ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 18

ความโกรธของคนตาย

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นธูปหอมกรุ่นที่เคยลอยอวลอยู่มุมห้องบัดนี้จางหายไปจนแทบไม่เหลือร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าอันเย็นเยียบที่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ฌานยืนนิ่งอยู่กลางห้องนอนแคบๆ สายตากวาดมองไปยังความว่างเปล่าตรงระเบียงที่เคยมีเงาร่างโปร่งแสงของใครบางคนนั่งแกว่งขาหยอกล้อด้วยรอยยิ้มกวนประสาท ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่มีเสียงหัวเราะใสๆ ไม่มีคำพูดกัดจิกแซวเล่น และไม่มีแม้กระทั่งไอเย็นประหลาดที่มักจะเกิดขึ้นยามที่วิญญาณสาวตนนั้นเข้ามาใกล้ ให้ตายสิ... ยัยผีตัวแสบหายหัวไปไหนของเธอกันนะ! ร่างเพรียวของทายาทตระกูลหมอผีสาวขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความรู้สึกกระวนกระวายใจที่ตีรวนขึ้นมาในอกทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง มันไม่ใช่ความกลัวและไม่ใช่ความรำคาญอย่างที่เธอพยายามหลอกตัวเอง แต่มันคือความกระสับกระส่ายชนิดที่เรียกว่า "ทนไม่ได้" เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายหายไปจากสายตาจริงๆ หลังจากการปะทะคารมกันเมื่อคืนนี้ *“ถ้าฉันรำคาญเธอนัก... งั้นฉันไปให้พ้นหน้าเธอตอนนี้เลยดีไหมล่ะคุณหมอผีปากแข็ง!”* ประโยคสุดท้ายที่รินทิ้งไว้ก่อนจะเลือนหายไปในความมืดดังสะท้อนอยู่ในหัวของฌานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนั้นเธอก็แค่ฟอร์มจัดใส่ตามนิสัยปากร้ายของตัวเอง คิดไม่ถึงเลยว่าวิญญาณความจำเสื่อมผู้นี้จะใจกล้าถึงขนาดหนีออกจากห้องไปจริงๆ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ พลังอาคมสายตระกูลที่เชื่อมโยงระหว่างเธอกับวิญญาณสาวตอนนี้กลับสัมผัสอะไรไม่ได้เลย ราวกับว่ารินถูกตัดขาดจากเขตอาคมคุ้ม ฌานก้าวเท้าฉับๆ ไปเปิดประตูระเบียง ลลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าตึงเครียดของเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วตึกอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามและตรอกซอกซอยเบื้องล่าง ความมืดมิดและเงาตะคุ่มของตึกแถวทำให้บรรยากาศยิ่งชวนหงุดหงิดเป็นทวีคูณ ปกติแล้วรินไปไหนไม่เคยเกินรัศมีห้าเมตรจากตัวเธอด้วยซ้ำ ต่อให้เบื่อหน้าแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องกลับมาวนเวียนป่วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ แต่อันนี้ผ่านมาเกือบจะครึ่งค่อนคืนแล้ว ไร้เงา ไร้เสียง และไร้ปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น "คิดว่าหนีไปแล้วฉันจะตามหาไม่เจอหรือไง..." ฌanพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงเจือความร้อนรนที่เธอเองก็รังเกียจนัก มือเรียวคว้าเสื้อคลุมสีเข้มมาสวมทับชุดนอนอย่างลวกๆ ก่อนจะหยิบตลับผงอาคมและด้ายแดงประจำตระกูลติดมือมาด้วย ฌานก้าวออกจากห้องด้วยความเร่งรีบ หัวใจเต้นรำรัวผิดจังหวะ ความรู้สึกผิดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกทำให้เธอต้องเร่งฝีปากด่าทอตัวเองในใจ *ปากเธอมันพาซวยจริงๆ ฌาน! อยากปากดีใส่เขาทำไมเล่า พอยัยนั่นไปจริงๆ แล้วอกจะแตกตายอยู่แล้วเนี่ย!* ทุกย่างก้าวที่เดินสำรวจไปตามชั้นต่างๆ ของตึกเช่าและบริเวณโดยรอบ ยิ่งทำให้ฌานตระหนักว่ารินมีความสำคัญต่อความสงบสุขในชีวิตเธอมากแค่ไหน (แม้เจ้าตัวจะปากแข็งไม่ยอมรับก็ตามที) เสียงบ่นงึมงำของผีสาวที่คอยทักโน่นทักนี่ หรือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ชอบแกล้งทำหน้าทะเล้นใส่เวลาเธอโมโห มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่เธอเผลอเสพติดไปเสียแล้ว และตอนนี้... โลกทั้งใบของเธอมันเงียบเหงาจนน่าหงุดหงิด ฌานเดินมาหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะขนาดเล็กท้ายซอย ซึ่งเป็นจุดที่พลังวิญญาณจางๆ หลงเหลืออยู่ เธอทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นหญ้าที่เปียกชื้นหยาดน้ำค้าง ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนพื้นดินเพื่อสัมผัสร่องรอยพลังงานบางเบาที่คุ้นเคย ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้สมาธิ "ริน..." เธอกระซิบลมเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน "เธออยู่ที่ไหน..." ทันใดนั้นเอง ลมเย็นเฉียบสายหนึ่งก็พัดวูบผ่านหลังคาต้นไม้ใหญ่ เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงหัวอกที่กำลังตัดพ้อลอยมาตามลม ทำให้ฌานสะดุ้งสุดตัวและหันขวับไปมองยังทิศทางของศาลาริมน้ำเก่าแก่ที่ตั้งอยู่มุมมืดของสวน เงาร่างโปร่งแสงของหญิงสาวในชุดเดรสสีอ่อนยืนหันหลังให้อยู่ตรงนั้น ไหล่บางลู่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังแบกรับความเศร้าสร้อยบางอย่างที่คนเป็นไม่มีวันเข้าใจ หัวใจของฌานกระชากวูบ ความโล่งใจพรั่งพรูเข้ามาพร้อมกับความโกรธขึงที่ถูกจุดขึ้นมากลบความกลัวจนหมดสิ้น เธอผุดลุกขึ้นแล้วก้าวเท้าสาวเท้ายาวตรงดิ่งไปยังศาลาแห่งนั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว "คิดจะหนีเที่ยวหรือไง ยัยผีตัวดี!" เสียงห้วนจัดเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโมโหที่ปะปนกับความห่วงใยจนแทบแยกไม่ออก รินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะพราวระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับแดงก่ำและมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยอยู่ที่หางตา รอยยิ้มฝื่อนๆ ถูกส่งมาให้เธอยิ่งทำให้อกข้างซ้ายของฌานกระตุกวูบอย่างแรง "ก็บอกแล้วไง... ว่าฉันรำคาญ" เสียงของรินสั่นเครือเล็กน้อย ไม่เหลือเค้าลางความกวนประสาทเหมือนทุกที "เธออยากให้อยู่ไกลๆ ไม่ใช่หรือไงล่ะ ฌาน..." ฌานชะงักกึก ความตั้งใจที่จะเดินเข้าไปต่อว่าด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนสะดุดกึกทันทีเมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นดวงตาคู่สวยนั้น สำหรับผีแล้ว การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องปกติ... มันคือสัญญาณเตือนภัยที่อันตรายที่สุดว่าจิตวิญญาณกำลังจะแตกสลาย ก้าวเท้าที่เคยรวดเร็วหยุดลงตรงหน้าวิญญาณสาว ระยะห่างระหว่างคนกับผีเหลือเพียงแค่คืบเดียว ฌanเม้มริมฝีปากแน่น ความซึนเดระเระที่ติดเป็นนิสัยถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยสายตาตัดพ้อที่ส่งผ่านมา "ใครอนุญาตให้เธอร้องไห้ฮะ..." ฌانเอ่ยเสียงสั่นพร่า มือเรียวยื่นออกไปหมายจะคว้าแขนอีกฝ่าย แต่ทว่า... ปลายเลิฟไลน์และบรรยากาศรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนเป็นความหนึงหน่วง ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอทะลุผ่านความว่างเปล่าของร่างวิญญาณไป ความรู้สึกวูบโหวงก็ถาโถมเข้าใส่ รินมองการกระทำนั้นด้วยรอยยิ้มเจื่อน ก่อนจะถอยหลังหนีหนึ่งก้าว สายตาคมปนเศร้าจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของทายาทหมอผีสาวราวกับจะสลักภาพนี้ไว้เป็นครั้งสุดท้าย "เพราะว่าฉัน... เริ่มจำได้แล้วล่ะฌาน..." รินกระซิบเสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับสายลม "จำได้ว่าทำไมฉันถึงต้องมาตายอยู่ที่ห้องข้างๆ ของเธอนั่นน่ะ..." ฌanเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ความตื่นตระหนกพุ่งทะยานขึ้นสู่อุดมการณ์สูงสุด เมื่อตระหนักได้ว่าความลับที่วิญญาณสาวปกปิดมาตลอดกำลังจะถูกเปิดเผย พร้อมกับเงาดำลึกลับบางอย่างที่เคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมศาลาแห่งนี้จากความมืดมิดเบื้องหลัง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%