กลิ่นอายความเย็นเยือกของสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องรับแขกขนาดกะทัดรัด
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของฌาน แม้ว่าเสียงนั้นจะเงียบลงไปแล้วก็ตาม ประโยคหลอนหูจากเหตุการณ์เมื่อคืนยังไม่ทันจางหาย ความวุ่นวายระลอกใหม่ก็มาเคาะประตูเรียกถึงหน้าห้องพักใจกลางเมืองเสียแล้ว และครั้งนี้ไม่ใช่เสียงของวิญญาณเร่ร่อนหรือภูตผีที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นเสียงของ ‘เลือดเนื้อเชื้อไข’ ที่เธอพยายามหนีห่างมาตลอดชีวิต
"เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิลูกสาว... ในที่สุดพ่อก็หาเธอเจอสักที"
คำพูดนั้นไม่ได้ลอยมาตามลมเหมือนเสียงกระซิบของริน แต่มันดังผ่านบานประตูไม้เนื้อแข็ง พร้อมกับแรงทุบเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความถือดี ทว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูตอนนี้ไม่ใช่ผู้เป็นพ่ออย่างที่ประโยคเมื่อคืนทิ้งปมไว้ หากแต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสไตล์นักธุรกิจที่คุ้นตาดีจนน่าหงุดหงิด—อาภรณ์ของตระกูลหมอผีสายตรงผู้เคร่งครัด
"คุณอา... มาทำอะไรที่นี่คะ"
ฌานเปิดประตูออกกว้างเพียงครึ่งตัว ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น แม้ในใจจะกระตุกวูบกับความบังเอิญที่น่าขนลุก ทว่าเธอกลับเลือกที่จะซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองตามนิสัย ปากเรียวบางเหยียดยิ้มเย็นชาใส่ ‘อาทร’ ผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ และเป็นหนึ่งในสภาอาวุโสของตระกูล
อาทรไม่ได้รอให้เชิญ เขาถือวิสาสะก้าวเท้าเข้ามาในห้องทันที กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระลับผสมกับกลิ่นอายพลังอาคมแก่กล้าที่ถูกสะกดไว้ใต้ผิวหนังโชยเข้าจมูก ฌานขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของหมอผีร้องเตือนภัยทันทีว่าคนๆ นี้อันตรายกว่าผีร้ายตนไหนที่เธอเคยเจอ
"ถ้าฉันไม่มา หนูคงจะปล่อยให้สายเลือดของตระกูลเราแปดเปื้อนไปถึงไหนต่อไหนแล้วสินะ ฌาน" อาทรปรายตามองไปรอบห้องพักแคบๆ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่เก้าอี้เบาะนวมริมหน้าต่าง ที่ซึ่งริน—ผีสาวห้องข้างๆ กำลังนั่งไขว่ห้างลอยตัวอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย ใบหน้าโปร่งใสระบายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามประสาคนชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน
แต่ปัญหาก็คือ... อาทรเป็นคนตาบอดในเรื่องวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่เขามี ‘เนตรญาณ’ ที่เฉียบคมพอจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในอากาศ
อาทรขมวดคิ้วฉับ หันขวับกลับมามองหน้าหลานสาว "ห้องนี้มีกลิ่นอายแปลกปลอม... กลิ่นของสัมภเวสีที่ยังไม่ไปผุดไปเกิด ฌาน เธอเอาอะไรเข้ามาไว้ในอาณาเขตของตัวเอง!"
"ห้องของฉัน จะมีกลิ่นอะไรมันก็เรื่องของฉันค่ะคุณอา" ฌานก้าวเข้าไปขวางรำแพนระหว่างอาทรกับจุดที่รินลอยตัวอยู่โดยไม่รู้ตัว มือเรียวแอบกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ "ถ้ามาแค่จะมาตรวจตราความเป็นอยู่ของฉันล่ะก็ เชิญกลับไปได้เลยค่ะ ฉันโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว"
"โตเหรอ? คนที่พลังเกือบจะสูญสลายเพราะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเดรัจฉานวิชาอย่างเธอน่ะเหรอที่เรียกว่าโต!" อาทรเสียงเข้มขึ้น ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองหลานสาวอย่างไม่ลดละ "พ่อของเธอส่งข่าวมาว่าเธอติดต่อไม่ได้ และที่สำคัญ... เขาสัมผัสได้ว่าพลังของตระกูลเรากำลังรั่วไหลออกจากตัวเธอ มาอยู่ที่นี่เพื่อขายหน้าตระกูลหมอผีเก่าแก่รึไง"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง รินที่เงียบมานานก็ลอยเข้ามาใกล้ กระซิบกระซาบข้างหูของฌานด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทว่าแววตากลับคมกราบ "อุ๊ย... ญาติผู้ใหญ่ฝั่งเธอนี่ดุเป็นหมาป่าเลยนะ ตัวก็หอมดีแต่ปากร้ายพอๆ กับเธอนั่นแหละ ยัยคุณหมอผี... สนใจให้ฉันช่วยหักคอเขาแก้ขัดสักรอบไหมล่ะ?"
ฌานเหลือบสายตาไปค้อนใส่รินทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะตวัดสายตากลับมาเผชิญหน้ากับอาทรด้วยรอยยิ้มเยาะที่ฉาิบบนริมฝีปาก "ถ้าพลังของฉันมันทำให้ตระกูลเสื่อมเสียขนาดนั้น ทำไมพวกคุณถึงไม่ตัดชื่อฉันออกจากทะเบียนบ้านตระกูลหมอผีไปซะล่ะคะ? จะได้ไม่ต้องส่งคนมาตามจิกตามกัดฉันถึงที่นี่ให้รกหูรกตา"
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ... สมกับที่เป็นลูกสาวของพี่ชายฉัน" อาทรแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวฌานอย่างคุกคาม จนกลิ่นอายอาคมกดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้ง "แต่จำไว้ ฌาน สิ่งที่เธอเล่นอยู่มันไม่ใช่แค่เรื่องสนุก ผีสาวตนนั้น... หรือใครก็ตามที่เธอซ่อนไว้ในห้องนี้ มันกำลังดึงเธอลงสู่ขุมนรกที่แม้แต่พ่อของเธอก็ช่วยไม่ได้ ถ้าไม่อยากตายอย่างอนาถเหมือนคนอื่นๆ ในตระกูลที่ฝืนกฎ..."
อาทรโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงทุบต่ำเย็นเยียบจนน่าขนลุก
"...ก็จงเก็บกระเป๋าแล้วกลับบ้านซะ"
ฌานนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะคำว่า *'เหมือนคนอื่นๆ ในตระกูลที่ฝืนกฎ'* มันคือปมในอดีตที่เธอพยายามหนีมาตลอด—การสูญเสียมารดาด้วยเงื่อนงำปริศนาที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณอาฆาต
บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา แรงกดดันจากอาคมของอาทรทำให้กระจกหน้าต่างสั่นไหวเบาๆ ทว่าในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนแทบหายใจไม่ออกนั้นเอง...
กริ๊งงง!
เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบงันและสมาธิของทุกคนลงในเสี้ยววินาที
อาทรชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย "ใครมาเวลานี้?"
ฌานไม่ตอบ เธอดันร่างของอาทรถอยออกไปก่อนจะสาวเท้าไปที่ประตูดึงเปิดออกด้วยความหงุดหงิด ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ที่หน้าประตู... ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินตึกเช่า ร่างสูงโปรดในชุดโค้ทสีดำสนิทของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเธอกำลังยืนแย้มยิ้มกว้าง ดวงตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์มองมาที่เธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้บางอย่าง
"เซอร์ไพรส์ไหมลูกสาว..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ผู้เป็นพ่อก้าวล่วงล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รออนุญาต ดวงตาคู่นั้นกวาดมองข้ามไหล่ของฌานไปสบเข้ากับรินที่ยืนลอยตัวยิ้มหวานรออยู่พอดี... และรอยยิ้มบนหน้าพ่อของเธอก็ฉีกกว้างขึ้นจนน่ากลัว
"ในที่สุด... พ่อก็หาเธอกับ ‘เพื่อนใหม่’ เจอสักทีนะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันตรายนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 16
คำเตือนจากตระกูล
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!