ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 10

เงาดำในกระจก

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“สวัสดี... หลานรัก ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เสียงแหบพร่าประดุจกระดาษทรายถูกลากผ่านแผ่นไม้ดังขึ้นในความมืด อุณหภูมิภายในห้องพักหมายเลข 404 ดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจของฌานกลายเป็นไอสีขาวขุ่น สัญชาตญาณความเป็นทายาทตระกูลหมอผีกระชากสติของเธอให้ตื่นตัวถึงขีดสุด มือเรียวที่กำยันต์ปราบผีไว้แน่นชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าผ่านเงาสลัวของแสงไฟนีออนกะพริบจากทางเดิน กลับไม่ใช่สัมภเวสีเร่ร่อนทั่วไป แต่มันคือเงาร่างบิดเบี้ยวของชายชราที่ก้าวทะลุผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามา ทั้งๆ ที่ห้องนี้อยู่สูงจากพื้นดินถึงสี่ชั้น! “คุณ... เป็นใครกันแน่” ฌานเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งแสงที่แผ่ไออาคมสีดำทมิฬ “จำลุงไม่ได้หรือไง... คนที่พ่อของเธอไว้ใจที่สุดไงล่ะ” ร่างนั้นหัวנסเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมสูงเสียดแก้วหูจนฌานต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด อาคมคุ้ม กันที่ลงไว้รอบห้องเริ่มส่งเสียงกรีดร้องและร้าวรานราวกับกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด “อย่าเข้ามานะ!” ฌานเหวี่ยงยันต์ในมือออกไปอย่างแม่นยำ แผ่นยันต์สีชาดพุ่งตรงเข้าปะทะหน้าอกของเงาดำนั้นอย่างจัง ทว่ามันกลับไม่เกิดผลใดๆ นอกจากการสลายตัวเป็นควันสีดำแล้วกลับมารวมตัวกันใหม่ได้อย่างน่าสะพรึงกลัว “ยันต์กระดาษเก่าๆ ของตระกูลเรา... ใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอก ฌาน” เงาร่างนั้นย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเหยียดยิ้มกว้างจนถึงใบหู เผยให้เห็นฟันซี่แหลมคมที่ชุ่มไปด้วยน้ำลายสีดำ ในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้นเอง อากาศรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยว ร่างโปร่งแสงของรินพุ่งวาบเข้ามาขวางกลางระหว่างฌานกับเงาดำปริศนาเอาไว้ ร่างบางของผีสาวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ แว่นตาหนาเตอะที่เคยสวมสะท้อนแสงสีแดงวาบอย่างน่ากลัว รินหันมามองฌานแวบหนึ่งด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ความขี้เล่นหายวับไป เหลือเพียงความดุดันและกลิ่นอายวิญญาณโบราณที่ทรงพลังไม่แพ้กัน “แขกไม่ได้รับเชิญ... ควรจะรู้จักเคารพเจ้าของห้องบ้างนะคะ” รินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน เงาดำชะงักฝีเท้าลง มันหันมามองรินด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหัวเราะเยาะ “อ๋อ... วิญญาณเร่ร่อนความจำเสื่อมที่เกาะแกะหลานสาวฉันอยู่สินะ คิดว่าพลังแค่นี้จะปกป้องยัยเด็กนี่ได้หรือไง?” “ลองดูไหมล่ะคะ ว่าวิญญาณเร่ร่อนอย่างฉัน จะฉีกแกเป็นชิ้นๆ ได้หรือเปล่า” รินไม่รอช้า เธอพุ่งเข้าใส่เงาดำนั้นทันที แรงปะทะของพลังงานวิญญาณทั้งสองสายสร้างคลื่นกระแทกจนข้าวของในห้องลอยกระจัดกระจาย หนังสือบนโต๊ะปลิวว่อน แจกันแก้วแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฌานเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นรinยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ ทั้งที่ผ่านมาพวกเธอเอาแต่ทะเลาะและกัดกันมาตลอด ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นอยู่ในอก ร้อนผ่าวและบีบรัดจนเจ็บแปลบ “ริน... ถอยออกมา!” ฌานตะโกนลั่น เธอรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด กัดปลายนิ้วตัวเองจนเลือดสีสดซึมออกมา แล้วปาดลงบนฝ่ามือเพื่อวาดอักขระโบราณกลางอากาศ “อัคคีวารี... พันธนาการโลหิต!” สิ้นเสียงคำประกาศิต แสงสีทองสว่างวาบพุ่งออกจากฝ่ามือของฌาน พันธนาการร่างของเงาดำปริศนาเอาไว้แน่นหนาจนมันดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นจนหูอื้อตาลาย ร่างของชายชราเริ่มสลายกลายเป็นละอองสีดำ แต่ก่อนที่มันจะหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นก็จ้องมองตรงมาที่ฌาน พร้อมกับทิ้งประโยคสุดท้ายไว้เบื้องหลัง— “ระวังเพื่อนข้างกายของเธอให้ดี... ยัยนี่จำไม่ได้หรอกว่าตัวเองตายเพราะอะไร และใครเป็นคนฆ่า!” สิ้นเสียงนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้อง 404 อีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอึมครึมและหนาแน่นเสียยิ่งกว่าเดิม ฌานยืนหอบหายใจโยน ตัวสั่นเทาเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าและพิษบาดแผลที่ปลายนิ้ว เธอมองตรงไปยังรินที่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ร่างโปร่งแสงของผีสาวกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ใบหน้าที่เคยสดใสกลับซีดเผือด แววตาสับสนระคนหวาดกลัวฉายชัดอยู่หลังกรอบแว่นหนา “ริน...” ฌานก้าวเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะเอ่ยถามบางอย่าง ทว่ารินกลับถอยหลังหนีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ราวกับเห็นสัตว์ประหลาด “อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ...” รินพึมพำเสียงสั่น หยดน้ำตาสีใสไหลรินอาบแก้ม “คำพูดของมัน... หมายความว่ายังไง... ฌาน ฉัน... ฉันเป็นใครกันแน่?” ฌานชะงักค้าง ปลายมือที่ยื่นออกไปหยุดอยู่กลางอากาศ หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่คาดไม่ถึง ในจังหวะที่พวกเธอกำลังจะก้าวข้ามผ่านกำแพงความรู้สึกและเข้าใกล้กันมากกว่าเดิม ความลับอันดำมืดในอดีตของรินก็ถูกขุดขึ้นมาเป็นกำแพงขนาดยักษ์กั้นกลาง ก่อนที่ฌานจะได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* สามครั้งติดกันอย่างเยือกเย็น ในยามวิกาลที่ไม่มีใครควรจะมาเคาะห้องใครทั้งสิ้น และในวินาทีที่ทั้งสองคนหันขวับไปมองที่ประตูบานนั้น ลูกบิดประตูก็เริ่มหมุนช้าๆ พร้อมกับเสียงเปิดแง้มออกเองอย่างไม่มีสาเหตุ... *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — บลัดดี้แมรี่
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%