“ปล่อย... อย่าเข้ามา!”
เสียงคำรามต่ำที่สั่นเครือจนน่าใจหายดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในห้องนอนของฌาน ร่างสูงโปร่งที่เคยสง่างามและถือดีบัดนี้กำลังบิดเร้าอยู่บนเตียง มือเรียวที่เคยจับยันต์อาคมได้อย่างมั่นคงกลับจิกทึ้งผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้าคมคาย ฌานไม่ได้กำลังต่อสู้กับวิญญาณร้ายตนไหน แต่นางกำลังต่อสู้กับ ‘บางอย่าง’ ที่ฝังรากลึกอยู่ในก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
รินที่ยืนมองอยู่ข้างเตียงในร่างโปร่งแสงขมวดคิ้วแน่น ปกติแล้วแม่หมอจอมหยิ่งผู้นี้จะดูเหมือนรูปปั้นน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย แต่ยามนี้ ฌานดูเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส
“ฌาน... นี่ฉันเอง ลืมตาขึ้นมา” รินตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้ แม้จะรู้ว่าวิญญาณกับมนุษย์ไม่ควรสัมผัสกันในยามที่จิตใต้สำนึกอีกฝ่ายกำลังปั่นป่วน แต่ภาพความทรมานตรงหน้ามันบีบคั้นหัวใจที่ (ควรจะ) ว่างเปล่าของเธอจนเจ็บแปลบ
“อย่า... พวกมันมาแล้ว... เลือด... ไม่นะ!”
ฌานสะดุ้งสุดตัว ดวงตาที่ปิดสนิทเปิดโพลงขึ้น แววตาคมกริบที่เคยใช้ฟาดฟันผู้คนบัดนี้ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด ร่างของนางแข็งทื่อ หอบหายใจถี่กระชั้นจนอกกระเพื่อมไหว กลิ่นอายความตายที่เธอเคยคุมไว้ได้บัดนี้กลับหลุดลอยออกมาเป็นละอองเย็นเยียบ
รินไม่รอช้า เธอรวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดที่มี กดฝ่ามือลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อของอีกฝ่ายเบาๆ แม้จะสัมผัสไม่ได้ถึงอุณหภูมิร่างกายจริง แต่ไอเย็นจากพลังของเธอช่วยกระชากสติของฌานให้หลุดจากห้วงนรกในฝันร้ายนั้น
“อยู่นี่แล้ว... ฉันอยู่นี่ ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ทั้งนั้น” รินกระซิบเสียงอ่อนโยน แตกต่างจากน้ำเสียงกวนประสาทที่ใช้เป็นประจำอย่างสิ้นเชิง
ฌานหันขวับมามอง สายตาที่ยังพร่าเลือนสบเข้ากับดวงตาเรียวสวยของผีสาวข้างห้อง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของหมอผีสาวที่เริ่มผ่อนคลายลง
“เธอ...” ฌานพึมพำ เสียงแหบพร่า “เธอมาเห็นอะไรเข้า... ยัยผีบ้า”
“เห็นหมอผีผู้เก่งกาจฝันร้ายจนตัวสั่นเหมือนลูกนกตกน้ำน่ะสิ” รินยิ้มบางๆ พยายามเปลี่ยนเรื่องให้ดูไม่จริงจัง “ถามจริง ฝันเห็นผีหรือฝันเห็นเจ้าหนี้มาทวงเงินค่าหอ?”
“หุบปาก” ฌานสวนกลับทันควัน แต่ทว่าความพยายามจะรักษามาดนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะมือของเธอยังคงสั่นเทาจนต้องกำหมัดแน่น
รินหุบยิ้ม เธอขยับเข้าไปใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของธูปหอมและกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของฌานลอยมาแตะจมูก รินมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววแตกสลายนั้นด้วยความรู้สึกที่มากกว่าแค่ความอยากรู้อยากเห็น
“ถ้ามันเจ็บปวดขนาดนั้น ก็ไม่ต้องแบกไว้คนเดียวก็ได้” รินเอ่ยเสียงนุ่ม “คนปากแข็งอย่างเธอน่ะ ยิ่งพยายามซ่อนแผลเป็นไว้ข้างใน มันก็ยิ่งเน่าเฟะนะ ฌาน”
ฌานชะงัก แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วขณะ เธอจ้องมองรินราวกับจะค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้น “เธอไม่เข้าใจหรอก... คนที่ไม่มีวันตายอย่างเธอ จะไปรู้อะไรเกี่ยวกับความสูญเสีย”
“ฉันอาจจะจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร หรือตายไปเพราะอะไร แต่ฉันรู้ว่าความเจ็บปวดที่มองไม่เห็น มันฆ่าคนได้ยิ่งกว่ามีดเล่มไหนๆ” รินเอื้อมมือ (ที่โปร่งแสง) ไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากฌานออกอย่างเบามือ “ไม่ต้องกลัวหรอกนะ... อย่างน้อยคืนนี้ เธอก็ยังมีผีที่น่ารำคาญอย่างฉันเฝ้าอยู่ข้างๆ”
คำพูดของรินทำเอาฌานถึงกับไปไม่เป็น เธอเม้มปากแน่น หลบสายตาไปทางอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน ‘ยัยผีบ้านี่... ทำไมต้องมาทำหน้าตาแบบนี้ใส่กันด้วยนะ’
“ออกไปได้แล้ว... ฉันจะนอน” ฌานเอ่ยไล่ แต่น้ำเสียงกลับแฝงความออดอ้อนมากกว่าความรำคาญ
รินไม่ได้ขยับไปไหน กลับนั่งลงบนขอบเตียงแล้วมองฌานด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าทุกครั้ง “ถ้าฉันออกไป แล้วเธอฝันร้ายอีกรอบล่ะ? จะให้ฉันปล่อยให้หมอผีคนสวยต้องทรมานเหรอ? โหดร้ายเกินไปหน่อยมั้ง”
“แล้วเธอจะเอาไง?” ฌานถามอย่างหมดหนทาง
รินไม่ตอบ แต่ค่อยๆ เอนตัวลงนอนข้างๆ แม้กายจะเป็นวิญญาณที่ไม่มีน้ำหนักกดทับลงบนฟูก แต่ไอเย็นจางๆ ที่แผ่ออกมากลับทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ฌานรู้สึกถึงความอบอุ่นประหลาดที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในหัวใจที่ด้านชา
ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบที่ไม่ได้อึดอัด เหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้อีกคนไม่อยากขยับตัวหนี และอีกคนไม่อยากจากไปไหน
“ริน...” ฌานเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ ในความมืด “ขอบใจนะ”
“แค่ขอบใจเหรอ?” รินถามเสียงทุ้ม แววตาเจ้าเล่ห์กลับมาปรากฏอีกครั้ง “พรุ่งนี้เช้าขอข้าวต้มสักถ้วยนะ ถือเป็นค่าจ้างเฝ้าไข้”
“ยัยผีหน้าเงิน” ฌานหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอรู้สึกผ่อนคลายได้ขนาดนี้
ขณะที่ฌานกำลังจะปิดเปลือกตาลงเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงจนบานประตูแทบหลุดออกมาจากกรอบ!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
“ฌาน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ!” เสียงแหบพร่าของผู้หญิงวัยกลางคนที่ฟังดูคุ้นหูและน่าสะพรึงกลัวดังลั่นมาจากหน้าห้อง ฌานเบิกตากว้างจนแทบถลน ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดกลัวที่รุนแรงกว่าเดิม
“แม่...” ฌานพึมพำด้วยเสียงที่สั่นสะท้านจนแทบขาดใจ
บลัดดี้แมรี่หวังว่ารีดเดอร์ทุกคนจะยังไม่วางมือถือลงจนกว่าจะได้อ่านตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 8
แผลเป็นในใจ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!