“ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันโดนจับไปขังในโหลแก้วพร้อมยันต์แปดทิศ ก็ช่วยหุบปากแล้วมุดลงไปใต้เตียงเดี๋ยวนี้!”
ฌานกระซิบลอดไรฟัน น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งแสงที่กำลังลอยละล่องทำหน้าทะเล้นอยู่กลางห้อง รินไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอกลับเอียงคอทำหน้าสงสัยพลางขยับนิ้วเรียววนรอบกรอบรูปบนโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ
“แหม ฌานจ๋า... นี่ห้องนอนเธอนะ จะให้ฉันไปอยู่ใต้เตียงที่เต็มไปด้วยฝุ่นเนี่ยนะ? ใจร้ายจัง” รินยิ้มหวาน พลางขยับตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเธอเกือบแตะเข้ากับแก้มนวลของหมอผีสาว “ทำไมต้องกลัวญาติผู้ใหญ่ขนาดนั้น? หรือว่าเธอกำลังเขินที่ต้องบอกพวกเขาว่า... มี ‘ผี’ มานอนเฝ้าทุกคืน?”
“ริน!” ฌานกดเสียงต่ำ มือเรียวคว้าข้อมือเย็นเฉียบของอีกฝ่ายไว้แน่น แม้สัมผัสจะไร้ตัวตนแต่ความเย็นเยียบนั้นกลับแผ่ซ่านเข้าถึงกระดูก “อย่าเล่นตลกกับสถานการณ์แบบนี้ ตระกูลฉันไม่ได้ใจดีเหมือนฉัน ถ้าพวกเขาเห็นเธอ พวกเขาจะทำลายเธอทิ้งโดยไม่สนว่าเธอคือใคร เข้าใจไหม!”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกำยานจางๆ ที่ฌานจุดไว้เริ่มมอดดับไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังใกล้เข้ามาหน้าประตูบ้าน การมาเยือนอย่างไม่บอกกล่าวของ ‘ป้ากัลยา’ สมาชิกอาวุโสแห่งตระกูลหมอผีที่มีนิสัยจอมบงการและเคร่งครัดในกฎระเบียบคือฝันร้ายที่สุดของฌานในเวลานี้
“เปิดประตูให้ป้าหน่อย ฌาน ป้าเห็นไฟในห้องเปิดอยู่ อย่าบอกนะว่าลูกกำลังทำตัวเป็นเด็กอมมือซ่อนใครไว้ข้างใน” เสียงแหบพร่าของหญิงวัยกลางคนดังทะลุประตูไม้สักเข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวเร่งราวกับจะพังเข้ามาในอีกไม่กี่วินาที
ฌานถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายตามองไปรอบห้องอย่างจนตรน ก่อนจะตัดสินใจผลักรินเข้าไปในตู้เสื้อผ้าไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง “อยู่ในนั้น ห้ามส่งเสียง ห้ามออกแรงสั่นตู้ ถ้าไม่อยากถูกกำจัดทิ้งจริงๆ”
“รับทราบค่ะ คุณหมอผีสายโหด” รินทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะวับหายเข้าไปในตู้ทิ้งไว้เพียงความเย็นที่ตกค้าง
ฌานสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะเปิดประตูต้อนรับอาคันตุกะที่ไม่ได้รับเชิญ ป้ากัลยาเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสำรวจ สายตาที่เฉียบคมราวกับเหยี่ยวของนางกวาดไปทั่วทุกมุมห้อง ไม่เว้นแม้แต่ซอกหลืบใต้โต๊ะหรือหลังผ้าม่าน
“ทำไมถึงดูประหม่าขนาดนั้น?” ป้ากัลยาหยุดยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า มือที่เต็มไปด้วยแหวนอัญมณีอาคมเอื้อมไปแตะบานตู้ไม้ “ฌาน ช่วงนี้ป้าได้ยินข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับพลังงานที่ผิดปกติในบ้านหลังนี้ เจ้าพวกสัมผัสพิเศษคนอื่นๆ เริ่มพูดกันว่ามี ‘วิญญาณเร่ร่อน’ เข้ามาเพ่นพ่านในเขตของตระกูลเรา... ลูกคงไม่ได้กำลังเล่นสนุกกับสิ่งชั่วร้ายอยู่ใช่ไหม?”
หัวใจของฌานเต้นระรัวแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก เธอพยายามคุมสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ป้าก็รู้ว่างานของหนูคือการจัดการกับสิ่งเหล่านี้ ถ้าหนูจะเก็บอะไรไว้ศึกษา มันก็เป็นเรื่องปกติของอาชีพหมอผีไม่ใช่หรือคะ?”
“การ ‘ศึกษา’ กับการ ‘เลี้ยง’ มันต่างกันนะ ฌาน” ป้ากัลยาหรี่ตาลง จังหวะนั้นเองฌานสังเกตเห็นควันสีดำจางๆ ที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจากขอบตู้เสื้อผ้า หัวใจของเธอหล่นวูบ รินกำลังทำอะไรอยู่? หรือว่ายันต์ที่แปะไว้ข้างในนั้นกำลังจะเสื่อมสภาพ?
ความเย็นยะเยือกเริ่มปกคลุมไปทั่วห้อง ป้ากัลยาเริ่มขมวดคิ้ว มือข้างหนึ่งล้วงหยิบยันต์สีเลือดสดออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ผิดปกติ... พลังงานตรงนี้มันไม่ใช่พลังงานของวิญญาณทั่วไป แต่มันมีความทรงจำ... มีความปรารถนาที่รุนแรง”
ฌานไม่รอช้า เธอตัดสินใจคว้ามือป้ากัลยาไว้แล้วดึงให้ห่างจากตู้ “ป้าคะ หนูว่าป้าควรกลับไปพักผ่อนได้แล้ว ดึกมากแล้วด้วย ข้อมูลที่ป้าต้องการเรื่องพิธีกรรมหน้า หนูจะสรุปส่งให้พรุ่งนี้เอง”
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ฌาน” ป้ากัลยาสะบัดมือออกด้วยแรงที่คาดไม่ถึง นางพุ่งเป้าไปที่ตู้เสื้อผ้าอีกครั้งอย่างหมายมาด “ถ้าลูกไม่เปิด... ป้าจะเปิดเอง!”
มือเหี่ยวย่นกำลังจะคว้าจับลูกบิดตู้เสื้อผ้า ทันใดนั้น ไฟในห้องก็วูบดับลงสนิท ทิ้งให้ห้องทั้งห้องจมอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ลอดผ่านม่านเข้ามา ในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่กังวานก้องไปทั่วห้องก็ดังขึ้น
“อยากเจอฉันมากเหรอคะ... ท่านผู้ใหญ่?”
ฌานเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างสีขาวซีดค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดของตู้เสื้อผ้า ร่างของรินไม่ได้ดูน่ากลัว แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยพลังที่แปลกประหลาด—พลังที่ฌานเองก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน—และเหนือสิ่งอื่นใด รินกำลังถือ ‘กระจกเงาอาคม’ ที่เป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลที่ควรจะอยู่ในห้องเก็บของชั้นใต้ดินติดมือมาด้วย!
รินยิ้มหวานเยิ้มในความมืด ก่อนจะหันมาสบตาฌานด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลับบางอย่าง
“ฌานคะ... ถ้าจะซ่อน ก็ต้องซ่อนให้มิดกว่านี้หน่อยนะคะ ไม่อย่างนั้น... เราสองคนคงต้องถูกเปิดโปงพร้อมๆ กันแล้วล่ะ”
ป้ากัลยาชะงักกึก สีหน้าตกตะลึงจนไร้คำพูด เมื่อร่างโปร่งแสงของรินโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของคนเป็นป้าด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของฌานเย็นเฉียบจนแข็งทื่อ
“ถ้าอยากรู้ว่าฉันเป็นใคร... ก็ลองมองในกระจกบานนี้สิคะ ท่านป้า... แล้วท่านจะรู้ว่าทำไมตระกูลหมอผีที่ทรงอำนาจที่สุด ถึงยังไม่อาจลบชื่อของฉันออกไปจากความทรงจำได้”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 17
ซ่อนเร้นความจริง
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!