กลิ่นอายความชื้นของฝนที่เพิ่งขาดเม็ดในยามวิกาล ผสมผสานกับกลิ่นควันธูปจางๆ จากศาลาลอยริมถนน ทำให้ตรอกแคบๆ ย่านเมืองเก่าดูวังเวงราวกับฉากในภาพยนตร์สยองขวัญเกรดบี แต่สำหรับ ‘ฌาน’ แล้ว ความวังเวงพวกนี้ยังไม่น่าหงุดหงิดเท่าความว่างเปล่าในห้องพักชั้นสี่ ที่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่เงาร่างโปร่งแสงของผีสาวจอมกวนประสาทคอยนั่งไขว่ห้างส่งยิ้มกวนบาทาให้อีกต่อไป
ร่างบางในชุดโค้ทกันหนาวสีเข้มสาวเท้าเร็วจนเกิดเสียงก๊อกแก๊กสะท้อนไปตามผนังตึกเก่าคร่ำครึ มือเรียวที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกำลังกำยันต์กระดาษสาจนยับยู่ยี่ด้วยความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธมาตลอดทาง
*ยัยผีบ้านี่... คิดจะหนีเที่ยวหรือไง*
ปากก็บ่นพึมพำด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะจนน่ารำคาญ ฌานหยุดยืนตรงทางสามแพร่งที่มีแสงไฟกะพริบจากป้ายนีออนสีแดงก่ำสาดส่องลงมา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัว พลังวิญญาณในกายถูกเร่งเร้าจนแผ่ไอเย็นเยียบออกมาจากปลายนิ้ว เพื่อค้นหาคลื่นพลังงานเอกลักษณ์ที่ติดตัวรินมาตลอด
"ถ้าหาตัวเจอเมื่อไหร่ แม่จะจับมัดแล้วโยนลงหม้อน้ำมนต์ให้เข็ดฐานบัง1อาจหายไปเฉยๆ แบบนี้..."
ฌานเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโหปนกังวล เธอพลิกฝ่ามือขึ้น วาดอักขระกลางอากาศเบาๆ เพื่อสะกดรอยตามกลิ่นอายวิญญาณที่เริ่มจางลงทุกที ภาพความทรงจำเมื่อครู่ก่อนที่รินจะหายตัวไปผุดขึ้นมาในหัว—รอยยิ้มเศร้าๆ ที่ซ่อนอยู่หลังแววตาเจ้าเล่ห์ กับคำพูดทิ้งท้ายชวนประสาทกินว่า *'ถ้าฉันไม่อยู่แล้ว... เธอก็ห้ามลืมรอยยิ้มของฉันนะ'*
บ้าเอ้ย! ใครจะไปยอมให้หายไปง่ายๆ กันเล่า!
เท้าเรียวก้าวพรวดๆ ไปตามพิกัดที่สัมผัสได้ ยิ่งเดินลึกเข้าไปในย่านเมืองเก่า บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงบจนน่าขนลุก ร้านค้าปิดไฟมืดสนิท เหลือเพียงเงาตะคุ่มของบ้านเรือนไม้โบราณที่ดูเหมือนพร้อมจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ จนกระทั่งฌานมาหยุดอยู่หน้าศาลเจ้าพ่อร้างแห่งหนึ่งที่มีต้นพญาสัตบรรณขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปีแผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมจนมืดทึบ
ที่นี่... มีกลิ่นอายความตายหนาแน่นผิดปกติ
ฌานหรี่ตาลง ก้าวเท้าเดินผ่านเสาประตูศาลที่ลอกหลุดเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว เสียงฝีเท้าของเธอหยุดชะงักลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางเบาในอากาศ และภาพตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ร่างโปร่งแสงของรินกำลังยืนหันหลังให้ ท่าทางของเธอดูเลือนรางกว่าปกติ ราวกับหมอกควันยามเช้าที่ถูกลมพัดจนแทบจะสลายไปอยู่รำไร ด้านหน้าของรินคือกลุ่มก้อนพลังงานสีดำทมิฬที่กำลังบิดเบี้ยวและส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"ริน!"
ฌานตะโกนเรียกเสียงดังลั่นโดยไม่ทันคิด สัญชาตญาณความเป็นทายาทหมอผีสั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าไปกระชากร่างของผีสาวถอยหลังออกมาทันที แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปบนพื้นดินชื้นแฉะ
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับใบหน้าบึ้งตึงของคนที่ตนคุ้นเคยดี ดวงตาคู่สวยฉายแววทั้งตกใจและระคนความรู้สึกผิดที่ปิดไม่มิด
"เธอ... ตามฉันมาทำไมเนี่ยยัยทายาทหมอผีหน้าดุ" รินหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน พยายามจะยันตัวลุกขึ้นแต่ร่างกลับโปร่งแสงจนเกือบทะลุผ่านพื้นดิน
ฌานไม่ตอบคำถาม เธอขบกรามแน่นจนสันนูน ก่อนจะพุ่งเข้าไปคว้าแขนเรียวของผีสาวแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกของทั้งคู่แนบชิดกัน ความเย็นเฉียบของวิญญาณปะทะเข้ากับความอบอุ่นจากร่างกายมนุษย์ ทำให้รินสะดุ้งเฮือก
"คิดจะทำบ้าอะไรของเธอฮะ!" ฌานตวาดเสียงสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว หยาดเหงื่อผุดพรายข้างขมับ ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "คิดจะสลายหายไปเองโดยไม่บอกลาเลยหรือไง? เธอมันเห็นแก่ตัวที่สุด ยัยผีไร้ความรับผิดชอบ!"
รินนิ่งอึ้งไปกับคำต่อว่าที่ซ่อนความห่วงใยจนล้นปรี่นั้น ดวงตากลมโตไหวระริก ก่อนที่ริมฝีปากบางจะแย้มยิ้มออกมาในแบบที่ชอบกวนประสาทนักหนา แม้ว่าขอบตาจะเริ่มแดงก่ำแล้วก็ตาม
"เป็นห่วงฉันเหรอคะเนี่ย... ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่ก็ตามหาซะทั่วเมืองเลยนะแม่คุณ" รินจงใจเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า เพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอของตัวเอง
"ใช่! ฉันเป็นห่วง! พอใจหรือยัง!"
ฌานสวนกลับทันควันด้วยความเหลืออด ความซึนเดระที่สั่งสมมาพังทลายลงในพริบตา เธอใช้มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของรินไว้แน่น ไม่ยอมให้ถอยหนีไปไหน สายตาสอบสวนที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนลึกซึ้งที่ทำเอาผีสาวถึงกับลมหายใจสะดุด
"อย่าทำแบบนี้อีก... ริน" เสียงของฌานแผ่วเบาลง เหลือเพียงความสั่นเครือที่หลุดรอดออกมาจากหัวใจ "ถ้าเธอหายไป... ฉันจะอยู่กับใคร..."
ประโยคสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของทายาทหมอผีสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำเอาบรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนอันหนเหน็บ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันแนบแน่น ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจและไอเย็นที่รินรดกัน
รินอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่น่าใจเต้นนี้ แต่ทว่า—
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าผ่าคำรามสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางท้องฟ้าที่ไร้เค้าฝน พร้อมกับกระแสลมกรรโชกแรงที่พัดกระหน่ำจนกิ่งไม้หักโค่น และในวินาทีที่แสงสว่างวาบจากสายฟ้าสาดส่องลงมาที่ศาลาร้าง
เงาดำทมิฬที่รินเพิ่งถอยหนีออกมาเมื่อครู่ กลับไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว... แต่มันกำลังยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังของฌาน พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังชิดใบหูของคนทั้งคู่
*"เจอตัวแล้ว... ทายาทคนสุดท้าย"*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 19
ออกตามหาดวงวิญญาณ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!