเพียงแต่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำกังวานราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่ม
"เพราะนาง... คือคนเดียวบนแผ่นดินนี้ ที่คู่ควรจะยืนเคียงข้างข้า"
สิ้นคำพูดนั้น สนมหลิวก็เซถอยหลังไปสองก้าว มือเรียวกุมหน้าอกซ้ายของตนเองโดยกะทันหัน ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดร้าวราญ ลมหายใจติดขัด ดวงตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อกระแสโลหิตอุ่นๆ ไหลย้อนขึ้นมาจากลำคอ
นางพยายามจะอ้าปากกรีดร้อง แต่กลับมีเพียงลิ่มเลือดสีดำสนิทสำรอกออกมาเปรอะเปื้อนอาภรณ์หรูหรา
"เจ้า... เจ้า... ในชานั่น..." สนมหลิวชี้ปลอกเล็บทองคำสั่นเทามาที่ฟางเซียน ร่างระหงทรุดฮวบลงกองกับพื้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่านางกำนัลที่เพิ่งวิ่งกรูเข้ามาในห้อง
ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังดิ้นรนอย่างไร้เรี่ยวแรงโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูที่กำลังดับสูญ
"จำไว้... ว่าความทะเยอทะยานที่ไม่มีสมอง จะนำพาเจ้าลงสู่ขุมนรกที่แม้แต่ความตายก็ยังปรานีไม่ได้... พระสนม"
สนมหลิวเบิกตากว้างเป็นครั้งสุดท้าย ลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดห้วนลงพร้อมกับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่นางไม่มีวันได้นำไปบอกใคร
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วตำหนัก และขันทีหน้าประตูต่างพากันหวาดผวาจนตัวสั่นเทานั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดหลังม่านมุก
"ช่างเป็นแผนการที่แยบยลและเด็ดขาดเสียจริง... พระชายาในอนาคตของข้า"
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ บุคคลผู้นี้... ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในหมากกระดานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน•ตอนที่ 6
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!