ความเจ็บปวดจากการถูกกรอกน้ำแกงมรณะลงคอยังคงแผดเผาร้อนรุ่ม ราวกับลิ้นเหล็กเผาไฟที่ลากผ่านหลอดลมจนแหลกสลาย รสชาติขื่นขมและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในโพรงปากยังคงติดตรึง ชัดเจนเสียจนหลี่ฟางเซียนสะดุ้งสุดตัว กอบโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดตระหนก
ทว่า—ความหนาวเหน็บที่ควรจะฝังรากลึกอยู่ใต้ผืนดินอันไร้ก้นบึ้งของตำหนักเย็น กลับถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นนุ่มมือของผ้าแพรปักลายหงส์สวรรค์ และกลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่ลอยวนอวลอยู่ปลายจมูก
“คุณหนู… คุณหนูฟางเซียนเจ้าคะ! ท่านฟื้นแล้วหรือ เหตุใดจึงเหงื่อท่วมกายเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”
เสียงหวานคุ้นเคยที่ขาดหายไปนานนับสิบปีดังขึ้นข้างหู ฟางเซียนพลันเบิกตากว้าง ความมืดมิดในห้วงสุดท้ายแห่งชีวิตที่นางถูกทรมานจนลมหายใจรดริน ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแสงสลัวของห้องนอนคุ้นตา—ห้องนอนของนางในจวนสกุลหลี่ สมัยที่นางยังมีอายุเพียงสิบ6ปีบริบูรณ์
นางก้มลงมองเรียวนิ้วของตนเอง ผิวพรรณผุดผ่องไร้ซึ่งรอยแผลเป็นจากการถูกทรมานด้วยเข็มเหล็ก เล็บมือสะอาดสะอ้านไม่มีคราบโลหิตและหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง
ย้อนกลับมา… นางย้อนเวลากลับมาแล้วจริงๆ!
“ข้า… ข้ายังไม่ตายหรือ…” เสียงของนางแหบพร่า ดวงตาคู่หงส์ที่เคยหม่นหมองไร้ประกายในชาติภพก่อน บัดนี้กลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยแสงสว่างแห่งความอาฆาตมาดร้ายและสติปัญญาที่ผ่านการเคี่ยวกรนจากนรกภูมิ
“โธ่ คุณหนูพูดจาเหลวไหลอันใดกันเจ้าคะ วันนี้เป็นวันสำคัญยิ่งก่อนวันคัดเลือกตัวนางสนองพระโอษฐ์นะเจ้าคะ นายท่านกับฮูหยินกำลังรอให้ท่านไปลองชุดปักดิ้นทองที่ห้องโถงใหญ่ หากท่านยังนอนเหม่อเช่นนี้ เกรงว่าจะไปสายและเสียพิธีนะเจ้าคะ” ‘ชุนฮวา’ สาวใช้คนสนิทเอ่ยเตือนด้วยความร้อนรน นางไม่ล่วงรู้เลยแม้แต่น้อยว่าเบื้องหลังแววตาคู่สวยที่กำลังมองมานั้น แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ลึกล้ำดั่งเหวลึก
วันคัดเลือกตัวนางสนองพระโอษฐ์…
ริมฝีปากบางเฉียบยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ชาติก่อน นางก้าวเข้าสู่ตำหนักในด้วยความไร้เดียงสา หวังเพียงครองใจองค์รัชทายาทผู้เยือกเย็น ทว่าสุดท้ายกลับตกเป็นเครื่องมือในเกมอำนาจของสนู๋ฮองเฮาและตระกูลหลี่สายรอง ถูกยัดเยียดข้อหาคบชู้ และถูกบังคับให้ดื่มยาพิษประหารชีวิตโดยคนที่นางมอบหัวใจให้
แต่ในชาตินี้… หมากกระดานนี้ได้ถูกสับเปลี่ยนผู้เล่นแล้ว
“ช่วยข้าผลัดผ้าเถอะ ชุนฮวา” ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงอำนาจจนสาวใช้ตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและก้มหน้ารับคำอย่างลนลาน “ชุดสีชมพูอ่อนปักลายดอกท้อที่ฮูหยินเตรียมให้ จงเก็บลงหีบไปเสีย วันนี้ข้าจะสวมชุดสีแดงชาดปักลายหงส์บินผ่าเมฆา”
ชุนฮวาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง “แต่… แต่ว่าชุดสีแดงชาดสำหรับสตรีที่ออกเรือนแล้ว หรือผู้มีฐานันดรสูงส่งเท่านั้นนะเจ้าคะ อีกทั้งวันคัดเลือก ห้ามสวมสีฉูดฉาดขัดตา…”
“ข้าบอกให้เจ้าไปหยิบมา” ฟางเซียนหันกลับมามองด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีด เพียงชั่วพริบตาเดียวที่สตรีวัยสิบหกปีส่งสายตาคู่นั้นออกมา ชุนฮวาก็รู้สึกราวกับตนเองกำลังยืนอยู่หน้าเหวลึกไร้ก้นบึ้ง ขาสั่นเทาจนต้องรีบก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้มาจากไหนกัน ทั้งที่เมื่อวานคุณหนูของนางยังเป็นเพียงคุณหนูผู้เรียบร้อยอ่อนหวานคนหนึ่งเท่านั้น!
“บ… บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าคะ” ชุนฮกละล่ำละลักวิ่งออกไปจากห้องทันที
ฟางเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางก้าวเดินไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองเงา สะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามล่มเมืองที่ยังคงความอ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอยแห่งความชราและความทุกข์ตรม นางยกมือขึ้นลูบโครงหน้าของตนเองแผ่วเบา ความแค้นที่สุมอกอยู่เปรียบเสมือนไฟสำรอกที่รอวันแผดเผาทุกคนให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน
*พี่หญิงใหญ่… ท่านแม่เลี้ยงผู้ใจร้าย… และองค์รัชทายาทผู้ไร้สัจza* ในเมื่อพวกท่านเป็นผู้มอบความตายอันแสนทุรนทุรายให้แก่ข้า ในชาตินี้ ข้าจะค่อยๆ ถลกหนังพวกท่านทีละชั้น ถอนรากถอนโคนอำนาจของสกุลหลี่สายรอง และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกมันให้จมอยู่ใต้ธรณีประตูวังหลัง!
ขณะที่ฟางเซียนกำลังดื่มด่ำกับแผนการแก้แค้นในใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าเรือนพัก พร้อมกับเสียงรายงานของบ่าวรับใช้ชายที่ดังแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก
“เรียนคุณหนู… มีราชโองการด่วนจากกองทัพพิทักษ์ทิศเหนือ! ท่านอ๋องเฉินจวิน แม่ทัพใหญ่ผู้พิทักษ์ประทับม้ามาถึงหน้าจวนสกุลหลี่แล้วขอรับ! และ… และเขากำลังมุ่งหน้ามายังเรือนพักของคุณหนูโดยไม่รอการต้อนรับจากนายท่านเลยแม้แต่น้อย!”
หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ ทว่าไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นความโหยหาและแปลกใจที่ระลอกคลื่นความทรงจำซัดสาด
เฉินจวิน… ท่านอ๋องผู้เย็นชาที่ในชาติก่อนเคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางในวาระสุดท้ายของชีวิต ชายผู้ควบม้าฝ่ากองทัพนับหมื่นเพื่อมาทวงความยุติธรรมให้นาง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตนเองก็ตาม เหตุใดในเวลานี้ ก่อนวันคัดเลือกนางสนองพระโอษฐ์ถึงหนึ่งวัน เขาถึงได้บุกมาถึงเรือนพักของนางเช่นนี้!
ประตูกระดาษสาถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือของบุรุษผู้หนึ่ง ร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีดำสนิทประดับลวดลายเงินยวง กลิ่นอายสนามรบและกลิ่นคาวเลือดเจือจางลอยอบอวลเข้ามาปะทะจมูก ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสำรวจทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างของนาง
เฉินจวินหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงบดขยี้ของก้อนศิลาเอ่ยขึ้นด้วยความระแวงและดุดัน
“หลี่ฟางเซียน… เจ้าคิดจะเล่นเกมอันใดกันแน่ เหตุใดจึงมีรายชื่อของเจ้าอยู่ในบัญชีสายลับของแคว้นฉีที่กองทัพของข้าเพิ่งกวาดล้างเมื่อคืนนี้?”
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปพร้อมกับข้าในหมากกระดานนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน•ตอนที่ 1
กลิ่นคาวเลือดที่หวนคืน
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!