กองเอกสารเก่าเก็บ กลิ่นอับชื้นของกระดาษที่ถูกย่อยสลายตามกาลเวลา และฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงสลัวจากหลอดไฟนีออนกะพริบ คือบรรยากาศอันน่าอภิรมย์ในห้องเก็บเอกสารใต้ดินของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่แห่งนี้ — ถ้าไม่ติดว่าหนึ่งในคนที่กำลังนั่งรื้อค้นแฟ้มทะเบียนราษฎรและแปลนอาคาร เป็น ‘วิญญาณสาว’ ที่ลอยทะลุผ่านตู้เหล็กได้ตามใจชอบนะคะ
"ถ้าคุณยังทำหน้าบูดเหมือนอมยาขมหมอเจือแบบนั้น เอกสารคดีฆาตกรรมปีสี่ศูนย์คงจะลอยหนีไปเกิดใหม่ก่อนที่เราจะทันได้อ่านนะคะ, ฌาน"
เสียงใสๆ ติดจะเย้าแหย่ดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งแสงของรินที่โผล่พรวดทะลุกำแพงปูนหนาทึบเข้ามา เธอยิ้มกว้างจนตาหยี ดวงตาสสีรัตติกาลพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ผิดกับสถานการณ์ชวนขนหัวลุกยามเที่ยงคืนในห้องใต้ดินทึบตันนี้ลิบลับ
ฌานถอนหายใจยาวเหยียด ปัดฝุ่นออกจากปลายนิ้วเรียวสวยก่อนจะตวัดสายตาดุๆ ไปมองผีสาวตัวแสบที่ลอยตัวเอียงคอออดอเซาะอยู่ข้างโต๊ะทำงานเก่าๆ
"ถ้าไม่อยากให้ฉันไล่คุณกลับไปสิงอยู่ในห้องพักตามเดิม ก็ช่วยหุบยิ้มแล้วมาช่วยส่องไฟดีๆ ค่ะ ริน" ทายาทตระกูลหมอผีสาวเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับไหววูบด้วยความหงุดหงิดระคนเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่เคยยอมรับออกมาตรงๆ "เราไม่ได้มานั่งเล่นซ่อนหา เอกสารชุดนี้บอกว่าตึกนี้เคยเกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่เมื่อสิบปีก่อน และมีคนตายคาห้อง 404... ซึ่งก็คือห้องของคุณในปัจจุบัน"
รินหุบยิ้มลงนิดหน่อย ดวงตาคู่สวยฉายแววครุ่นคิดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะลอยเข้ามาใกล้จนร่างเย็นเฉียบแทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังของคนตัวเล็กกว่า กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูกของฌาน — เป็นสัมผัสที่ทั้งอันตรายและชวนใจเต้นรำคาญใจในเวลาเดียวกัน
"อ๋อ... ห้องที่วอลเปเปอร์ลอกเป็นรอยไหม้ตรงนั้นน่ะเหรอคะ?" รินกระซิบเบาๆ ชิดริมใบหูของหมอผีสาว จงใจเป่าลมเย็นๆ ใส่จนขนแขนของฌานลุกชัน "แปลกจังนะคะ... ทำไมฉันถึงจำไม่ได้เลยล่ะว่าตัวเองเคยถูกไฟคลอกตาย หรือจริงๆ แล้ว... ฉันอาจจะไม่ได้ตายเพราะไฟกันแน่นะ?"
ฌานสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันขวับกลับไปหมายจะต่อว่าคนฉวยโอกาส แต่ปลายจมูกของทั้งคู่กลับเฉียดกันไปนิดเดียว ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามทำให้ลมหายใจสะดุด รินไม่ได้ถอยหนี เธอกลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนเรียวปากอิ่มสวยที่ไร้สีสันตามวิสัยคนตาย
"ใกล้เกินไปแล้วค่ะ ริน" ฌานเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามดันไหล่บางของผีสาวให้ออกห่าง แต่ทว่าสัมผัสจากร่างไร้วิญญาณกลับเยือกเย็นจนทำเอาสติกระเจิง "ถอยไป... ไม่งั้นฉันจะใช้ยันต์สะกดวิญญาณแปะหน้าผากคุณเดี๋ยวนี้"
"เชิญเลยค่ะ ถ้าคิดว่าแปะทันนะ" รินหัวเราะคิกคักอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของฌานราวกับจะอ่านทะลุถึงหัวใจ "คุณปากแข็งแบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ, คุณหมอผี? ปากบอกว่าเกลียดผี ปากบอกว่ารำคาญฉัน... แต่หัวใจข้างในเนี่ย... เต้นดังจนฉันได้ยินเสียงมันสะท้อนออกมาแล้วนะคะ"
"คุณเพ้อเจ้ออะไรของ1คุณ!" ฌานเม้มปากแน่น รีบเบือนหน้าหนีซ่อนรอยแดงเรื่อที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู ร่างบางลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ไม้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า "เลิกเล่นไร้สาระแล้วมาดูนี่! หน้าสุดท้ายของบันทึกผู้ดูแลตึกคนเก่า... มีชื่อคนลงทะเบียนเข้าพักก่อนเกิดเหตุไฟไหม้..."
รินยอมผละตัวออกอย่างอ้อยอิ่ง เธอลอยตามมามองเอกสารในมือของฌาน ดวงตาคู่สวยกวาดมองตัวอักษรลายมือหวัดๆ ที่จดบันทึกไว้เมื่อสิบปีก่อน
*‘วันที่ 14 ตุลาคม — ผู้เช่าห้อง 404 แจ้งเรื่องเสียงประหลาดในผนัง และยืนยันว่ามีคนจ้องมองจากด้านหลังกระจกห้องน้ำตลอดเวลา... ขอแจ้งย้ายออกกระทันหัน แต่ยังไม่ทันได้คืนกุญแจ ก็เกิดเหตุเพลิงไหม้กลางดึก... สภาพศพที่พบ... ไม่เหลือเค้าโครงเดิม แต่เครื่องประดับติดตัวคือสร้อยจี้รูปพระจันทร์เสี้ยว...’*
ฌานนิ่วหน้า อ่านทวนข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา "สร้อยจี้รูปพระจันทร์เสี้ยว... รินคะ คุณจำสร้อยของตัวเองได้หรือเปล่า?"
เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อถามวิญญาณสาว แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจสะดุดกึก
รินไม่ได้มองเอกสารในมือเลยสักนิด... ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มกวนประสาทบัดนี้ซีดเผือดลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ร่างโปร่งแสงสั่นเทิ้มราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต มือเรียวบางยกขึ้นกุมขมับตัวเองแน่นพร้อมกับเสียงครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวด
"ริน! เป็นอะไรไปคะ!" ฌานทิ้งเอกสารในมือลงพื้นโครมใหญ่ พุ่งเข้าประคองร่างของผีสาวทันที แม้จะรู้ว่าร่างนั้นไม่มีความอบอุ่น แต่ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านออกมากลับทำให้ใจหายวาบ
"ปวด... หัว..." รินพึมพำเสียงสั่น ภาพความทรงจำสีแดงฉานเริ่มไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก กลิ่นควันไฟและเสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท "ไม่ใช่... ฉันไม่ได้ตายเพราะไฟ... ฉัน... ถูก..."
ยังไม่ทันที่รินจะพูดจบประโยค ภาพเหตุการณ์บางอย่างก็วาบขึ้นในหัวของเธอ — ร่างของใครบางคนผลักเธียรลงมาจากระเบียงห้องพัก ท่ามกลางความมืดมิดของคืนเดือนหงาย และสร้อยจี้รูปพระจันทร์เสี้ยวที่กระเด็นตกหล่นลงบนพื้นห้อง!
"ริน! ตั้งสติไว้!" ฌานเขย่าร่างบางเบาๆ แววตานิ่งสงบในยามปกติบัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก พลังอาคมในตัวเริ่มปั่นป่วนเพราะความกังวล "คุณจำอะไรได้แล้วใช่ไหม ใครทำอะไรคุณ..."
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นมาจากมุมมืดสุดของห้องใต้ดิน — เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเดินเข้ามาใกล้ ท่ามกลางกองเอกสารและเงาสลัวของตู้เหล็กที่เรียงราย
ฌานชะתัก เธอดึงร่างของรินมาหลบไว้ด้านหลังทันที มือเรียวควานหาแผ่นยันต์สีแดงฉดในกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองฝ่าความมืดไปยังต้นตอของเสียงด้วยสัญชาตญาณนักล่าผี
"ใครน่ะ!" ฌานตะโกนถามเสียงกร้าว "ออกมาเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงตวาดของเธอ เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซีกฮู้ดบังมิตร แต่รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากและดวงตาคู่นั้น... กลับไม่ใช่ทั้งคนและผีที่พวกเธอคาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่แห่งนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความลับดำมืดนี้นะคะ <3
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 11
การสืบสวนเริ่มต้น
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!