กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระยับลอยวนอยู่ในตำหนักบูรพา ทว่าสำหรับหลี่ฟางเซียนแล้ว กลิ่นนี้กลับเจือด้วยกลิ่นอายคาวเลือดของความทรงจำในชาติภพก่อนอย่างเด่นชัด ปิ่นปักผมหยกขาวสลักลายดอกโบตั๋นในมือของนางเย็นเฉียบ ราวกับอุณหภูมิของร่างไร้วิญญาณที่นางเคยทอดทิ้งไว้เบื้องหลังบนลานประหารในวันนั้น
"นางกำนัลหลี่... พระชายารับสั่งให้เจ้าเร่งนำกาน้ำชาสมุนไพรนี้ไปถวายองค์ชายรองโดยเร็ว อย่าให้เสียพิธี"
เสียงแหบพร่าของขันทีหนุ่มผู้ดูแลฝ่ายในดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของนาง พร้อมกับพยักเพยิดไปยังถาดกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามในมือ ซึ่งบรรจุถ้วยชาอุ่นร้อนคุกรุ่น
ฟางเซียนกะพริบตาช้าๆ ไล่ภาพเงาแห่งความตายออกไป รอยยิ้มบางเบาชนิดหนึ่งระบายขึ้นบนเรียวปากสีชาด—รอยยิ้มที่งดงามราวกับบุปผางามแรกแย้ม ทว่ากลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาว ในชาติก่อน นางคือผู้โง่เขลาที่นำถ้วยชานี้ไปส่งด้วยมือตนเอง ถ้วยชาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นยาพิษปลิดชีพรัชทายาท จนนำไปสู่ข้อหาทรยศหักหลังและล้างบางตระกูลหลี่จนสิ้นซาก
แต่วันนี้... หมากตานั้นจะไม่เดินไปตามทางเดิมอีกแล้วค่ะ
"รับทราบแล้วเจ้าค่ะ รบกวนท่านกง公公 (กงกง) กลับไปทูลพระชายาว่า หม่อมฉันจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยไม่ให้เสียพระพักตร์อย่างแน่นอน"
ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวไว้ภายใต้กิริยาอ่อนน้อมถ่อมตน นางย่อกายลงคารวะอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนักทุกกระเบียดนิ้ว ก่อนจะหมุนตัวเดินถือถาดชาออกจากห้องโถง ทิ้งให้สายตาเคลือบแคลงของขันทีเฒ่ามองตามด้วยความฉงน
ย่างก้าวของนางมั่นคงและสง่างาม อาภรณ์ผ้าไหมสีมรกตสะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวมยามต้องลมหนาวที่พัดผ่านระเบียงทางเดิน ทว่าในใจของนางกำลังคำนวณหมากกระดานนี้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
*หากนางนำชาถ้วยนี้ไปถวายองค์ชายรองตามคำสั่ง พระชายาผู้เป็นมารดาก็จะโยนความผิดเรื่องการลอบปลงพระชนม์มาที่นางทันที แต่หากนางปฏิเสธดื้อๆ โทษสถานหนักคือข้อหาขัดราชโองการในเรือนหลัง*
ดังนั้น... ทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่การหลบหนี แต่เป็นการ "ยืมมือ" ผู้อื่นมาพลิกกระดานต่างหากเล่าคะ
ขณะที่นางกำลังเดินเลี้ยวผ่านสวนหินไท่หูอันเงียบสงบ เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากความมืดมิดของแนวต้นสนฉัตรอย่างเงียบเชียบ ปราศจากแม้แต่เสียงฝีเท้า ชายหนุ่มผู้มีสันกรามคมคายดั่งรูปสลักและดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้น—อ๋องเฉินจวิน
เขามองนางนิ่งนาน ราวกับต้องการอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงวิญญาณที่เพิ่งฟื้นคืนชีพของสตรีตรงหน้า
"เจ้ากำลังจะเดินไปสู่หลุมศพของตนเองอีกครั้งหรือไร... ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำเอמהพลอดลอดลอดไรฟัน แฝงด้วยกระแสความห่วงใยที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์
ฟางเซียนหยุดเดิน นางมิได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ราวกับล่วงรู้ถึงการมาของเขาอยู่แล้ว นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้เคยเป็นเงาดำปกป้องนางจนลมหายใจสุดท้ายในชาติก่อน ดวงตาคู่คมของนางพราวระยับด้วยประกายแห่งความฉลาดลึกซึ้ง
"ท่านอ๋องมาได้จังหวะพอดียิ่งนักเพคะ..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มใต้หน้ากากความเยือกเย็นเผยให้เห็นความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้แข็งกระด้างกระตุกวูบ "หม่อมฉันกำลังคิดอยู่พอดีว่า ถาดชาถ้วยนี้ หากนำไปเปลี่ยนเป็นน้ำชาไร้พิษที่ผสมเกล็ดหิมะพันปีของท่าน จะทำให้องค์ชายรองทรงพระสำราญขึ้น หรือจะทรงกริ้วจนกระอักโลหิตกันแน่?"
เฉินจวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสะท้อนความพึงพอใจและทึ่งระคนกัน เขาขยับกายเข้าไปใกล้จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทน์หอมผสมผสานกันอย่างลึกล้ำ มือหนาเอื้อมไปแตะขอบถาดกระเบื้องเคลือบเบาๆ
"เจ้าเปลี่ยนไปมาก... ฟางเซียน" เขาเอ่ยชิดริมหูของนาง เสียงนั้นกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว "ความแค้นหล่อหลอมให้สตรีอ่อนหวานเช่นเจ้ากลายเป็นปีศาจกระหายเลือดตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
"หม่อมฉันมิใช่ปีศาจเพคะ..." นางเอียงคอมองเขา รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากช่างงดงามจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หม่อมฉันเพียงแต่เป็นผู้ทวงคืนความยุติธรรม... ในเมื่อพวกมันเลือกที่จะขีดเส้นทางความตายให้หม่อมฉันในชาติก่อน เช่นนั้นในชาตินี้ หม่อมฉันก็จักต้องส่งคืนความตายนั้นให้พวกมันลิ้มลองทีละคน... เริ่มจากถ้วยชานี้เป็นอย่างไรเล่าเพคะ?"
เฉินจวินแค่นหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แววตาคมกريบฉายประกายอำมหิตที่เข้ากันได้ดีกับนางยิ่งนัก เขาไม่ได้ห้ามปราม กลับเป็นฝ่ายยื่นมือไปหยิบกานชาบนถาดของนางออก แล้วส่งกาน้ำชาอีกใบที่เตรียมไว้สำรองยัดใส่มือนางแทนอย่างรู้ใจ
"ถ้าเช่นนั้น... ข้าจะช่วยเปิดทางให้เจ้าเดินไปตบหน้าพวกมันให้สาสม" เฉินจวินกระซิบเสียงพร่า "แต่หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จ เจ้าต้องตอบคำถามข้าข้อหนึ่ง... เหตุใดในความฝันของข้า เจ้าถึงร้องไห้เรียกชื่อข้าในวันที่เจ้าสิ้นลม?"
ฟางเซียนชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามาตลอดการย้อนเวลากลับเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่เป็นจังหวะ นางยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดเพื่อตอบคำถามนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนก้องของขันทีหน้าตำหนักก็ดังแหวกอากาศเข้ามาเสียก่อน
"แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วองค์ชายรองทรง...!"
ขันทีน้อยวิ่งหน้าตาตื่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นท่านอ๋องเฉินจวินยืนประจันหน้าอยู่กับนางในหลี่ฟางเซียนในมุมลับตาคนยามวิกาลเช่นนี้
ฟางเซียนหาได้มีความตื่นตระหนก นางเพียงแต่แย้มยิ้มอย่างใจเย็น ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติในพริบตา ก่อนจะก้าวเท้าเดินนำหน้าขันทีน้อยผู้นั้นไปอย่างสง่างาม โดยมีท่านอ๋องเฉินจวินเดินตามหลังในฐานะผู้สังเกตการณ์ที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางทางนาง
เมื่อนางก้าวเข้าสู่ตำหนักส่วนในขององค์ชายรอง บรรยากาศภายในกลับกดดันจนแทบหยุดหายใจ พระชายาเอกประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาดุดจ้องมองมาที่นางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บนพื้นเบื้องหน้ามีร่างของนางกำนัลคนสนิทนอนตัวสั่นงันท่ามกลางกองเลือดสดๆ ที่ไหลรินออกมาจากมุมปาก
"หลี่ฟางเซียน! เจ้ากล้าดียังไงถึงบังอาจนำยาพิษมาถวายองค์ชายรอง!" พระชายาตบโต๊ะเสียงดังสนั่นลั่นห้องโถง "ทหาร! จับตัวนางกดลงแล้วกรอกยาพิษปิดปากนางเสียเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ทหารองครักษ์ร่างกำยำนับสิบนายก็ชักดาบออกจากฝักแล้วพุ่งตรงเข้ามาหมายจะรวบตัวฟางเซียนไว้ในพริบตา
ทว่า... ก่อนที่คมดาบจะทันได้แตะต้องชายผ้าของนาง เฉินจวินก็ก้าวพรวดเดียวมาขวางหน้าฟางเซียนไว้ พร้อมกับสะบัดชายเสื้อคลุมเพียงครั้งเดียว พลังลมปราณอันรุนแรงก็ซัดร่างของทหารองครักษ์เหล่านั้นกระเด็นกระดอนถอยหลังไปคนละทิศคนละทางจนล้มระเนระนาด!
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตำหนักในทันที พระชายาหน้าถอดสีด้วยความตกใจกลัวจนตัวสั่นเทิ้มยามเมื่อสบเข้ากับดวงเนตรดุร้ายดั่งพญาอินทรีของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน
ฟางเซียนก้าวออกมาจากเงาร่างสูงของเฉินจวิน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง นางค่อยๆ ยกถ้วยชาในมือขึ้นมาจิบช้าๆ ต่อหน้าทุกคน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของชาในถ้วย ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยเสียงกริ๊กเบาๆ ที่ดังก้องกังวานไปทั่วห้อง
"พระชายาทรงใจร้อนเกินไปแล้วเพคะ..." ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่ากดดันจนคู่สนทนาแทบหายใจไม่ออก "ชาถ้วยนี้หาได้มีพิษไม่... แต่หากท่านทรงสงสัยนัก หม่อมฉันเกรงว่าผู้ที่ควรดื่มมันเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์... ควรจะเป็นตัวพระชายาเองเสียมากกว่ากระมังคะ?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปพร้อมกับข้าในหมากกระดานนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน•ตอนที่ 2
รอยยิ้มใต้หน้ากากน้ำแข็ง
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!