หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน•ตอนที่ 9

ความลับในหอจดหมาย

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
“หากเจ้าเปิดตลับไม้จันทน์ใบนี้ออก ความเป็นความตายของตระกูลขุนนางครึ่งค่อนราชสำนักจะถูกขีดเส้นใหม่ด้วยคมดาบของฝ่าบาท ทันทีที่รุ่งสางมาเยือน” เสียงทุ้มต่ำของอ๋องเฉินจวินดังก้องในความเงียบงันของหอจดหมายหลวง กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่อบอวลอยู่ในอากาศยามวิกาลคล้ายจะหนักอึ้งขึ้นเป็นเท่าตัว หลี่ฟางเซียนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางชั้นหนังสือสูงตระหง่าน แสงเทียนวูบไหวในมือของนางขับเน้นใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความกระหายในการล้างแค้น นางไม่ตอบทันที นิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อยาวกรอมเท้าค่อยๆ เกลี่ยไปตามสันหนังสือหนังแกะที่เรียงราย ความเย็นเยียบของกระดาษโบราณช่างเปรียบได้กับใจของนางในยามนี้—เยือกเย็นและเด็ดขาด “ท่านอ๋อง ท่านทราบดีว่าข้ามิได้ต้องการเพียงแค่การล้างบางขุนนางเหล่านั้น” ฟางเซียนเอ่ยเสียงแผ่ว ทว่ากังวานในความมืด “สิ่งที่ข้าต้องการคือการกระชากหน้ากากของผู้อยู่เบื้องหลังม่านพิษ ที่คอยบงการหมากบนกระดานนี้มาตลอดสิบปี... คนผู้นั้นที่แม้แต่ท่านก็ยังไม่กล้าเอ่ยนาม” เฉินจวินขยับกายเข้ามาใกล้ เงาร่างสูงใหญ่ของเขาทาบทับลงบนร่างระหง ความร้อนผ่าวจากร่างกายของชายชาติทหารตัดกับความเย็นชาของนางอย่างน่าประหลาด เขาหยิบม้วนจดหมายลับที่ประทับตราประหลาดรูป ‘นกกระเรียนไร้หัว’ ออกมาวางไว้ตรงหน้า “แผนการยึดบัลลังก์ไม่ได้เริ่มจากคมดาบที่ชายแดน แต่มันเริ่มจากการตัดเสบียงและเปลี่ยนเส้นทางเงินคลังในหอจดหมายแห่งนี้เอง ฟางเซียน... ดูนี่” ฟางเซียนคลี่ม้วนกระดาษออก ดวงตาของนางกวาดผ่านตัวอักษรเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชะงักลงที่รายชื่อขุนนางห้าตระกูลใหญ่ที่คุ้นตา พวกเขาไม่ใช่ขุนนางกังฉินธรรมดา แต่คือกลุ่มคนที่เป็นเสาหลักในการหนุนหลังองค์รัชทายาทผู้ปรีชาชาญในอดีต—ชายที่เคยเป็นสามีของนางในชาติก่อน ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นเข้าสู่หัวใจ แต่นางกดมันไว้ใต้ความนิ่งสงบ “พวกเขาสั่งจ้างนักฆ่าจากหอเหมันต์เพื่อเก็บกวาดพยานปากสำคัญในวันครบรอบพิธีบวงสรวง” นางพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้คลื่น “และในรายชื่อนี้... มีตราประทับของขุนนางกรมพิธีการซ่อนอยู่ใต้บรรทัดสุดท้าย หมายความว่าราชโองการปลอมที่จะประกาศออกมาในงานฉลองชัยนั้นถูกร่างเตรียมไว้แล้ว” “ใช่” เฉินจวินตอบ สายตาของเขาคมกริบดุจเหยี่ยวที่เฝ้ามองเหยื่อ “พวกมันวางหมากให้ฝ่าบาททรงมีพระอาการประชวรหนักในคืนวันนั้น เพื่อที่จะได้อ้างพระราชโองการปลอมขึ้นครองราชย์แทนที่องค์รัชทายาทองค์ปัจจุบัน” ฟางเซียนปิดตลับไม้จันทน์ลง เสียงไม้กระทบกันดัง ‘กริ๊ก’ ในความเงียบสงัด มันเป็นเสียงที่ฟังดูคล้ายเสียงโซ่ตรวนที่กำลังจะขาดสะบั้น นางหันมามองอ๋องเฉินจวินด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร “หากเราทำลายหมากกระดานนี้ทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้ พวกมันจะรู้ตัวทันทีว่ามีคนทรยศอยู่ในเงามืด แต่ถ้าเราปล่อยให้มันดำเนินไปจนถึงก้าวสุดท้าย... เราจะสามารถรวบตึงทั้งราชวงศ์และขุนนางทรยศเหล่านั้นมาไว้ในกำมือเดียว” เฉินจวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้ากำลังจะบอกว่า...” “ข้าจะเขียนจดหมายตอบกลับไปในนามของท่าน โดยใช้รหัสลับที่พวกมันหวาดกลัวที่สุด” นางยิ้ม มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าแฝงด้วยอันตราย “เราจะไม่ทำลายแผนของมัน แต่เราจะ ‘แทรกแซง’ กลไกที่พวกมันวางเอาไว้ให้มันหันกลับไปทำลายตัวมันเอง” ในขณะที่ทั้งสองกำลังจดจ่ออยู่กับการวางกลยุทธ์ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของฝีเท้าคนจำนวนหนึ่งก็ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก หอจดหมายที่ควรจะเงียบสงัดกลับกลายเป็นกับดักที่บีบให้พวกเขาสองคนต้องแนบชิดกันมากกว่าเดิม ฟางเซียนรีบดับเทียนในมือทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมจนเหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลัก นางรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของเฉินจวินที่รินรดอยู่ข้างใบหู “มีคนมา” เขาเตือนด้วยน้ำเสียงที่เบาที่สุด ทันใดนั้น บานประตูห้องลับก็ถูกผลักออกอย่างแรง แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างวาบไปทั่วพื้นที่ ทหารรักษาการณ์หอจดหมายพากันกรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ทว่าผู้ที่เดินนำหน้าเข้ามาไม่ใช่ทหารทั่วไป แต่เป็นหัวหน้ากรมพิธีการ—ชายผู้มีรอยยิ้มประดุจพระโพธิสัตว์แต่ใจอำมหิตราวปีศาจ “ท่านอ๋อง... ท่านมาทำอะไรในหอจดหมายหลวงยามวิกาลเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ?” ชายผู้นั้นเอ่ยถามพลางกวาดสายตาไปรอบห้องด้วยท่าทีสงสัย “และแม่นางผู้นี้... ข้าจำได้ว่านางคือข้าหลวงใหม่ที่พึ่งเข้าถวายตัวไม่ใช่หรือ?” เฉินจวินก้าวออกมาบังร่างของฟางเซียนไว้ มือขวาเลื่อนลงไปแตะที่ด้ามดาบคาดเอวอย่างใจเย็น “ข้าเพียงแค่มาหาตำราประวัติศาสตร์เก่าแก่บางเล่มที่ฝ่าบาททรงมีพระประสงค์จะอ่านในวันพรุ่งนี้ เจ้ามีปัญหาหรือ?” หัวหน้ากรมพิธีการหัวเราะเสียงแหลมสูง “ยามวิกาลเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ? อีกทั้ง...” เขาหยุดสายตาไว้ที่มือของฟางเซียนซึ่งซ่อนบางอย่างไว้ในแขนเสื้อ “มีบางสิ่งจากหอจดหมายหลวงที่ ‘หายไป’ ในคืนนี้ ข้าเกรงว่าข้าคงต้องขอตรวจสอบเสียหน่อย” ฟางเซียนก้าวออกมาจากด้านหลังของเฉินจวิน ใบหน้างดงามนั้นเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้นางจะเป็นเพียงข้าหลวงตัวเล็กๆ แต่นัยน์ตากลับสะกดคนทั้งห้องให้หยุดนิ่ง นางค่อยๆ หยิบม้วนกระดาษที่เฉินจวินเพิ่งยื่นให้เมื่อครู่ออกมาวางไว้บนโต๊ะไม้กลางห้อง “ท่านกรมพิธีการกำลังมองหา ‘สิ่งนี้’ อยู่ใช่หรือไม่?” ชายผู้นั้นชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นตราประทับนกกระเรียนไร้หัวบนม้วนกระดาษนั้น ฟางเซียนยิ้มหวาน—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวาบ นางไม่ได้ยื่นให้เขา แต่กลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นางสะบัดข้อมือเพียงนิด กระดาษในมือก็ปลิวว่อนไปในอากาศ ก่อนที่นางจะคว้าตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะทุ่มลงไปบนกองกระดาษที่ร่วงหล่นลงพื้นเบื้องหน้าพวกเขาทุกคน! เปลวไฟลุกโชนขึ้นทันทีท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของทหารรอบข้าง “เจ้าทำอะไรลงไป!” หัวหน้ากรมพิธีการแผดเสียงลั่น ฟางเซียนจ้องมองเปลวไฟที่กำลังกัดกิน ‘ความลับ’ ของคนเหล่านั้นด้วยแววตาสมเพช “สิ่งที่ควรถูกเผาทำลาย ก็ควรจบลงในกองเพลิงเช่นนี้แหละค่ะ... และในเมื่อหลักฐานชิ้นสำคัญหายไปกับตา ท่านจะเอาสิ่งใดไปทูลฟ้องฝ่าบาทล่ะคะว่าท่านพบเห็นความลับของกบฏในคืนนี้?” ทว่าในวินาทีที่เปลวไฟกำลังจะมอดดับลง เสียงปรบมือดังแว่วมาจากเงามืดด้านหลังทหารรักษาการณ์ ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมา—เป็นบุรุษที่ฟางเซียนเกลียดชังที่สุดในชาติก่อน ‘องค์รัชทายาท’ เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่ในมือถือพระราชโองการสีทองอร่ามที่ประทับตราหลวงไว้อย่างชัดเจน “ไม่ต้องหาหลักฐานแล้ว” เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางมองมาที่ฟางเซียนด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “เพราะข้ามีสิ่งที่สำคัญกว่าหลักฐาน... คือ ‘คำสั่งประหาร’ คนที่บังอาจแอบอ้างเข้าหอจดหมายหลวงยามวิกาล” ฟางเซียนรู้สึกถึงแรงกระชากที่แขนจากเฉินจวิน นี่คือการต้อนเข้ามุมที่คาดไม่ถึง... หมากกระดานนี้ไม่ได้มีเพียงพวกนางที่วางแผน แต่ศัตรูกำลังเดินเกมที่เหนือกว่าเพียงก้าวเดียว ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในหมากกระดานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%