ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 9

กาแฟยามเช้ากับผีจอมกวน

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“แม่...” เสียงที่หลุดรอดจากริมฝีปากของฌานในคืนก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้แสงสีทองของยามเช้าจะเริ่มอาบไล้ขอบหน้าต่างห้องพักโทรมๆ แห่งนี้แล้วก็ตาม ทว่าความหนาแน่นของความฝันร้ายเมื่อคืนไม่ได้จางหายไปตามแสงแดด มันกลับเกาะกุมหัวใจของทายาทตระกูลหมอผีสาวให้ดิ่งจมลงไปในความรู้สึกเคว้งคว้างที่เธอเกลียดชังที่สุด กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ลอยอวลตัดผ่านความเงียบงันในห้องครัวเล็กๆ กลิ่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นในห้องของคนตกอับที่พลังวิญญาณกำลังเสื่อมถอย และยิ่งไม่ใช่สิ่งที่วิญญาณเร่ร่อนความจำเสื่อมควรจะทำเป็น ฌานก้าวเท้าออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพเส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย เสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มบ่งบอกถึงความไม่ใส่ใจในรูปลักษณ์ แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับคมกริบและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้เธอต้องหยุดชะงัก รín—หรือผีสาวห้องข้างๆ ที่นับวันยิ่งทำตัวเหมือนเจ้าของห้องตัวจริง—กำลังยืนฮัมเพลงเบาๆ อยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ร่างโปร่งแสงที่ควรจะเลือนรางในตอนกลางวันกลับชัดเจนขึ้นอย่างน่าประหลาด ยิ่งได้พลังงานบางอย่างจากความผูกพันประหลาดนี้ เธอก็ยิ่งดูมีชีวิตชีวามากกว่ามนุษย์บางคนเสียอีก “ตื่นมาก็ทำหน้ายักษ์ใส่กันแต่เช้าเลยนะคะ คุณหมอผีคนเก่ง” รินหันกลับมาพร้อมแก้วเซรามิกสองใบในมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามที่เห็นคิ้วเรียวของฌานขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม “ใครอนุญาตให้เธอใช้ครัวฉัน แถมเอาเมล็ดกาแฟราคาแพงนั่นมาจากไหน?” ฌานกอดอก เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิด ปะปนความเหนื่อยล้าจากพิษไข้ทางจิตวิญญาณที่ยังหลงเหลือ “อุ๊ย ของแพงเหรอคะ? พอดีฉันเห็นมันซุกอยู่ก้นลิ้นชัก นึกว่าของหมดอายุเสียอีก” รินแกล้งทำ2เป็นตีหน้าซื่อ ไหล่บางไหวเบาน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ร่นระยะห่างระหว่างคนกับผีจนกลิ่นหอมเฉพาะตัวของอีกฝ่ายลอยแตะจมูก “อีกอย่าง... ถ้าไม่ต้มกาแฟให้ คุณคงนั่งซึมเป็นสังกะตังคิดถึง ‘เรื่องเมื่อคืน’ ไปทั้งวันแน่ๆ” คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้ฌานชะงัก นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือโปร่งแสงตามสัญชาตญาณ แม้จะรู้ว่ามันทะลุผ่านความเย็นเยียบ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้รินหยุดก้าวและหุบยิ้มลงได้ “อย่ามาทำเป็นรู้ดี ริน” ฌานกดเสียงต่ำ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวิญญาณสาว “เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฝันของฉัน... หรือเธอเห็นอะไรตอนที่ฉันหลับ?” รินไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอกลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจที่เย็นเฉียบแต่ทว่าหอมหวานเป่ารดแก้ว “ฉันเห็นคุณร้องไห้ค่ะ... ฌาน” เสียงของรินแผ่วเบาลง เจือด้วยความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง “คุณดูเปราะบางเสียจนฉันเกือบจะลืมไปเลยว่าคุณคือคนที่เคยไล่ตบภูตผีมาครึ่งค่อนเมือง” หัวใจของฌานกระตุกวูบ เธอรีบปล่อยมือออกจากข้อมืออีกฝ่ายราวกับโดนของร้อน เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความไหววูบในแววตา “ฉันไม่ได้ร้องไห้ ฝุ่นมันเข้าตาต่างหาก เลิกพูดมากแล้วเอาแก้วกาแฟมานี่!” รินหัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี ยื่นแก้วกาแฟส่งให้แต่โดยดี โดยที่นิ้วมือเรียวยาวจงใจปัดผ่านหลังมือของฌานเบาๆ สร้างกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนังจนหมอผีสาวต้องเม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ “ปากแข็งเสียจริงนะคะระวังเถอะ วันไหนที่ฉันหายไปจริงๆ คุณนั่นแหละที่จะลงแดงตายคาห้องนี้” รินพึมพำพลางยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นจิบ “ถ้าเธอหายไปจริงๆ คนแรกที่จะจุดพลุดีใจคือฉันนี่แหละ” ฌานสวนกลับทันควัน ยกกาแฟขึ้นจิบกลบรอยยิ้มบางๆ ที่เกือบจะหลุดออกมา ความขมและกลิ่นหอมละมุนช่วยดึงสติเธอกลับมาสู่ปัจจุบัน ความผูกพันแปลกๆ ที่แทรกซึมเข้ามาในกิจวัตรประจำวันนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายต่อหัวใจที่ถูกปิดตายมานานของเธอเอง บรรยากาศยามเช้าในห้องแคบๆ ดำเนินไปในความเงียบที่คุ้นเคย มีเพียงเสียงจิบกาแฟและเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ ฌานเริ่มรู้สึกว่าการมีผีสาวจอมกวนคนนี้เข้ามาป่วนเปี้ยนในชีวิตประจำวัน มันไม่ได้แย่เสียทีเดียว อย่างน้อย... มันก็ทำให้ความโดดเดี่ยวในตระกูลหมอผีผู้สาปสูญเจือจางลงไปบ้าง ทว่า ความสงบสุขมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และมักจะมาในเวลาที่คนเราเผลอไผลที่สุด ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งมารยาท มันไม่ใช่เสียงเคาะของเพื่อนบ้านทั่วไป แต่มันคือจังหวะการเคาะที่แฝงไปด้วยพลังงานดุดันและกลิ่นอายของ “อาคม” ที่ฌานคุ้นเคยดีจนขนลุกซู่ รินหุบยิ้มทันที ดวงตาคู่สวยหันขวับไปมองที่ประตูหน้าห้อง ร่างโปร่งแสงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม ฌานวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น นัยน์ตาสีนิลที่เมื่อครู่ยังมีความอ่อนล้า กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมและดุดันดั่งสัตว์ป่าที่ถูกรังควาน ร่างเพรียวระหงก้าวตรงไปที่ประตูมือข้างหนึ่งแอบประสานอินทร์ซ่อนอาคมไว้ที่ด้านหลัง แกร็ก! ฌานกระชากประตูเปิดออกอย่างแรง พร้อมจะฟาดฟันกับใครก็ตามที่กล้ามาบุกรุกพื้นที่ของเธอ แต่ทว่า... ภาพของบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้ลมหายใจของหมอผีสาวสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก “สวัสดี... หลานรัก ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นนะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%