กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับคาวโลหิตจางๆ ลอยอวลอยู่ในตำหนักชิงหลัน ยามนี้ราตรีล่วงเข้าสู่ยามสาม ความเงียบงันระคนความกดดันแผ่ซ่านดั่งม่านหมอกหนาทึบที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตที่ย่างกรายเข้ามา หลี่ฟางเซียนนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์แกะสลัก นางอยู่ในชุดนางในสีครามเข้มเรียบง่าย ทว่าเรือนร่างระหงกลับแผ่กลิ่นอายอำนาจที่เหนือกว่าสตรีใดในวังหลวง ปิ่นหยกขาวบนมวยผมสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างลึกซึ้ง ดวงตาดอกท้อหงส์คู่สวยทอดมองจอกสุราตรงหน้าด้วยแววตาราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงประกายความเย็นเยียบที่สะท้อนเงาความแค้นนับร้อยปี
เบื้องหน้าของนางคือใต้เท้าจาง... ขุนนางเฒ่าผู้เรืองอำนาจ เสาหลักฝ่ายพลเรือนผู้เหิมเกริมและเหยียบย่ำผู้อื่นมาทั้งชีวิต บัดนี้ใบหน้ายับย่นตามวัยกลับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ มือที่ถือจอกสุราสั่นระริกจนของเหลวสีอำพันกระฉอกเปื้อนนิ้ว
"เจ้า... เจ้าใส่อะไรลงไปในสุรา..." เสียงแหบพร่าของใต้เท้าจางดังขึ้นอย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีก้อนเหล็กร้อนรุมแผดเผาหลอดลม สายตาที่เคยเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ยามเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองกำลังก้าวขาเข้าสู่ประตูแห่งความตาย
"ใต้เท้าจางย่อมจำได้ดีกระมิดกระเมียน..." ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากังวานก้องบาดลึกถึงขั้วหัวใจ นางค่อยๆ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงเทียนวับแวมสาดส่องกระทบใบงามที่ไร้รอยยิ้ม "เมื่อสามปีก่อน ท่านเป็นผู้ลงนามอนุมัติฎีกาเท็จเพื่อใส่ร้ายตระกูลหลี่ของข้า ประหารชีวิตบริสุทธิ์เจ็ดสิบกว่าชีวิตด้วยข้อหากบฏ... สุราจอกนี้ รสชาติเทียบไม่ได้เลยกับหยาดน้ำตาของมารดาข้าในคืนวันนั้น"
"เจ้า... นังสารเลว... เจ้ากล้าดียังไง..." ใต้เท้าจางพยายามจะลุกขึ้นหมายคว้าตัวนาง ทว่าพิษร้ายกลับแล่นริ้วเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว ร่างอ้วนท้วนทรุดฮวบลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เลือดสีดำคล้ำกระอักพุ่งออกมาจากปากเปื้อนพรมปักลายหงส์สีทองจนกลายเป็นรอยด่างน่าสยดสยอง
ในวินาทีนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคง ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมฆารjาตเดินเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง กลิ่นอายความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันตา อ๋องเฉินจวินกวาดสายตาคมกริบมองร่างที่กำลังดิ้นรนทุรนทุรายของขุนนางชั่วช้า ก่อนจะเบนสายตามาสบกับดวงตาคู่สวยของฟางเซียน ความห่วงใยที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเยือกเย็นฉายชัดขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบดั่งเดิม
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่" สุทธิน้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม พลางทรุดกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม นางในสาวไม่ตอบคำถามนั้นโดยวาจา หากแต่รินสุราอีกจอกยื่นส่งให้เขาด้วยท่าทีนิ่งสงบ
"สำหรับกุนซือผู้ชาญฉลาดเช่นท่านอ๋อง เรื่องแค่นี้จะมีสิ่งใดผิดพลาดได้หรือเพคะ" ฟางเซียนแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่ากลับอาบยาพิษ "ขุนนางผู้ชั่วช้าคนแรก... ล้มลงแล้ว ยังเหลืออีกสี่คนที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังบัลลังก์มังกร"
เฉินจวินรับจอกสุรามาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับผิวกระเบื้องเคลือบเย็นเยียบ เขามองหน้าสตรีผู้กุมหัวใจและแผนการทั้งหมดไว้ในกำมือ แววตาคมปลาบฉายแววชื่นชมระคนระวัง "เจ้าใจกล้าเกินไปแล้ว ฟางเซียน หากองค์จักรพรรดิหรือมเหสีล่วงรู้ว่าเจ้าเป็นผู้ชักใยเบื้องหลังความตายของใต้เท้าจางในคืนนี้ ต่อให้ข้ามีกองกำลังนับแสน ก็ยากจะปกป้องเจ้าจากโทษทัณฑ์ช้าได้"
"ข้าไม่เคยคิดพึ่งพาการปกป้องจากผู้ใดตั้งแต่ก้าวเท้ากลับเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้แล้วเพคะ ท่านอ๋อง" ฟางเซียนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามั่นคงดั่งหินผา นางลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปหยุดยืนเบื้องหน้าหน้าต่างบานแกะสลักที่เปิดรับลมราตรี สายลมเย็นพัดพาเอาเส้นผมสีดำสนิทไหวระ1ข้างแก้ม "ความแค้นของตระกูลหลี่... เลือดต้องล้างด้วยเลือดเท่านั้น"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดและการวางหมากตานต่อไป ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมเสียงเกือกม้ากระทบพื้นศิลาจากด้านนอกตำหนักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของขันทีหน้าตำหนักแว่วเข้ามา
"ใต้เท้าอัครมหาเสนาบดีมาถึงแล้ว! ขอเข้าเฝ้าองค์ชายและตรวจสอบตำหนักชิงหลันตามราชโองการด่วน!"
เฉินจวินขมวดคิ้วมุ่นทันที แววตาคมกริบหันขวับกลับมามองฟางเซียนที่ยังคงยืนนิ่งสงบราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนากุมด้ามกระบี่ข้างกายโดยสัญชาตญาณ
"ดูเหมือนว่า... หมากตาที่สองจะเดินเร็วกว่าที่คาดไว้" ฟางเซียนพึมพำเบาๆ ดวงตาดอกทอส่องประกายวาววับท่ามกลางแสงเทียนที่ริบหรี่ใกล้ดับ
และก่อนที่เฉินจวินจะทันได้เอ่ยปากทักท้วง ประตูตำหนักก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ แสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นและราชโองการสีทองอร่ามในมือ—คนผู้คนนั้นคืออัครมหาเสนาบดีผู้กุมอำนาจสูงสุดในราชสำนัก... ผู้เป็นบิดาแท้ๆ ของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน และเป็นศัตรูตัวฉกาจที่นางหมายหัวไว้เป็นรายต่อไป!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในหมากกระดานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน•ตอนที่ 12
เลือดนองในราชสำนัก
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!