กลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมผสมกับกลิ่นฝนโปรยปรายยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องเช่าแคบๆ ห้องเดิม ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความอึดอัดที่พร้อมจะช็อตทุกวินาที
ฌานนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเก่าๆ สีมอซอ ใบหน้าคมคายเรียบตึงจนแทบจะเป็นก้อนหิน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งแสงของรินที่ลอยวนเวียนอยู่ใกล้หน้าต่าง ท่าทางลอยชายไม่รู้ร้อนรู้หนาวนั่นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนคนมองอยากจะคว้าผ้ายันต์มาแปะปากสักทีสองที
"เลิกทำหน้าเป็นยักษ์กินตับสักทีได้ไหมคะคุณหมอผี หน้าบึ้งแบบนั้นเดี๋ยวริ้วรอยก่อนวัยถามหาไม่รู้ด้วยนะ"
เสียงหวานใสเอ่ยแซะขึ้นมาก่อน พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาแบบไม่เกรงกลัวรัศมีอำนาจมืดของเจ้าของห้องเลยสักนิด รินหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า แม้เธอจะเป็นแค่วิญญาณความจำเสื่อม แต่เรื่องยั่วโมโหฌานนี่เธอยกให้เป็นงานถนัดอันดับหนึ่ง
"ถ้าวิญญาณอย่างเธอมีร่างเนื้อนะ ฉันคงใช้ยันต์ห้าแถวฟาดปากให้เลือดกลบไปนานแล้ว ริน"
ฌานสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนที่เคลือบน้ำผึ้ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืน ปมในอดีตเกี่ยวกับการสูญเสียพลังยังคงหลอกหลอน และการที่มีผีสาวจอมกวนประสาทมาป้วนเปี้ยนใกล้ชิด ก็ยิ่งทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้
"อุ๊ย ใจร้ายจังเลยนะคะ" รินแสร้งทำเป็นยกมือทาบอก ทำตาโตตกอกตกใจเกินจริง ก่อนจะเคลื่อนกายเข้ามาใกล้จนเกือบชิด ร่างโปร่งแสงทอดตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าโซฟาที่ฌานนั่งอยู่ ดวงตาสีรัตติกาลช้อนมองขึ้นมาสบตา "เมื่อคืนใครกันนะที่ร้องไห้งอแงกลัวฉันหายไปไหน... อ๊ะ หรือว่าฉันฝันไปเองคะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ฌานชะงักกึก เปลือกตาปิดลงช้าๆ เพื่อซ่อนประกายความไหววูบในดวงตา มือเรียวที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว รินรู้จุดอ่อนของเธอดีเสมอ และเธอก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ดันไปเผลอแสดงความอ่อนแอให้ผีตนนี้เห็น
"ฉันไม่ได้งอแง และเธอไม่ได้สำคัญขนาดนั้น" ฌานเปิดเปลือกตาขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาไร้ความรู้สึกดังเดิม "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย ริน"
"ปากแข็งจังนะคะ" รินยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนฌานสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย แต่มันไม่ใช่ความหนาวเหน็บที่น่ากลัว... มันเป็นความเย็นที่คุ้นเคยและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ "ทั้งๆ ที่เมื่อคืนกอดฉันซะแน่น ไม่ยอมปล่อยให้ไปไหนแท้ๆ ปากบอกว่าไม่แคร์ แต่หัวใจเต้นดังจนผีอย่างฉันยังได้ยินเลยนะคะ"
"ริน!" ฌานเผลอตะคอกเสียงดัง ใบหน้าสวยเฉียบขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ความซึนเดระของเธอกำลังจะพังทลายลงตรงนี้เมื่อเจอคำพูดจี้จุดดำน้ำลึกของอีกฝ่าย
"ค่ะ? เรียกซะเสียงดังเชียว หูฉันไม่ได้หนวกนะคะคุณหมอผี" รินหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจที่ได้เห็นคนปากแข็งเสียอาการ เธอค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเป็นร่างไร้น้ำหนักแต่วิธีการเคลื่อนไหวกลับเย้ายวนใจจนน่าประหลาด "ที่ฉันยอมกลับมาหา ไม่ได้แปลว่ายอมให้คุณมาดุด่าว่ากล่าวหรอกนะคะ..."
รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไปเล็กน้อย แววตาของวิญญาณสาวทอประกายความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง มือเรียวโปร่งแสงเอื้อมออกไปราวกับจะสัมผัสแก้มเนียนของคนตรงหน้า แม้ปลายนิ้วจะทะลุผ่านความร้อนผ่าวของผิวเนื้อไปไม่ได้ แต่ความเย็นยะเยือกที่เฉียดผ่านก็ทำให้ฌานสะท้านเฮือก
"ฉันแคร์ต่างหาก... ถึงได้ยอมกลับมาคุยดีๆ ด้วย" รินเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนก้องอยู่ในความเงียบของห้อง "คนใจร้ายอย่างคุณ มีแค่ฉันคนนี้นี่แหละค่ะที่ทนได้"
ฌานเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เคยด้านชากลับถูกกระทุ้งด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ความโกรธขึ้งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นสายเล็กๆ ที่ไหลซ่านเข้ามาในอก เธอกลอกตามองเพดานอย่างจนใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยอมจำนนต่อความดื้อรั้นและคารมของผีสาวตรงหน้า
"เธอนี่มัน..." ฌานส่ายหัวเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "ถ้าจะอยู่ต่อ ก็ห้ามทำตัวน่ารำคาญแบบเมื่อวานอีก เข้าใจไหมคะ?"
"รับทราบค่ะ ท่านหมอผีคนสวย" รินยิ้มกว้างจนตาหยี ท่าทางดีใจเหมือนเด็กได้10เต็ม10
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาสู่ความหวานชื่นแบบซึนๆ บรรยากาศรอบห้องก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ลมพัดกระโชกแรงจนหน้าต่างห้องตีกับวงกบเสียงดังปัง! รอยยิ้มบนใบหน้าของรินแข็งค้าง ดวงตาคู่สวยหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งในยามวิกาล ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเดินมาหยุดรอก่อนหน้า และที่สำคัญ... กลอนประตูด้านนอกถูกล็อกไว้อย่างหนาแน่นด้วยยันต์อาคมที่ฌานเป็นคนลงมือติดเองกับมือ!
ฌานผุดลุกขึ้นยืนจากโซฟาโดยอัตโนมัติ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและระแวดระวัง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ประตูไม้เก่าๆ รินเคลื่อนกายมาอยู่เคียงข้าง สีหน้าของวิญญาณสาวไร้ซึ่งความขี้เล่นเมื่อครู่ เหลือเพียงความตื่นตัวระดับสูงสุด
มือเรียวของฌานเอื้อมไปหยิบกริชอาคมที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะ ขณะที่เสียงเคาะครั้งที่สี่ดังขึ้น... พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ลอดผ่านรอยแยกของประตูเข้ามา
*"เปิดประตูให้ฉันหน่อย... ลูกสาวตัวดี"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผูกพันนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 20
คืนดีกันแบบซึนๆ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!