“แม่...”
เสียงที่หลุดรอดจากริมฝีปากของฌานในคืนก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้แสงสีทองของยามเช้าจะเริ่มอาบไล้ขอบหน้าต่างห้องพักโทรมๆ แห่งนี้แล้วก็ตาม ทว่าความหนาแน่นของความฝันร้ายเมื่อคืนไม่ได้จางหายไปตามแสงแดด มันกลับเกาะกุมหัวใจของทายาทตระกูลหมอผีสาวให้ดิ่งจมลงไปในความรู้สึกเคว้งคว้างที่เธอเกลียดชังที่สุด
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ลอยอวลตัดผ่านความเงียบงันในห้องครัวเล็กๆ กลิ่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นในห้องของคนตกอับที่พลังวิญญาณกำลังเสื่อมถอย และยิ่งไม่ใช่สิ่งที่วิญญาณเร่ร่อนความจำเสื่อมควรจะทำเป็น
ฌานก้าวเท้าออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพเส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย เสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มบ่งบอกถึงความไม่ใส่ใจในรูปลักษณ์ แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับคมกริบและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้เธอต้องหยุดชะงัก
รín—หรือผีสาวห้องข้างๆ ที่นับวันยิ่งทำตัวเหมือนเจ้าของห้องตัวจริง—กำลังยืนฮัมเพลงเบาๆ อยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ร่างโปร่งแสงที่ควรจะเลือนรางในตอนกลางวันกลับชัดเจนขึ้นอย่างน่าประหลาด ยิ่งได้พลังงานบางอย่างจากความผูกพันประหลาดนี้ เธอก็ยิ่งดูมีชีวิตชีวามากกว่ามนุษย์บางคนเสียอีก
“ตื่นมาก็ทำหน้ายักษ์ใส่กันแต่เช้าเลยนะคะ คุณหมอผีคนเก่ง”
รินหันกลับมาพร้อมแก้วเซรามิกสองใบในมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามที่เห็นคิ้วเรียวของฌานขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม
“ใครอนุญาตให้เธอใช้ครัวฉัน แถมเอาเมล็ดกาแฟราคาแพงนั่นมาจากไหน?” ฌานกอดอก เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิด ปะปนความเหนื่อยล้าจากพิษไข้ทางจิตวิญญาณที่ยังหลงเหลือ
“อุ๊ย ของแพงเหรอคะ? พอดีฉันเห็นมันซุกอยู่ก้นลิ้นชัก นึกว่าของหมดอายุเสียอีก” รินแกล้งทำ2เป็นตีหน้าซื่อ ไหล่บางไหวเบาน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ร่นระยะห่างระหว่างคนกับผีจนกลิ่นหอมเฉพาะตัวของอีกฝ่ายลอยแตะจมูก “อีกอย่าง... ถ้าไม่ต้มกาแฟให้ คุณคงนั่งซึมเป็นสังกะตังคิดถึง ‘เรื่องเมื่อคืน’ ไปทั้งวันแน่ๆ”
คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้ฌานชะงัก นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือโปร่งแสงตามสัญชาตญาณ แม้จะรู้ว่ามันทะลุผ่านความเย็นเยียบ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้รินหยุดก้าวและหุบยิ้มลงได้
“อย่ามาทำเป็นรู้ดี ริน” ฌานกดเสียงต่ำ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวิญญาณสาว “เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฝันของฉัน... หรือเธอเห็นอะไรตอนที่ฉันหลับ?”
รินไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอกลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจที่เย็นเฉียบแต่ทว่าหอมหวานเป่ารดแก้ว
“ฉันเห็นคุณร้องไห้ค่ะ... ฌาน” เสียงของรินแผ่วเบาลง เจือด้วยความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง “คุณดูเปราะบางเสียจนฉันเกือบจะลืมไปเลยว่าคุณคือคนที่เคยไล่ตบภูตผีมาครึ่งค่อนเมือง”
หัวใจของฌานกระตุกวูบ เธอรีบปล่อยมือออกจากข้อมืออีกฝ่ายราวกับโดนของร้อน เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความไหววูบในแววตา
“ฉันไม่ได้ร้องไห้ ฝุ่นมันเข้าตาต่างหาก เลิกพูดมากแล้วเอาแก้วกาแฟมานี่!”
รินหัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี ยื่นแก้วกาแฟส่งให้แต่โดยดี โดยที่นิ้วมือเรียวยาวจงใจปัดผ่านหลังมือของฌานเบาๆ สร้างกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนังจนหมอผีสาวต้องเม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้
“ปากแข็งเสียจริงนะคะระวังเถอะ วันไหนที่ฉันหายไปจริงๆ คุณนั่นแหละที่จะลงแดงตายคาห้องนี้” รินพึมพำพลางยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นจิบ
“ถ้าเธอหายไปจริงๆ คนแรกที่จะจุดพลุดีใจคือฉันนี่แหละ” ฌานสวนกลับทันควัน ยกกาแฟขึ้นจิบกลบรอยยิ้มบางๆ ที่เกือบจะหลุดออกมา ความขมและกลิ่นหอมละมุนช่วยดึงสติเธอกลับมาสู่ปัจจุบัน ความผูกพันแปลกๆ ที่แทรกซึมเข้ามาในกิจวัตรประจำวันนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายต่อหัวใจที่ถูกปิดตายมานานของเธอเอง
บรรยากาศยามเช้าในห้องแคบๆ ดำเนินไปในความเงียบที่คุ้นเคย มีเพียงเสียงจิบกาแฟและเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ ฌานเริ่มรู้สึกว่าการมีผีสาวจอมกวนคนนี้เข้ามาป่วนเปี้ยนในชีวิตประจำวัน มันไม่ได้แย่เสียทีเดียว อย่างน้อย... มันก็ทำให้ความโดดเดี่ยวในตระกูลหมอผีผู้สาปสูญเจือจางลงไปบ้าง
ทว่า ความสงบสุขมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และมักจะมาในเวลาที่คนเราเผลอไผลที่สุด
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งมารยาท มันไม่ใช่เสียงเคาะของเพื่อนบ้านทั่วไป แต่มันคือจังหวะการเคาะที่แฝงไปด้วยพลังงานดุดันและกลิ่นอายของ “อาคม” ที่ฌานคุ้นเคยดีจนขนลุกซู่
รินหุบยิ้มทันที ดวงตาคู่สวยหันขวับไปมองที่ประตูหน้าห้อง ร่างโปร่งแสงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม
ฌานวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น นัยน์ตาสีนิลที่เมื่อครู่ยังมีความอ่อนล้า กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมและดุดันดั่งสัตว์ป่าที่ถูกรังควาน ร่างเพรียวระหงก้าวตรงไปที่ประตูมือข้างหนึ่งแอบประสานอินทร์ซ่อนอาคมไว้ที่ด้านหลัง
แกร็ก!
ฌานกระชากประตูเปิดออกอย่างแรง พร้อมจะฟาดฟันกับใครก็ตามที่กล้ามาบุกรุกพื้นที่ของเธอ แต่ทว่า... ภาพของบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้ลมหายใจของหมอผีสาวสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
“สวัสดี... หลานรัก ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นนะคะ!
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 9
กาแฟยามเช้ากับผีจอมกวน
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!