เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นในความมืด พร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ ที่กรอบประตูห้องนอน ฌานยืนนิ่งเป็นหิน ปลายนิ้วเรียวยังคงสัมผัสอยู่กับความเย็นเยียบของไอวิญญาณที่เพิ่งจางหายไปจากห้องรับแขก แขกไม่ได้รับเชิญเมื่อครู่เพิ่งถูกไล่ตะเพิดออกไปด้วยประโยคเด็ดที่ทำเอาคนฟังถึงกับเลือดขึ้นหน้า แต่คนที่ควรจะสำนึกผิดกลับกำลังลอยวนอยู่เหนือโซฟาด้วยท่าทางระรื่น หูตาเป็นประกายวิบวับราวกับเด็กสาวที่เพิ่งชนะเกมตู้คีบตุ๊กตา
"เคลียร์เสร็จเร็วกว่าที่คิดนะคะ ฌาน... หน้าตาคุณตอนนี้เหมือนคนอยากจะกินหัวฉันสักรอบให้ได้เลยล่ะค่ะ"
รินเอ่ยแซوด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตากลมโตพราวระยับพยายามสบตาคนที่ยืนตีหน้ายุ่งอยู่ตรงทาง ฌานหันขวับมามองค้อนควับ ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดปนระอา ทว่าลึกๆ แล้วกลับมีความสั่นไหวบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาارตการความนิ่งเงียบ
"ถ้าคุณยังไม่หุบปากแล้วเลิกทำหน้าลอยไปลอยมา ฉันจะสวดคาถาผนึกวิญญาณใส่คุณจริงๆ ด้วยนะคะริน" ฌานขู่เสียงลอดไรฟัน แม้จะรู้ดีว่าช่วงนี้คาถาพวกนั้นแทบจะใช้ไม่ได้ผลกับผีสาวห้องข้างๆ คนนี้เลยก็ตาม
รินหัวเราะคิกคัก ยอมเคลื่อนกายลอยลงมาแตะพื้นห้องอย่างนิ่มนวล ร่างโปร่งแสงในชุดกระโปรงยาวสีขาวพริ้วไหวตามแรงลมที่ไม่มีอยู่จริง เธอขยับเข้าไปใกล้ทายาทตระกูลหมอผีทีละนิด จนกระทั่งกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยแตะจมูก ฌานผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"ปากร้ายจังเลยนะคะ... แต่เมื่อกี้ใครกันนะที่บอกว่าจะจูบโชว์แขกคนนั้นตรงนั้นน่ะ? ฉันจำได้แม่นเลยนะว่าคุณเป็นคนพูดเอง" รินกระซิบเสียงหวานข้างใบหู ความเย็นจากร่างวิญญาณไม่ได้ทำให้รู้สึกหนาวสะท้าน แต่กลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด
ฌานเม้มริมฝีปากแน่น เสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาเจ้าเล่ห์ที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน หัวใจในอกเต้นรัวผิดจังหวะจนน่ารำคาญ ตั้งแต่ที่รินก้าวเข้ามาในชีวิตเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน กำแพงหนาที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกใบนี้ก็เริ่มพังทลายลงทีละน้อย จากศัตรูคู่กัดที่คอยแต่จะหาเรื่องไล่ตะเพิด กลายมาเป็นความคุ้นเคยที่น่า
"ฉันแค่ขู่ไล่พวกวิญญาณเร่ร่อนตะกละตะกลามพวกนั้นต่างหากล่ะค่ะ อย่าสำคัญตัวผิดนักเลย" ฌานเชิดหน้าขึ้นพยายามทำเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าพวงแก้มเนียนจะขึ้นสีแดงระเรื่อฟ้องความเขินอายอย่างชัดเจน
รินอมยิ้มบางๆ สายตาที่มองมาอ่อนโยนลงโดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว มือเรียวโปร่งแสงเอื้อมออกไปราวกับจะสัมผัสแก้มอุ่นๆ นั้น แต่ก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศเพราะรู้ว่าสัมผัสไม่ได้ ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างทั้งคู่ มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนในวันแรกๆ แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยถ้อยคำมากมายที่ไม่ได้เอ่ยออกมา
รินลดมือลงแล้วถอนหายใจเบาๆ แววตาสั่นไหววูบหนึ่ง "ขอบคุณนะคะ... ที่ปกป้องฉันจากพวกมัน"
คำพูดจริงจังที่หลุดออกมาจากปากผีสาวจอมกวนประสาททำให้ฌานชะงัก เปลือกตาบางกะพริบปริบๆ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความสับสนระคนโล่งใจ ทายาทหมอผีสาวหันกลับมาสบตากับดวงตากลมโตคู่นั้นตรงๆ ความรู้สึกบางอย่างที่สะสมมาตลอดองค์แรกของความสัมพันธ์กำลังเปลี่ยนรูป จากความระแวงแคลงใจ กลายมาเป็น "ความไว้ใจ" ที่หนักแน่นและมั่นคงขึ้นอย่างช้าๆ
"ฉันไม่ได้ปกป้องคุณเพราะเห็นแก่คุณหรอกนะคะ..." ฌานเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายเสียงมีความลังเลเจืออยู่เล็กน้อย "แต่เพราะคุณเป็น... เป็นคนข้างห้องของฉันต่างหาก ถ้าคุณเป็นอะไรไป ฉันก็คงรำคาญเสียงเดินตึงตังของคุณเวลาดึกๆ ดื่นๆ น่ะสิคะ"
รินหัวเราะร่วนออกมาเบาๆ กับข้อแก้ตัวที่ไม่เนียนเอาเสียเลย "ค่ะๆ เชื่อก็ได้ค่ะว่าคุณรำคาญฉัน... ยัยหมอผีปากแข็ง"
บรรยากาศตึงเครียดก่อนหน้านี้คลี่คลายลงเป็นความอบอุ่นประหลาด ฌานผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยอมรับกับตัวเองลึกๆ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ความโดดเดี่ยวที่เธอแบกรับไว้ในฐานะทายาทตระกูลหมอผีผู้สูญเสียพลัง ถูกเติมเต็มด้วยวิญญาณความจำเสื่อมจอมกวนคนนี้ทีละนิดอย่างแนบเนียน ทั้งสองยืนมองหน้ากันท่ามกลางแสงสลัวจากหลอดไฟสเก็นในห้องนั่งเล่น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะไม่มีช่องว่าง
รินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนใบหน้าแทบจะชิดกัน ดวงตาสอบประกายความซุกซนกลับมาอีกครั้ง "ไหนๆ เราก็เคลียร์ใจกันเรียบร้อยแล้ว... งั้นคืนนี้ ฉันขอมานอนซบตักคุณแก้หนาวหน่อยนะคะที่รัก"
"ฝันไปเถอะค่ะริน!" ฌานร้องเสียงหลง หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู มือบางผลักไหล่อีกฝ่ายเบาๆ ทว่าไม่มีแรงผลักดันใดๆ หลงเหลืออยู่เลย รินหัวเราะชอบใจในท่าทีตื่นตูมนั้น ก่อนจะพุ่งเข้ามาใกล้เพื่อจะแกล้งต่อ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นขัดจังหวะความหวานชื่น ท่ามกลางยามวิกาลที่เงียบสงัด มันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่เป็นแรงกระแทกหนักหน่วงราวกับพยายามพังประตูเข้ามา
ฌานขมวดคิ้วมุ่นทันที ความรู้สึกเย็นเยือกประหลาดแล่นพล่านไปตามสันหลัง รินหุบยิ้มฉับพลัน ใบหน้าโปร่งแสงหันขวับไปมองทางประตูหน้าด้วยแววตาตื่นตระหนกที่แปลกไปจากทุกที
"ไม่ใช่พวกวิญญาณเร่ร่อนเมื่อกี้แน่..." รินกระซิบเสียงเครียด
ฌานก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว มือเรียวคว้าด้ามมีดอาคมที่วางอยู่บนโต๊ะข้างโซฟาขึ้นมาถือไว้มั่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่า "แขก" คนใหม่ในยามวิกาลนี้ อันตรายกว่าทุกสิ่งที่พวกเธอเคยเจอมา และก่อนที่ฌานจะทันได้ก้าวไปส่องตาแมวที่ประตู ร่างของเธอก็ต้องแข็งค้างเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำลึกลับดังลอดเข้ามาจากด้านนอก—เสียงที่เธอจำได้ดีแม้จะไม่ได้ยินมานานหลายปี
"เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิลูกสาว... ในที่สุดพ่อก็หาเธอเจอสักที"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผูกพันของทั้งคู่เสมอนะคะ
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 15
รอยต่อของความรู้สึก
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!