“หุบปากซะริน ถ้าไม่อยากให้ฉันจับเธอถ่วงน้ำด้วยยันต์อาคมตั้งแต่วินาทีนี้!” ฌานตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังความว่างเปล่าที่ประตูห้องฝั่งตรงข้าม
แรงลมมหาศาลไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ประตู แต่มันเริ่มหมุนวนในห้องพักของเธอ ข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะสั่นระริกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นขย้ำ รินที่ปกติจะชอบโปรยยิ้มกวนประสาท บัดนี้กลับหุบยิ้มลงฉับพลัน ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดลงกว่าปกติ ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง
“ฌาน... นั่นไม่ใช่ผีเร่ร่อนธรรมดาหรอกนะ” รินกระซิบ เสียงของเธอเย็นเยียบจนฌานรู้สึกได้ถึงไอสังหารที่แผ่ซ่านเข้ามา “มันกำลังกัดกินรอยแยกของมิติที่เธอเปิดค้างไว้ตอนที่เธอพยายามกู้พลังบ้าๆ นั่นกลับมา”
“ฉันรู้!” ฌานตอบกลับอย่างหัวเสีย เธอคว้ามีดอาคมที่สลักลวดลายโบราณขึ้นมามั่น มืออีกข้างคว้าข้อมือของรินเอาไว้แน่น ความร้อนจากผิวหนังของคนเป็นส่งผ่านไปยังร่างที่ไร้อุณหภูมิของผีสาว “อยู่ใกล้ฉันไว้ ถ้าแกไม่อยากกระจัดกระจายกลายเป็นเศษวิญญาณ!”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้มาจากหน้าประตู แต่มันก้องมาจากใต้เตียง ข้างตู้เสื้อผ้า และจากกระจกเงาบานใหญ่ที่เริ่มแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม
“ทายาทตระกูลหมอผีที่ไร้เขี้ยวเล็บ... น่าสมเพชจริงๆ” เงาดำรูปร่างบิดเบี้ยวค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากฝุ่นผงในอากาศ มันพุ่งเข้าใส่ฌานด้วยความเร็วเหนือมนุษย์
ฌานเบี่ยงตัวหลบฉิวเฉียด เธอตวัดมีดอาคมตัดผ่านอากาศเป็นเส้นแสงสีทอง แต่เงาดำนั้นกลับหัวเราะร่า มันแยกส่วนออกและรวมตัวกันใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
“ริน! ปิดกั้นทางออกมัน!” ฌานสั่งการขณะทิ้งตัวลงคุกเข่า ร่ายอักขระลงบนพื้นห้องด้วยเลือดที่กรีดจากปลายนิ้ว
รินกัดฟันกรอด ดวงตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ตาดำ เธอพุ่งร่างเข้าไปขวางหน้าเงาดำนั้นไว้ มือเรียวสวยกลายเป็นกรงเล็บโปร่งแสงคว้าหมับเข้าที่ลำคอของปีศาจ “คิดจะกินของๆ ฉันงั้นเหรอ? แกยังเร็วไปร้อยปี!”
การปะทะกันของพลังงานบริสุทธิ์และไออาถรรพ์ทำให้ข้าวของในห้องระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ฌานอาศัยจังหวะที่รินตรึงร่างปีศาจไว้ได้ พุ่งตัวเข้าไปประชิดร่างของผีสาว “ถอยออกไป!”
ฌานกระแทกยันต์ลงบนหน้าอกของริน ทันใดนั้น แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้น มันไม่ใช่การทำร้าย แต่เป็นการส่งพลังอาคมของตระกูลลงไปในร่างของวิญญาณสาว เพื่อเป็นสื่อกลางในการกักขังเงาดำนั้นไว้
“อึก... แรงไปแล้วนะยัยบ้า!” รินครางเสียงสั่น ใบหน้าสวยซบลงที่ไหล่ของฌาน ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ฌานชะงัก ลมหายใจของทั้งคู่รินรดกันจนรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุท่ามกลางบรรยากาศหนาวเหน็บ
“อดทนหน่อย... ถ้าไม่ทำแบบนี้ เราสองคนได้กลายเป็นอาหารมันแน่” ฌานพูดเสียงเบา ความแข็งกร้าวในดวงตาอ่อนแสงลงเมื่อเห็นรินกำลังเจ็บปวดจากพลังของเธอเอง
ปีศาจเงาที่ถูกกักขังกรีดร้องโหยหวน มันพยายามดิ้นรน แต่แรงกดดันจากอาคมของฌานผนวกกับพลังวิญญาณของรินทำให้มันเริ่มสลายตัวกลายเป็นไอสีดำสนิท ทว่าก่อนที่มันจะหายไปจนหมดสิ้น มันกลับส่งเสียงกระซิบที่ทำให้หัวใจของฌานแทบหยุดเต้น
“คนทรยศ... อยู่ใกล้แค่เอื้อม... ตระกูลของเจ้า... ไม่ได้ล่มสลายเพราะอุบัติเหตุ... แต่เพราะ ‘คนรัก’ ของเจ้าที่ฝังเข็มพิษไว้ในใจ...”
สิ้นคำพูดนั้น เงาดำก็สลายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดของฌาน แววตาของเธอสับสนและหวาดระแวงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ฌาน... มันหมายความว่ายังไงที่บอกว่า ‘คนรัก’ ของเธอ?” รินถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง
ฌานนิ่งค้างไป เธอหันไปสบตาริน แววตาของหญิงสาวที่เคยปากร้ายและเด็ดเดี่ยวกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับคว้าคอเสื้อของรินเข้ามากระซิบข้างใบหู
“เรื่องของฉัน... อย่าได้เสือก”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังประจันหน้ากันด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น—ไม่ใช่น้ำหนักการเคาะของเพื่อนบ้านทั่วไป แต่มันเป็นจังหวะที่หนักแน่นและเชื่องช้า... จังหวะที่เหมือนกับคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ฌาน เปิดประตูสิครับ... พี่ชายของเธอ... มาหาแล้วนะ”
ร่างของฌานแข็งทื่อทันที รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นแววตาแห่งความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิดของหมอผีสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อนะคะว่าการปรากฏตัวของ 'พี่ชาย' ครั้งนี้จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปอย่างไร—บลัดดี้แมรี่ค่ะ
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 7
ค่ำคืนแห่งวิญญาณเร่ร่อน
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!